ยอดแรงงานเมียนมา เดินทางกลับเริ่มลดลง หลังรัฐบาลชะลอกฎหมายแรงงานฉบับใหม่ ขณะที่เอ็นจีโอร่อนเอกสารการทำเอ็มโอยู เพื่อเชิญชวนแรงงานต่างด้าวกลับเข้าระบบ
ที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง จังหวัดตาก บ้านริมเมย ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก องค์กรพัฒนาเอกชนของเมียนมา ต่างนำเอกสารในการทำเอ็มโอยู.ของแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ ไทย ลาวและกัมพูชา เพื่อแนะนำและเชิญชวนให้แรงงานต่างด้าว สัญชาติเมียนมา กลับมาใช้ระบบนี้เข้ามาทำงานในประเทศไทยหลังจากกลับภูมิลำเนาไปแล้ว
ทั้งนี้เพื่อจะได้เข้ามาทำงานอย่างถูกต้องตามกฏหมาย หากกลับเข้ามาทำงานในประเทศไทยอีก จะได้ไม่มีปัญหาใดๆเกิดขึ้น แต่แรงงานเมียนต่างบอกว่า ค่าธรรมเนียมระบบเอ็มโอยู.แพงเกินไป ส่งผลให้เกิดการต่อรองระหว่างนายจ้าง กับลูกจ้าง ซึ่งส่วนมากลูกจ้างจะถูกเอารัดเอาเปรียบ ถูกละเมิดสิทธิด้านแรงงาน ได้
นายยู เทิน แรงงานเมียนมารายหนึ่ง ที่ทำงานมหาชัย จ.สมุทรสาคร กล่าววา มาทำงานในประเทศไทยเป็นเวลานานร่วม 10 ปี โดยอยู่อย่างผิดกฏหมาย เพราะตนเองมีเอกสารไม่ครบ เมื่อมีพรก.แรงงานฉบับออกมามีโทษรุนแรง นายจ้างจึงเลิกจ้าง ซึ่งแรงงานเมียนมาส่วนมากที่กลับมาผิดกฏหมายเกือบทั้้งหมด แต่หลังจากนี้ไป จะกลับมาทำงาน เพื่อจะเข้าสู่ระบบเอ็มโอยู.
ด้านการเดินทางกลับไปยังพื้นที่อำเภอแม่สอด ของแรงงานต่างด้าว สัญชาติเมียนมา มีจำนวนลดลงแล้ว โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2560 มีแรงงานเมียนมากลับไป จำนวน 1,869 คน ซึ่งลดลงไปมากแล้ว จากเดิมวันละ 4,500-6,000 คน ทั้งนี้เนื่องจากทางรัฐบาลไทย โดยคสช.ใช้มาตรา 44 ชะลอการบังคับใช้กฏหมายแรงงานฉบับใหม่ ทำให้แรงงานใช้เวลาที่เหลืออยู่ทำงานต่อไป และมีโอกาสที่จะทำงานใหม่




