วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

แก๊งโหดพังร้านอาหาร-ขู่ฆ่า แค่ขาดส่งดอกเบี้ยเพียงวสองวัน

เเก๊งทวงหนี้พังร้านอาหาร ส่งข้อความขู่เอาชีวิต หลังลูกหนี้เงินกู้นอกระบบ ขาดส่งดอกเบี้ยเพียงวสองวัน

เมื่อเวลา 0.30 น. วันที่ 20 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่ามีการแชร์ผ่านทางหน้าเฟซบุ๊ค จากผู้ใช้ชื่อว่า แหม่โพธิ์ดำ มีการโพสข้อความในลักษณะโดนทวงหนี้โหด โดยมีข้อความว่าเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม "ร้านผมโดนถล่มพังหมด จะพึ่งพาใครได้บ้าง ตำรวจที่นี่แจ้งความแล้ว มาดูก็เหมือนเดิม จะไม่ดูดำดูดี" "เรื่องเกิดจากผมกู้เงินมา 5,000 บาท ส่งรายวัน พยายามส่งตลอด ก็มีส่งขาด ๆ บ้าง มันข่มขู่ไม่พอใจ ล่าสุดมันถึงกับทุบรื้อร้านเลย ขายของไม่ได้แล้ว ผมจะเอาเงินที่ไหนส่งพวกมัน บ้านนี้เมืองนี้ ตอนนี้พวกนอกกฏหมายจะทำอะไรก็ได้เหรอ ผมหมดปัญญาต้องกู้มัน แต่ก็ไม่คิดว่า มันจะเล่นหนักขนาดนี้ ที่ร้านผมโดนแก๊งค์เงินกู้ที่กบินทร์บุรี ทำลายร้าน ขาดส่ง 2 วัน พังร้านเอาสะใจ มันเอาหินขว้าง กระจกอีกร้านแตกด้วยครับ แจ้งตำรวจ เขาบอกให้ผมไปหาหลักฐานมา แค่นี้ไม่พอที่จะดำเนินการเหรอครับ ป่านนี้ยังจับไม่ได้ ครอบครัวผมหวาดกลัวมาก วันนี้จะลองไปแจ้งศูนย์ดำรงค์ธรรมดู แต่มันคงไม่หยุดแค่นี้ ตอนนี้เข้าบ้าน เข้าร้านไม่ได้ครับ บ้านโคก ตำบลหนองกี่ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี...พร้อมแชร์ภาพประกอบเป็นร้านอาหารชื่อร้านเพ็ญเจริญอาหารตามสั่ง เป็นภาพที่ถูกทุบ-รื้อข้าวของสภาพยังยับเยิน" โดยมียอดผู้ชมกดไลค์รวม 5,738 คน

ผู้สื่อข่าวจึงลงพื้นที่ในช่วงเวลากลางดึกมาที่ร้านเพ็ญเจริญอาหารตามสั่ง ตั้งอยู่ที่ริมถนนสาย304 (กบินทร์บุรี – นาดี) ตลาดบ้านโคก ต.หนองกี่ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ซึงเป็นร้านอาหารที่ได้นำภาพและข้อความลงเฟซบุ๊กว่าร้านของตัวเองถูกแก๊งค์เงินกู้นอกระบบแอบมาทุบข้าวของร้านจนพังเสียหายเนื่องจากตนเองผิดนัดไม่จ่ายดอกรายวันแค่วันเดียว ตามข้อความข้างต้น ซึ่งจากการสอบถาม กำนัน ต.หนองกี่ กล่าวว่า “พอทราบว่า เคยเห็นชื่อร้านนี้อยู่ เมื่อวันที่17ที่ผ่านมาร้านข้างๆบอกว่าร้านถูกคนมาพังข้าวของ จนเสียหายจริงแต่ไม่รู้ว่าเป็นฝีมือใคร”

จากนั้น ผู้สื่อข่าวจึงได้สอบถามไปยัง สภ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ว่ามีคนมาแจ้งความเรื่องดังกล่าวจริงหรือไม่ ร.ต.ท.ชลวิทย์ อธิพันสีร้อยเวร(สอบสวน) สภ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี แจ้งว่า “มีคนมาแจ้งความไว้จริง ผู้สื่อข่าวจึงขอทราบชื่อกับเบอร์โทรศัพท์ของผู้เสียหายเพื่อที่จะตรวจสอบถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น จากการติดต่อคุยทางโทรศัพท์มือถือตามที่ให้มา ไม่ใช่คนที่ไปแจ้งความไว้ที่โรงพัก แต่เป็นเพื่อนของผู้เสียหาย พร้อมระบุว่าซึ่งที่ห้องเช่าของตน ถูกคนทุบกระจกหน้าต่างแตกตอนไม่อยู่บ้านหลังจาก เกิดเหตุไม่กล้ามาเปิดร้านขายอาหารตามสั่งอีกเลย

จากนั้นผู้สื่อข่าวจึงเชิญผู้เสียหายทั้ง 2 คน คนมาคุยด้วย ขณะเดียวกันได้มี ร.ต.ท.มโน อ่อมสุรทุย ร้อยเวร(สายตรวจ) สภ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบในที่เกิดเหตุเบื้องต้น และสอบถามผู้เสียหายเพื่อที่จะได้ติดตามจับกุมตัวคนร้ายมาดำเนินคดี ซึ่งผู้เสียหายให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี คือนางสุรกฤษ กลมเกลียว อายุ47ปี นางพิมพ์เพ็ญ จันทร์แวว อายุ41ปี ทั้งสองได้พากันไปกู้เงินนอกระบบของ(ดีแมคเงินทุน) ตลาดกบินทร์บุรี กับเพื่อนหลายคนไปกู้กันมาลงทุนคนละห้าพันบาท

ผู้เสียหายทั้ง2คนได้ให้ข้อมูลตรงกันว่า “นายโอกับนายยะ (ไม่ทราบชื่อ-สกุลจริง) เป็นผู้มาเก็บดอกรายวัน ก่อนเกิดเหตุ ตนออกไปรับลูกที่โรงเรียน ก่อนที่ช่วงบ่ายสองโมงจะกลับมาพบว่าข้าวของในร้านพังเสียหาย และนายยะ ยังส่งข้อความมาข่มขู่ ต่างๆนาๆ ตนจึงหนีไปอยู่บ้านญาติ เพื่อความปลอดภัย”