วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปลัดมหาดไทยลงพื้นที่น้ำท่วมนครพนม ธารน้ำใจช่วยผู้ประสบภัย

"กฤษฎา บุญราช" ปลัดมหาดไทย ลงพื้นที่นครพนมวางแผนรับมือน้ำท่วม ธารน้ำใจหลั่งช่วยผู้ประสบภัยล้นหลาม

วันที่ 29 กรกฎาคม 2560 นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะได้เดินทางถึงสนามบินนครพนม เวลาประมาณ 19.45 น. เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่ มี นายสมชาย วิทย์ดำรงค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม พร้อมด้วย ดร.ไพฑูรย์ รักษ์ประเทศ นายประทีป ฤทธิกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมให้การต้อนรับ รายงานผลการดำเนินงานและร่วมวางแผนหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาน้ำภายในพื้นที่

จากสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดสกลนคร ซึ่งมวลน้ำเหล่านั้นจะไหลมายังจังหวัดนครพนม ทางโซนเหนือจะไหลลงแม่น้ำสงครามสู่แม่น้ำโขงที่บ้านตาลปากน้ำ ต.ไชยบุรี อ.ท่าอุเทน ส่วนโซนใต้จะไหลผ่านลำน้ำก่ำเพื่อลงสู่แม่น้ำโขงที่อำเภอธาตุพนม ซึ่งปัญหาอยู่ที่ประตูระบายน้ำธรณิศนฤมิต ปกติจะระบายน้ำได้วันละประมาณ25ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะที่มวลน้ำจากจังหวัดสกลนครไหลมาตามลำน้ำก่ำอยู่ที่ประมาณ35ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ทำให้มีน้ำคงเหลือในพื้นที่ราว10ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน และจะแผ่กระจายไปตามพื้นที่อำเภอนาแก อำเภอวังยาง อำเภอปลาปาก และอำเภอธาตุพนม ซึ่งจะส่งผลกระทบและสร้างความเสียหายเป็นวงกว้างตามมา

โดยจะต้องใช้เวลาในการระบายน้ำลงสู่แม่น้ำโขงประมาณ11วัน จึงจะเข้าสู่ภาวะปกติ ที่สำคัญคือต้องไม่มีน้ำฝนตกลงมาเพิ่มเติมในพื้นที่เหนือแม่น้ำโขงด้วย เพราะในขณะนี้ปริมาณน้ำอยู่ห่างจากจุดวิกฤตเพียง1เมตรเท่านั้น ถ้ามีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นก็จะยิ่งทำให้การระบายน้ำเป็นไปอย่างล่าช้าตามไปด้วย ขณะที่มวลน้ำอีกส่วนจากจังหวัดสกลนครก็จะระบายไปตามลำน้ำอูนและแม่น้ำสงครามเพื่อลงสู่แม่น้ำโขง โดยเส้นทางสายนี้จะส่งผลให้อำเภอนาหว้า อำเภอนาทม และอำเภอศรีสงครามได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน

สำหรับการวางแผนเพื่อแก้ไขปัญหาสถานการณ์น้ำในครั้งนี้เพื่อให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว นายสมชายฯเปิดเผยว่าทางจังหวัด ได้มีการประชุมวางแผนเพื่อที่จะผันน้ำลงสู่แม่น้ำโขงโดยการใช้เครื่องสูบน้ำ และมีการประสานกับทางการไฟฟ้าของจังหวัดฯแล้ว เพื่อนำเครื่องปั่นไฟเคลื่อนที่มาติดตั้งในบริเวณประตูระบายน้ำ แต่ยังอยู่ระหว่างรอการอนุมัติ ซึ่งเมื่อทางปลัดกระทรวงมหาดไทยทราบเรื่อง ก็ได้มีการประสานกับทางผู้ว่าการไฟฟ้าเพื่อช่วยเร่งลัดให้สามารถติดตั้งเครื่องปั่นไฟได้เร็วขึ้น เพื่อที่จะผันน้ำสู่แม่น้ำโขงได้ด้วยเวลาอันรวดเร็ว เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบอยู่ในขณะนี้

ขณะที่ พลตรี ดร.อรรถ สิงหัษฐิต ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 210 เปิดเผยว่า จากสถานการณ์น้ำในพื้นที่อำเภอนาแก เริ่มมีการไหลเอ่อล้นในพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่การเกษตรของพี่น้องประชาชน และถ้ามวลน้ำที่ระบายมาจากจังหวัดสกลนครตามลำน้ำก่ำ มีจำนวนมากอาจทำให้ระดับน้ำสูงกว่าที่เป็นอยู่ และเกิดความยากลำบากในการช่วยเหลือ อีกทั้งได้รับการประสานจากทางอำเภอนาแก เพื่อขอการสนับสนุนกำลังพล จึงได้มอบหมายให้กำลังพลในสังกัดมณฑลทหารบกที่210 ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือ เพื่ออำนวยความสะดวกในด้านต่างๆให้กับพี่น้องประชาชน ทั้งการขนย้ายสิ่งของ เครื่องมือ อุปกรณ์ที่จำเป็น เครื่องอุปโภคบริโภค รวมถึงสัตว์เลี้ยงทางการเกษตร ให้ขึ้นไปอยู่ในที่สูงและเป็นพื้นที่ปลอดภัย โดยกำลังพลที่ส่งไปให้ความช่วยเหลือในครั้งนี้แบ่งออกเป็น4ชุดๆละ30นาย พร้อมยุทโธปกรณ์คือเรือท้องแบน6ลำ เรือพาย2ลำ เรือเครื่องยนต์2ลำ และรถยนต์บรรทุกอีก3คัน

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สภาวะฝนตกที่จังหวัดนครพนม เริ่มมีฝนตั้งแต่ต้นเดือน ก.ค.เป็นต้นมา ซึ่งจะมีฝนตกลงมาทุกวัน ประกอบกับมีพายุเซินกาพัดถล่ม ทำให้น้ำในแม่น้ำโขงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเข้าขั้นวิกฤต หากมีฝนตกทางภาคเหนืออย่างหนักอาจจะมีมวลน้ำไหลมาสมทบทำให้แม่น้ำโขงไหลดันกลับเข้าลำน้ำสาขา โอกาสจะเกิดน้ำท่วมฉับพลันเป็นวงกว้างมีเปอร์เซ็นต์สูงมาก

ด้านธารน้ำใจช่วยเหลือพี่น้องที่ประสบภัยน้ำท่วมจังหวัดสกลนคร นายสมชาย วิทย์ดำรงค์ ผวจ.ฯ เปิดศากลางจังหวัดฯรับบริจาคสิ่งของต่างๆ ประเดิมควักเงินส่วนตัวช่วยเหลือ 10,000 บาท ส่วนวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีนครพนม โดย ผศ.ดร.เพ็ญศิริ ดำรงภคภากร คณบดี นำทีมผู้บริหารอาจารย์ เจ้าหน้าที่ และนักศึกษา ตั้งจุดรับบริจาค ณ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีนครพนม ซึ่งได้มีพี่น้องชาวนครพนมทั้งใกล้และไกลนำอาหารแห้ง น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นอื่นๆบางรายโอนเงิน มาร่วมสมทบทุนในการซื้อสิ่งของ และจัดอาหารให้แก่พี่น้องทั้งผู้ป่วย ญาติ และเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน อยู่ในโรงพยาบาลสกลนคร ซึ่งมีญาติและเจ้าหน้าที่ของ รพ. สกลนคร มาช่วยอำนวยความสะดวกและรับมอบสิ่งของที่จัดเตรียมไป