วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เด็กปั้มเปิดใจหลัง 'แก๊งยันหว่าง' กร่างตื้บตร.-ป่วนสน.สายไหม

อีกแง่มุม! เปิดใจเด็กปั้มน้ำมันบางจาก ย่านสายไหม เผยยังผวาหวาดระแวง หลัง "แก๊งยันหว่าง" กร่างตื้บตร. และไปก่อเหตุป่วนสน.สายไหม

จากกรณีความวุ่นวายบนสน.สายไหม กรณี4ผู้ต้องหา "แก๊งยันหว่าง" ถูกควบคุมตัวมาโรงพัก หลังก่อเหตุทะเลาะวิวาทในปั๊มน้ำมันบางจาก ถนนสุขาภิบาล 5 ซอย 17 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน และทำร้ายร่างกาย ด.ต.ธวัช สายเสมา สายตรวจ สน.สายไหม ที่เข้ามาระงับเหตุจนสลบ ก่อนขับรถหลบหนี แต่สุดท้ายไม่รอดถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับได้ทั้งหมด แต่เรื่องไม่จบ กลุ่มผู้ต้องหายังคงทำลายข้าวของบนโรงพัก ท้าตี ท้าต่อยกับตำรวจ อาสากู้ภัย และชาวบ้านย่านนั้น จนกระทั่งเกิดเหตุชุลมุนอีกครั้ง สุดท้ายได้ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ที่ขี่รถจยย.มากว่า 40 คน เข้ารุมล้อมกรอบและเกิดการชุลมุนกันอีกครั้ง จนทำให้1ในผู้ต้องหาสลบเหมือดข้างโรงพัก

ต่อมา เจ้าหน้าที่ได้ทำการแจ้งข้อหาร่วมกันดูหมิ่นเจ้าพนักงาน ต่อสู้และขัดขวางการจับกุมขณะปฏิบัติหน้าที่ ใช้กำลังประทุษร้ายเจ้าพนักงาน ทำให้ทรัพย์สินราชการได้รับความเสียหาย ปล้นทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การหลบหนี และแจ้งข้อหาเพิ่มแก่นายโสภณ เมาสุราหรือมึนเมาสารเสพติดอย่างอื่นแล้วขับรถ และนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งนำตัวไปผัดฟ้องฝากขังครั้งแรกที่ศาลจังหวัดมีนบุรี เมื่อวานนี้ (7ก.ค.) ตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 8 ก.ค.ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังปั๊มน้ำมันบางจาก ถนนสุขาภิบาล 5 ซอย 17 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุแรกของเหตุการณ์นี้ โดยพบว่าทางพนักงานปั๊มดังกล่าวได้ทำงานตามปกติ โดยมีรถกระบะตำรวจสายตรวจ สน.สายไหม ขับวนเวียนเข้ามาดูแลรักษาความปลอดภัยอยู่ตลอดเวลา เมื่อทางผู้สื่อข่าวเข้าไปเพื่อสอบถาม ทางพนักงานปั๊ม ได้ปฏิเสธการที่จะให้สัมภาษณ์ เนื่องจากยังอยู่ในอาการหวาดระแวงถึงความปลอดภัยในชีวิต ด้วยความโหดเหี้ยมของผู้กระทำความผิดนั้น มีความรุนแรงจนทำให้เกิดความหวาดผวาไปตามๆกัน

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นายเอ (ขอสงวนชื่อ-นามสกุล) ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุพบเห็นว่า มีรถกระบะขับเข้ามาจอดที่จุดรอเติมน้ำมัน แต่รถคันดังกล่าวอยู่ในสภาพด้านหน้ารถมีร่องรอยคล้ายประสบอุบัติเหตุมา จนทำให้ความร้อนของเครื่องยนต์ขึ้น จากนั้นมีชายฉกรรจ์ที่อยู่ในอาการคล้ายคนเมา ลงมาจากรถ 5 คน และได้ขอพนักงานปั๊มเติมน้ำในหม้อน้ำเพื่อลดอุณหภูมิ และกลุ่มชายฉกรรย์ได้นำบุหรี่มาจุดสูบ ซึ่งทางปั๊มมีป้ายเตือนว่าห้ามสูบบุหรี่ เนื่องจากอาจจะเกิดเหตุเพลิงไหม้ หรือทำให้ปั๊มระเบิดได้ จนทำให้พนักงานต้องเข้ามาเตือน เพราะเกรงว่าจะเกิดเหตุร้ายขึ้น ส่งผลให้ทางชายฉกรรจ์เหล่านั้นไม่พอใจ ต่อมาได้มีตำรวจสายตรวจขับขี่รถจยย.เข้ามา เมื่อเห็นเช่นนั้นทางตำรวจจึงเข้ามาระงับเหตุ แต่กลับสร้างความไม่พอใจกับกลุ่มวัยรุ่นเหล่านี้ จนมีการกระชากคอเสื้อตำรวจอย่างไม่เกรงกลัว แต่ทางตำรวจก็ยังคงใจเย็นไม่ตอบโต้

"ต่อมาทางพนักงานในปั๊ม ยังได้ถูกกลุ่มวัยรุ่นเหล่านี้ลงมือทำร้ายร่างกาย จนตำรวจต้องเข้าไประงับเหตุอีกครั้ง จากนั้นวัยรุ่นกลุ่มนี้ได้ย้อนกลับมาทำร้ายตำรวจ ด้วยการเตะเข้าที่ก้านคอ จนตำรวจล้มลงกองกลับพื้น พร้อมทั้งกระทืบซ้ำ และยังพยายามหยิบถังดับเพลิงที่อยู่ในปั๊มมาทุบ แต่ไม่สามารถเอาออกมาได้ ก่อนจะพากันขับรถหลบหนีไป โดยเหตุการณ์นี้มีเจ้าหน้าที่อาสาสมัคร และประชาชนอีกหลายคน ที่เห็นเหตุการณ์อย่างชัดเจน ก่อนจะไปเกิดเหตุซ้ำที่โรงพักสายไหม ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้ง 2 แห่ง มีความรุนแรง ไม่แตกต่างกันเลยแม้แต่น้อย ทำให้ชาวบ้านละแวกนี้หวาดระแวงกลุ่มผู้ก่อเหตุ เพราะขนาดเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งทำหน้าที่ผู้รักษากฎหมาย ยังถูกผู้ต้องหาลงมือทำร้ายได้ แล้วประชาชนทั่วไปจะขนาดไหน หนำซ้ำยังมีกระแสข่าวว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุจะกลับมาสร้างความรุนแรงซ้ำอีกครั้ง" ผู้เห็นเหตุการณ์ รายนี้เล่าด้วยความหวาดผวา

ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยัง ศูนย์ปฏิบัติการอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) สำนักงานเขตสายไหม พบว่าไม่มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน มีเพียงเจ้าหน้าที่ประจำห้องวิทยุ 1 นาย ซึ่งไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ความรุนแรงดังกล่าว จากนั้นทางผู้สื่อข่าวจึงได้โทรศัพท์ไปสอบถามอาสาสมัครอีกหนึ่งราย พบว่า ทางผู้บังคับบัญชาของหน่วยงานนี้ มีคำสั่งห้ามให้ข่าวแต่อย่างใด เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดภาพลักษณ์ที่ไม่ดี เนื่องด้วยในวันเกิดเหตุการณ์ทางผู้บังคับบัญชาได้สั่งให้ถอนกำลังออก เมื่อทางผู้ต้องหามาก่อเหตุภายในโรงพักสายไหม เพื่อป้องกันเหตุความรุนแรงเกิดขึ้นมาอีกครั้ง