ตำรวจ สภ.แม่ทะ จ.ลำปาง สอบเครียดแฟนหนุ่มกับเพื่อน เหยื่อสาวถูกยิงกลางหน้าผากดับ หลังนำร่างผู้ตายส่งรพ. เผยจนท.พบพิรุธหลายอย่าง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อช่วงสายวันที่ 17 ก.ค.เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.แม่ทะ จ.ลำปาง ยังคงสอบปากคำนายไพโรจน์ อะตังแก อายุ 39 ปี และนายบุญมา กันทวงศ์ อายุ 29 ปีชาวอ.เมือง จ.ลำปาง ซึ่งเป็นแฟนหนุ่มกับเพื่อนของนางสาวกรรณิกา สงค์วัฒนะ อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 92 หมู่ 2 ต.แม่ถอด อ.เถิน จ.ลำปาง เหยื่อถูกคนร้ายยิงเสียชีวิตบนสะพาน บ้านหัวเสือ ต.หัวเสือ อ.แม่ทะ จ.ลำปาง เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา
จากนั้นทั้งสองช่วยกันนำร่างของนางสาวกรรณิกา ใส่รถเก๋งแล้วนำมาส่งที่ห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลแม่ทะ และจดเบอร์โทรศัพท์ให้กับเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลไว้ แล้วบอกว่าจะไปแจ้งญาตินางสาวกรรณิกา ก่อนจะพากันขับรถออกไปจากโรงพยาบาลไปแล้วไม่ย้อนกลับมาที่โรงพยาบาลอีก ก่อนจะเดินทางมาพร้อมกับทนายความมาให้ปากคำที่ สภ.แม่ทะ เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา
ต่อมาแพทย์โรงพยาบาลแม่ทะ ระบุว่านางสาวกรรณิกาได้เสียชีวิตก่อนหน้าที่จะมาถึงโรงพยาบาลแล้วจึงประสาน พ.ต.ต.กฤตเมธ ทาคำ พนักงานสอบสวน สภ.แม่ทะ เดินทางมาที่ห้องฉุกเฉิน เพื่อร่วมกันชันสูตรพลิกศพ ส่วนเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนเดินทางตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบเพียงรองเท้าของผู้ตายตกอยู่กลางสะพานเจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน จากการชันสูตรพลิกศพพบว่านางสาวกรรณิกา ถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบชนิดเข้าที่หน้าผาก 1 นัด ก่อนจะนำศพไปเก็บไว้ที่โรงพยาบาลศูนย์เพื่อผ่าพิสูจน์ต่อไป
จากการให้ปากคำของทั้งสองคน ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถออกจากบ้านเพื่อน ที่บ้านหัวเสือ ต.หัวเสือ อ.แม่ทะ จ.ลำปาง พอมาถึงสะพานในหมู่บ้าน เกิดปวดปัสสาวะ จึงพากันลงรถไปปัสสาวะ โดยนางสาวกรรณิกา นั่งอยู่ในรถคนเดียว จากนั้นได้มีวัยรุ่นขับรถจักรยานยนต์มาจอดแล้วได้เสียงปืนดังขึ้น 1 นัด จึงวิ่งมาดูพบนางสาวกรรณิกา นอนหมดสติเอียงอยู่กับเบาะรถข้างคนขับ มีเลือดไหลอาบหน้าจึงรีบขับรถนำนางสาวกรรณิกาส่งโรงพยาบาลดังกล่าว
แต่จากการให้ปากคำของทั้งสองคนยังมีพิรุธหลายอย่าง ซึ่งทางพนักงานสอบสวนจะได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 5 ลำปาง เดินทางมาเก็บหลักฐานรถเก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า สีฟ้า ไม่ติดทะเบียนซึ่งเป็นรถของแฟนผู้ตาย ที่นำร่างผู้ตายส่งโรงพยาบาลอย่างละเอียดเพื่อหาหลักฐานอย่างละเอียดต่อไป ส่วนผู้ต้องสงสัยทั้งสองคนเจ้าหน้าที่ยังคงสอบเครียดคาดว่าคดีนี้น่าจะจับกุมคนที่ก่อเหตุได้ในไม่ช้า





