วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

นักธุรกิจสาวร้องงูเหลือมโผล่ฉกขณะปลดทุกข์!!

นักธุรกิจสาวร้องถูกงูเหลือมโผล่ฉกขณะปลดทุกข์ วอนเจ้าของโครงการดูแลถมดินใต้บ้านเสมอคาน เชื่อใต้โพรงบ้านเป็นที่อยู่สัตว์ร้าย

ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนว่า บ้านหลังหนึ่งมีงูเหลือมโผล่มาจากชักโครกอาละวาดต่อเนื่อง จากการสอบถาม น.ส.พนารัตน์ ไชยบูรณ์ อายุ 42 ปี ผู้บริหารบริษัทแห่งหนึ่งซึ่งเป็นเจ้าของบ้าน เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 3 ก.ค. ช่วงเวลาประมาณ 12.00 น.ตนอยู่บ้านกับนายพงศกร หรือ กอล์ฟ ประดิษฐ์กนก อายุ 20 ปี ลูกชายคนโต ขณะที่ตนเข้าห้องน้ำชั้นล่างที่อยู่ใต้บันไดเพื่อปลดทุกข์ ช่วงที่นั่งอยู่นั้นรู้สึกเจ็บที่ก้นเหมือนถูกกัด จึงรีบลุกขึ้นทันที ตนแทบช็อกเมื่อเห็นงูไม่ทราบชนิดตัวใหญ่ ลักษณะลายพร้อย โผล่ออกมาจากชักโครกได้ประมาณ 50 ซ.ม. พยายามจะเลื้อยขึ้นมา รู้สึกตกใจมาก แต่ก็ตั้งสติได้รีบปิดฝาชักโครกและเอาฝาถังน้ำทับไว้ทันที

"ตอนเกิดเหตุฉันรู้สึกเจ็บแผลมาก เลือดไหลหยดเป็นทาง ก่อนจะรีบขับรถไปหาหมอที่โรงพยาบาลพญาไท 3 เมื่อไปถึงหมอก็ไม่กล้าที่จะฉีดเซรุ่มกันพิษงูให้ เพราะต้องรู้ชนิดของงูเสียก่อนจึงจะฉีดได้ พบบาดแผลเป็นรอยเขี้ยวขนาดประมาณ 1 ซ.ม. บนและล่าง ลักษณะเหมือนรอยฟันกัด ฉันจึงโทรศัพท์กลับไปที่หมู่บ้านบอกให้รปภ.ของหมู่บ้านฯ ช่วยกันรื้อชักโครก เพื่อดูชนิดของงู เวลาผ่านไปครึ่งชั่วโมง รปภ.ได้สกัดปูนยาแนวของฐานชักโครกออก แล้วยกชักโครกขึ้นก็พบกับงูเหลือมขนาดใหญ่ยาวประมาณ 2.5 เมตร จึงช่วยกันจับใส่กระสอบแล้วเรียกรถมูลนิธิฯให้มารับตัวไป”

น.ส.พนารัตน์ กล่าวอีกว่า เมื่อหมอรู้ว่าเป็นงูเหลือมที่มีฟันสกปรกมาก เพราะกินแต่ของเน่าเสีย อาจติดเชื้อได้ จึงฉีดยาฆ่าเชื้อ ยาแก้อักเสบ และยากันบาดทะยักให้ แล้วให้นอนรอดูอาการ 1 คืน เสียค่าใช้จ่ายไปประมาณ 18,000 บาท ประกันฯออกให้บางส่วน หมอยังให้ไปล้างแผลอย่างต่อเนื่อง และให้ไปฉีดยากันบาดทะยักอีก 2 เข็ม ห่างกันอาทิตย์ละครั้ง ทั้งนี้ตนและคนในบ้านที่อยู่รวมกัน 6 ชีวิต รู้สึกผวาไม่กล้าเข้าห้องน้ำชั้นล่างอีกเลย จนกระทั่งกลางดึกวันที่ 9 กรกฎาคม ลูกสาวคนกลาง เข้าไปล้างมือในอ่างห้องน้ำชั้นล่าง ก็พบหัวงูเหลือมขนาดใหญ่กว่าตัวเก่าโผล่อยู่ในชักโครกอีกครั้ง โดยพยายามจะเลื้อยขึ้นมาหา ลูกสาวตกใจมากวิ่งร้องไห้ออกมาจากห้องน้ำ ทำให้คนในบ้านพากันแตกตื่น สามีรีบวิ่งมาดู และใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายรูปเอาไว้ได้ ก่อนจะปิดฝาชักโครกเอาฝาถังน้ำทับเอาไว้เหมือนเดิม

"ลูกสาวรู้สึกเสียขวัญกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก ร้องไห้ไม่หยุด และบอกว่าไม่กล้าอยู่บ้านนี้แล้ว จึงให้น้องสาวมารับไปอยู่บ้านย่านซอยจรัลสนิทวงศ์ 37 เป็นการชั่วคราวเพื่อปรับสภาพจิตใจ แล้วเรียกรปภ.มารื้อชักโครกอีกครั้ง แต่ก็ไม่พบงูตัวดังกล่าว ขณะนี้ทุกคนยังไม่มั่นใจว่าใต้ชักโครกยังมีงูหลงเหลืออยู่อีกกี่ตัว และไม่รู้ว่าบ้านหลังนี้ปลูกทับรังงูหรือเปล่า" น.ส.พนารัตน์ ระบุ

ส่วนสาเหตุที่มีงูเหลือมเข้าไปอยู่ใต้ฐานชักโครกได้น่าจะมาจากบ้านเกือบทุกหลังในโครงการที่มีราคาตั้งแต่ 8-30 ล้านนั้น ใต้บ้านไม่ได้มีการถมดินให้เสมอคาน บางหลังมีพื้นดินห่างจากคานถึง 50 ซ.ม.เป็นโพรงใหญ่ คนสามารถมุดเข้าไปได้เลย ซึ่งบ้านตนอยู่ติดกำแพงปูน ด้านนอกเป็นลำประโดงกว้างประมาณ 2 เมตร ติดกันก็เป็นป่าหญ้ารกทั้งงูเหลือมและตัวเงินตัวทองก็สามารถปีนหรือมุดเข้ามาในหมู่บ้านและเข้าไปอยู่ใต้บ้านทุกหลังได้ไม่ยาก เมื่อประมาณต้นปี 60 ได้มีตัวเงินตัวทองปีนข้ามกำแพงเข้ามาในบ้านของตนครั้งหนึ่งแล้ว สามีกับชาวบ้านช่วยกันใช้ไม้ไล่ สุดท้ายมันวิ่งเข้าไปใต้บ้านฝั่งตรงข้ามที่มีโพรงใต้บ้านสูง 50 ซ.ม. แล้วหลบอยู่ในนั้นไม่ยอมออกมาเลย ซึ่งเจ้าของบ้านมีลูกวัย 2 ขวบอยู่ด้วย จึงไม่กล้าให้ลูกออกมาเล่นที่สนามหญ้าเลย เพราะเกรงว่าจะถูกตัวเงินตัวทองออกมาทำร้าย

น.ส.พนารัตน์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้เรื่องราวของตนลือสะพัดไปเกือบทั่วหมู่บ้านแล้ว ทำให้หลายคนไม่กล้าเข้าห้องน้ำชั้นล่าง เพราะเกรงว่าจะเจอเหตุการณ์แบบตน อย่างไรก็ตาม อยากให้ทางหมู่บ้านออกมารับผิดชอบโดยการเอาดินมาถมใต้บ้านให้เต็ม ไม่ใช่แค่เอาแผ่นปูนมาปักเพื่อเป็นการแก้ปัญหาแบบขอไปที เพราะฝนตกเพียงไม่กี่ครั้งน้ำก็เซาะจนเกิดเป็นโพรงเหมือนเดิม ช่วงนี้แมวในหมู่บ้านจะมีเยอะมาก เนื่องจากแอบเข้าไปคลอดลูกกันใต้บ้านหลายหลัง ตนยอมเสียเงินซื้อบ้านหลังนี้เมื่อประมาณ 5 ปีที่ผ่านมาในราคา 6.5 ล้านบาท เพราะอยากได้ความสุขและสบายใจให้กับคนในบ้านกลับคืนมา ใช้งานพื้นที่ในบ้านได้เต็มทุกตารางนิ้ว ตอนนี้ทุกคนในบ้านไม่กล้าเข้าห้องน้ำชั้นล่างและไม่กล้าเดินชายบ้านที่เป็นโพรงเพราะเกรงว่าจะมีสัตว์ร้ายออกมาทำอันตรายอีก