หน.อุทยานทุ่งกระเจียวไทรทอง จี้ 3 สาว ลุยเหยียบทุ่งเร่งพบจนท.แจงข้อเท็จจริง หลังร่วมกันกระทำผิดระเบียบของอุทยานแห่งชาติไทรทอง
( 3 ก.ค.60 ) ขณะที่จ.ชัยภูมิ หลังเมื่อตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.60 ที่ผ่านมาเกิดกรณีฮือฮาซ้ำอีกหลังชาวโลกโซเชียลชัยภูมิรุมจวกรูปภาพกลุ่มหญิงสาวที่นำมาโพสท่าทางของตนเองลงในโลกออนไลน์ที่พากันเดินลงไปเหยียบทุ่งกระเจียวเพื่อถ่ายภาพ จนเกิดกระแสในโลกโซเชียลไปทั่วว่าการกระทำดังกล่าวไม่เหมาะสมและไม่อยากให้นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวชมทุ่งดอกกระเจียวทำเช่นนี้อีกเพราะเป็นการทำลายธรรมชาติทุ่งดอกกระเจียวของจ.ชัยภูมิ ที่เป็นสิ่งที่มีคุณค่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่ขึ้นชื่อของจ.ชัยภูมิโด่งดังไปได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวไปทั่วโลก และไม่อยากให้นักท่องเที่ยวทุกคนที่มาเที่ยวชมลงไปเหยียบย่ำทุ่งดอกกระเจียวเพราะเป็นการลงไปเหยียบทำลายหน่อของดอกกระเจียวที่จะผลิดอกชูช่อขึ้นมาอีกจำนวนมากในช่วงนี้ ควรช่วยกันมีมีสำนึกในการมาท่องเที่ยวแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ช่วยกันให้มากขึ้น
และช่วงนี้ถือเป็นช่วงที่ทุกหน่วยงานของจ.ชัยภูมิ ได้เปิดต้อนรับเทศกาลท่องเที่ยวทุ่งดอกกระเจียวบานอย่างเป็นทางการไปแล้วมาตั้งแต่ช่วงกล่างเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา และเริ่มจะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาชมเพียงช่วงเดือน มิ.ย.-ก.ย.ของทุกปี ทุกหน่วยงานองค์กรหลายฝ่ายในจ.ชัยภูมิ จึงให้ความสำคัญในการช่วยปลุกจิตสำนึกให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวชมไม่ลงไปเหยียบย่ำในทุ่งดอกกระเจียวร่วมกันอย่างเด็ดขาดให้มากขึ้น ซึ่งสำหรับทุ่งดอกกระเจียวบานของจ.ชัยภูมิ จะเปิดมีให้ชมใน 2 แห่ง ที่เขตอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม อ.เทพสถิต และที่อุทยานแห่งชาติไทรทอง อ.หนองบัวระเหว โดยบริเวณทุ่งดอกกระเจียวทุกแห่งจะมีขอห้ามไม่ให้คนนักท่องเที่ยวเดินลุยทุ่งลงไปถ่ายภาพเด็ดขาดซึ่งมีป้ายติดห้ามไว้ รวมทั้งหากพบใครลงไปในทุ่งก็ยังมีมาตรการจับห้ามรายละ 500 บาท เข้ามาเพิ่มเติมอีกด้วย เพราะการมาเที่ยวชมจะมีมุมจัดไว้ให้เป็นเส้นทางเดินธรรมชาติไว้ให้ถ่ายภาพอยู่แล้ว
และหลังเกิดกรณีกระแสข่าวดังไปทั่วในโลกโซเซียลกรณีของมี3สาวนักท่องเที่ยวเดินลุยลงไปในทุ่งดอกกระเจียวเพื่อถ่ายภาพ ในเขตอุทยานแห่งชาติไทรทอง ต.วังตะเฆ่ อ.หนองบัวระเหว จังหวัดชัยภูมิ จนเป็นกระแสวิพากษ์กันอย่างกว้างขวางเมื่อวันที่1ก.ค. ที่ผ่านมา
ล่าสุดมีรายงานว่า กลุ่มสาวที่พากันเดินลงทุ่งดอกกระเจียวในเขตอุทยานแห่งชาติไทรทองครั้งนี้ ได้ออกมาขอความเป็นธรรมผ่านโลกโซเชียลให้กับตนเองด้วยเช่นกันว่าถูกโลกโซเชียลลงข้อมูลคลาดเคลื่อนและเป็นสิ่งที่เป็นผลกระทบต่อกลุ่มตนเองที่ต้องมาตกเป็นจำเลยสังคมในครั้งนี้ด้วยโดยไม่มีโอกาสชี้แจง ซึ่งทั้งมีการอ้างว่าภาพที่นำมาลงเป็นภาพเก่า และการที่เดินลงไปได้นั้นมีเจ้าหน้าที่ของอุทยานแห่งชาติไทรทอง เป็นคนอนุญาตให้ลงไปได้ รวมทั้งยังอ้างเบอร์โทรติดต่อไปสอบถามของอุทยานฯครั้งนี้ได้ด้วยนั้น และยังมีการเดินทางไปขอพบร.ต.อ.วัชริน หูชัยภูมิพนักงานสอวนสวนของสภ.เมืองชัยภูมิ เพื่อที่จะไปแจ้งความเอาผิดกับคนที่โพสภาพในโลกโซเชียลของกลุ่มตัวเองไปเดินลุยทุ่งทั้งหมดในครั้งนี้ด้วย โดยในเบื้องต้นทางด้านพนักงานสอบสวนสภ.เมืองชัยภูมิ ยังไม่รับแจ้งและขอให้ไปนำหลักฐานที่ชัดเจนมากกกว่านี้ มาพบพนักงานสอบยสวนอีกครั้งก่อนเพราะ ภาพที่ถูกนำมาตีแผ่ในโลกโซเชียลส่วนใหญ่มีการเบอร์หน้าตาปิดบังใบหน้ากลุ่มหญิงสาวกลุ่มนี้ทั้งหมดไม่ทราบว่าเป็นใครมาจากไหนได้ และเป็นเพียงการสะท้อนการกระทำว่าไม่อยากให้ใครลงไปทำผิดระเบียบเช่นนี้ในทุ่งดอกกระเจียวอีกเท่านั้น และไม่มีการระบุชื่อเสียงคนที่ลงเหยียบทุ่งดอกกระเจียวให้เสียหายได้ จึงยังไม่เข้าข่ายที่จะแจ้งเอาผิดคนโพสในโลกโซเชียลขณะนี้ได้ และล่าสุดกลุ่มหญิงสาวกลุ่มนี้ยังไม่มีการเดินทางมาพบพนักงานสอบสวนสภ.เมืองชัยภูมิ เพื่อแจ้งความเพิ่มเติมในเรื่องนี้แต่อย่างใด
และในส่วนการตรวจสอบภาพที่มีการอ้างว่าเป็นภาพเก่าหลายปีนี้ ยังพบว่าทางกลุ่มหญิงสาวผู้โพสเองเพิ่งนำมาโพสในเฟสบุ๊คเองเมื่อไม่นานมานี้ไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาของเดือน มิ.ย.60 ที่ผ่านมาเองอีกด้วย
ซึ่งล่าสุดหลังเกิดกณีที่เกิดขึ้นทั้งมีการกล่าวอ้างว่ามีเจ้นหน้าที่อุทยานแห่งชาติไทรทอง อนุญาตให้กลุ่มหญิงสาวรายนี้ลงไปในทุ่งดอกกระเจียวภาพในภาพที่ถ่ายมาได้นั้น
ล่าสุด ด้านนายวรพล ดีปราศรัย หัวหน้าอุทยานแห่งชาติไทรทอง ได้เปิดเผยว่าได้รับทราบข้อมูลดังกล่าวแล้วและยอมรับว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงแต่ไม่มีจนท.อนุญาติให้ กลุ่มนักท่องเที่ยวหญิงดังกล่าวลงไปลุยเหยียบย่ำทุ่งดอกกระเจียวตามคำกล่าวอ้างของผู้กระทำความผิดระเบียบของอุทยานใดๆทั้งสิ้นในครั้งนี้เด็ดขาด
และในขณะนี้กำลังได้ประสานเพื่อติดต่อหาตัวกลุ่ม3สาวทั้งหมดมาพบจนท.อุทยานฯด้วย เพราะมีความผิดตามพรบ. อุทยานห่งชาติ มาตรา18และอยู่ระหว่างให้ปรึกษาฝ่ายกฎหมายของอุทยานฯ เพื่อดำเนินการจากคำกล่าวอ้างที่ทั้ง3สาวนักท่องเที่ยวกล่าวว่ามีเจ้าหน้าที่อุทยานร่วมอยู่ด้วยและเป็นผู้อนุญาติให้ลงไปถ่ายดังกล่าวได้นั้น ว่าจะเข้าข่ายกล่าวใส่ร้ายจนท.เสียหายว่ามีการปล่อลปะละเลยการปฏิบัติหน้าที่ทำให้อุทยานได้รับความเสียหายเพิ่มเติมอีกด้วยถ้าเข้าข่ายก็จะเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มที่ลงไปในทุ่งดอกกระเจียวทั้งหมดด้วยเช่นกัน
ซึ่งอยากให้สื่อและประชาชนทุกคนช่วยกันเป็นหูเป็นตาสอดส่องถ้าพบเห็นการกระทำที่ผิดระเบียบของอุทยานฯมีนักท่องเที่ยวเดินลงไปในทุ่งกระเจียว ก็สามารถแจ้ง จนท.ได้ทันทีและสุดท้ายยังได้ฝากไปยังกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีพฤติกรรมดังกล่าวหยุดเอาเปรียบคนอื่นได้แล้วเพราะสังคมไม่ยอมรับการกระทำดังกล่าว ซึ่งที่ผ่านมามีคนเดินลงไปในทุ่งเขาทำผิดยังกล้ายอมรับและขอโทษ ซึ่งสังคมก็ให้อภัยมาแล้วและอยากให้ช่วยกันช่วยกันให้ความสำคัญในเรื่องนี้มากขึ้นด้วย////





