ว่าที่เจ้าบ่าวชาวเขมรสุดเศร้ากำลังจะเข้าพิธีแต่งงานวันนี้ ถูกจับลักลอบข้ามแดนโดยผิดกฎหมายถูก ส่งดำเนินคดีวืดแต่งงาน
เมื่อเวลา08.00น. วันนี้(27มิ.ย.60) ขณะที่ ร.อ.อภินันท์ สงครามชัย ผบ.ร้อย ทพ.1201ฯประสานความร่วมมือกับ พ.ต.อ.เบญจพล รอดสวาสดิ์ ผกก.ตม.จว.สระแก้ว สนธิกำลัง ร้อย ทพ.1201ฯและชุดสืบสวนปราบปราม ตม.จว.สระแก้วออกทำการลาดตะเวณและเฝ้าตรวจการลักลอบข้ามแดนโดยผิดกฎหมายบริเวณตะเข็บชายแดนช่องทางธรรมชาติ ท้ายตลาดโรงเกลือ ซึ่งเป็นตลาดการค้าชายแดนฯและ บริเวณสะพานรถไฟไทย-กัมพูชา ทิศเหนือของด่านพรมแดนอรัญประเทศ บ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว
ต่อมา จนท.ชุดปฏิบัติการร่วมได้ตรวจพบหนุ่มวัยรุ่นชาวกัมพูชาต้องสงสัยจำนวน5คน ลงมาจากรถยนต์ตู้โดยสารในตลาดโรงเกลือ ซึ่งเป็นตลาดการค้าชายแดน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว แล้วเดินลัดเลาะเลียบทางรถไฟ มุ่งหน้าจะปีนรั้วตะเข็บชายแดนช่องทางธรรมชาติบริเวนสะพานรถไฟข้ามเขตแดนเพื่อออกไปฝั่งกัมพูชา จนท.จึงได้แสดงตัวพร้อมนำกำลังเข้าปิดล้อมและจับกุมตัวไว้ได้ทั้ง5คน ตรวจสอบไม่พบเอกสารการเดินทางและเอกสารอนุญาตทำงานในประเทศไทยแต่อย่างใด จึงควบคุมตัวชายชาวเขมรทั้ง5คน ประกอบด้วยนายคา ซก อายุ22ปี,นายเฮง ซก อายุ20ปี ทั้งสองคนเป็นพี่น้องกัน พร้อมด้วยนายไฮ เฮน อายุ20ปี,นายไม โอน อายุ20ปี และนายจุ๊ด โตว อายุ20ปี มาทำการสอบสวนที่ กองร้อยทหารพรานที่1201ฯด่านพรมแดนคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว
จากการสอบสวนเบื้องต้นนายไฮ เฮน,นายไม โอน และนายจุ๊ด โตว รับสารภาพว่าได้ลักลอบไปทำงานก่อสร้างใน กทม.มานานหลายเดือนแล้วและช่วงนี้งานเสร็จแล้วผู้รับเหมาไม่มีงานให้ทำ จึงชักชวนกันเดินทางกลับบ้านเกิดในกัมพูชา โดยเสียค่าเดินทางจาก กทม.มาที่ตลาดโรงเกลือ คนละ1600บาท และกำลังจะลักลอบข้ามตะเข็บชายแดนกลับไปกัมพูชาแต่มาถูก จนท.ไทยจับได้เสียก่อน
ส่วนนายคา ซก และนายเฮง ซก สองพี่น้องชาวกัมพูชารับสารภาพว่าได้ลักลอบเดินทางไปทำงานรับจ้างที่ จ.ฉะเชิงเทรา และและนายคา ซก กำลังจะเดินทางกลับไปเข้าพิธีแต่งงานที่บ้านเกิดใน จ.เสียมราฐ ประเทศกัมพูชา โดยพยายามพูดจาขอร้องให้ จนท.ไทยปล่อยตัวและขอความเห็นใจ โดยนายคา ซก ว่าที่เจ้าบ่าวชาวกัมพูชา เล่าด้วยสีหน้าที่เศร้าสลดกึ่งจะร้องไห้ว่าตนเองและน้องชายได้เข้ามาทำงานในประเทศไทย ที่ จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อเก็บเงินไปแต่งงานกับแฟนสาวที่บ้านเกิดใน จ.เสียมราฐ แต่ทางฝ่ายพ่อแม่และญาติพี่น้องที่บ้านเกิดทั้งฝ่ายตนและฝ่ายเจ้าสาวได้เห็นควรจัดงานแต่งงานให้ตนกับเจ้าสาวโดยกำหนดจัดพิธีแต่งงานขึ้นในวันนี้ที่27มิ.ย.60 โดยเวลา11.00น.จะเริ่มพิธีฯ และทางบ้านได้จัดพิธีต่างๆเตรียมไว้พร้อมแล้ว ดังนั้นตนและน้องชายจึงต้องรีบเดินทางกลับเพื่อไปเข้าพิธีวิวาห์ให้ทัน โดยจะลักลอบปีนรั้วตะเข็บชายแดนบริเวณสะพานรถไฟไทย-กัมพูชา โดยมีเพื่อนชาวเขมรอีก3คน จะลักลอบออกไปด้วย
โดยนายคา ซก ได้พยายามขอความเห็นใจจาก จนท.พร้อมทั้งได้เปิดโทรศัพท์เพื่อให้ จนท.ได้ดูรูปของเจ้าสาวที่ตนเองกำลังจะเข้าพิธีแต่งงานด้วย ซึ่งพบว่าว่าที่เจ้าสาวของนายคา ซก เป็นสาวกัมพูชาหน้าตาสวยงาม แต่ จนท.ก็ได้ปฏิเสธไม่สามารถช่วยเหลือได้ เนื่องจากเป็นการทำผิดกฎหมายไทย และเป็นความผิดที่เสียหายต่อความมั่นคงด้วย จึงได้แสดงความเห็นใจด้วยการให้ยืมใช้โทรศัพท์โทรไปบอกญาติที่ จ.เสียมราฐว่าไม่สามารถเดินทางกลับไปเข้าพิธีต่างงานได้ทัน ต้องถูกดำเนินคดีฝั่งไทยก่อน โดย จนท.ได้ปลอบปะโลมว่าอาจจะช้าเพียงวันเดียวเท่านั้นเนื่องจากนายคา ซก และพวกเป็นเพียงกระทำผิดลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย จนท.เพียงควบคุมตัวส่งให้ ตม.จว.สระแก้ว ไปทำบัณทึกถ่ายภาพทำประวัติและขึ้นบัญชีไว้จากนั้นก็จะนำไปผลักดันกลับประเทศ ซึ่งอาจทำให้การแต่งงานช้าไปเพียง1-2วันเท่านั้น จึงทำให้นายคา ซก มีสีหน้าที่ดีขึ้น
จากนั้น จนท.จึงควบคุมตัวส่งให้ จนท.ชุดสืบสวนปราบปราม ตม.จว.สระแก้ว นำไปดำเนินการตามขั้นตอนตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง ที่อาคารที่พักรอการส่งกลับแรงงานต่างด้าว สำนักงาน ตม.จว.สระแก้ว ต่อไป





