ถูกน้ำท่วมหนักรอบ 20ปี จ.บุรีรัมย์ กระแสน้ำไหลเชี่ยวกราดซัดบ้านพัง 3 หลัง หญิงเจ้าของบ้านถึงกับร่ำไห้เพราะเก็บข้าวของหนีไม่ทันแทบหมดตัว
สถานการณ์น้ำท่วมที่จังหวัดบุรีรัมย์ยังขยายวงกว้างอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดมวลน้ำจากลำพังชู จ.มหาสารคาม ได้ไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือน พื้นที่การเกษตร และถนนหลายสายในเขตพื้นที่ อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์เป็นวงกว้าง โดยเฉพาะบ้านกอก หมู่9ต.พุทไธสง ถูกน้ำหลากเข้าท่วมอย่างรวดเร็วในช่วงกลางดึกที่ผ่านมา จนต้องพากันอพยพข้าวของหนีน้ำกันอย่างโกลาหล แต่บางครัวเรือนก็ไม่สามารถขนของหนีน้ำได้ทันจมเปียกเสียหาย ซึ่งจากการสำรวจเบื้องต้นพบว่ามีบ้านเรือนราษฎรถูกน้ำท่วมสูงกว่า1เมตร จนไม่สามารถอยู่อาศัยได้ต้องไปขออาศัยกับญาติ เพื่อนบ้าน และวัดชั่วคราว นอกจากนี้กระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวกรากยังพัดบ้านเรือนราษฎรทรุดพังเสียหายอีกจำนวน3หลัง โดยเฉพาะบ้านของนายพงษ์ศักดิ์ มาลาหอม อายุ44ปี และนางฐานิตา มาลาหอม อายุ38ปี สองสามีภรรยา ซึ่งมีอาชีพรับตัดเย็บรองเท้าส่งขาย ได้ถูกกระแสน้ำพัดอย่างแรงจนตัวบ้านทรุดพังเกือบทั้งหลัง ทั้งไม่สามารถขนย้ายข้าวของหรือทรัพย์สินมีค่าออกมาจากบ้านได้เลย โดยเฉพาะอุปกรณ์ที่ใช้ในการประกอบอาชีพตัดเย็บรองเท้าถูกพัดหายไปกักกระแสน้ำ ซึ่งหากรวมทั้งตัวบ้าน ทรัพย์สิน และข้าวของที่เสียหายคาดว่าไม่ต่ำกว่า3ล้านบาท
นอกจากนั้นน้ำยังได้หลากท่วมและกัดเซาะถนนเชื่อมต่อหมู่บ้าน ตำบล พังเสียหายและถูกท่วมสูงจนถูกตัดสายไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้อีกหลายสายด้วย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการสำรวจ ขณะที่ทางอำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ก็ได้มีการจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัย เพื่อรับเรื่องร้องเรียน อำนวยความสะดวกขนย้ายข้าวของ สัตว์เลี้ยง จัดหน่วยแพทย์ให้บริการตรวจรักษา และจัดเวรยามเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำ24ชั่วโมงด้วยซึ่งชาวบ้านต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าครั้งนี้ถือว่าน้ำท่วมหนักที่สุดในรอบ20ปี
นางฐานิตา มาหอม เจ้าของบ้านที่ถูกกระแสน้ำพัดพังเสียหาย เล่าทั้งน้ำตาว่า กระแสน้ำได้ไหลหลากเข้าท่วมหมู่บ้านอย่างรวดเร็วและเพิ่มระดับขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตอนแรกก็พากันเก็บข้าวของขึ้นที่สูงไว้แล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำท่วมถึง แต่จากกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวกรากอย่างรุนแรง ได้พัดตัวบ้านทรุดพังเกือบทั้งหลังแบบไม่ทันตั้งตัว ทำให้ไม่สามารถขนย้ายข้าวของหนีน้ำได้ทันบางส่วนลอยหายไปกับกระแสน้ำจนไม่เหลืออะไร จากความเดือดร้อนดังกล่าวจึงอยากเรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐเร่งช่วยเหลือด้วย เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ครอบครัวแทบหมดตัว




