ผลกระทบโครงการรถไฟทางคู่ ผ่านเขตเมืองโคราช ไม่ยกระดับ ปิดจุดทางข้าม รฟท.ฟ้องขับไล่นายกเล็กฯ ส่อปัญหาระยะยาว เพื่อผลักดันในรัฐบาลทบทวน ด้านผู้เช่า ติดป้ายคัดค้าน
เมื่อเวลา13.00น. วันที่ 12 มิถุนายน กลุ่มผู้เช่าที่ดินการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ที่ได้ผลกระทบกรณี รฟท. ขอคืนพื้นที่แนวเขตทางรถไฟในเขตเทศบาลนคร (ทน.) นครราชสีมา เพื่อก่อสร้างโครงการรถไฟทางคู่ ขอนแก่น-ชุมทางถนนจิระ-มาบกะเบา ได้ลงขันทำป้ายไวนิล ระบุข้อความว่า “เราไม่เห็นด้วยรถไฟทางคู่ผ่าเมืองโคราช ซึ่งแบ่งเป็นสองฝั่ง, วิกฤติเมืองโคราช ถูกแบ่งเป็นสองฝั่ง จากรถไฟทางคู่ ไปมาหาสู่กันไม่ได้” นำมาติดบริเวณผนังอาคารพาณิชย์ ก่อนถึงจุดข้ามทางรถไฟถนนพิบูลละเอียด บริเวณห้าแยกการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) จังหวัดนครราชสีมา เพื่อแสดงความคิดเห็นให้รัฐบาล ทบทวนรูปแบบโครงการ ฯ ซึ่งปิดจุดทางข้าม เพื่อก่อสร้างสะพานข้ามทางรถไฟ ขอให้ก่อสร้างทางรถไฟยกระดับแทน เนื่องจากมีผลกระทบต่อวิถีชีวิตความเป็นอยู่หลายด้าน ต่อมาเจ้าหน้าที่ความมั่นคง ได้ชี้แจงถึงการกระทำที่หมิ่นเหม่ข้อกฎหมายและก่อความไม่สงบ กลุ่มผู้ไม่เห็นด้วยจึงรีบปลดป้ายออก
นายสุรวุฒิ เชิดชัย นายก ทน.นครราชสีมา เปิดเผยว่า โครงการนี้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งมวลชน สามารถลดระยะเวลาการเดินทาง ประหยัดพลังงานและเพิ่มทางเลือก ในสัญจรจากเมืองโคราชสู่ภูมิภาคต่าง ๆ ส่งผลให้เมืองโคราช มีศักยภาพเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจในภูมิภาคอีสานอย่างสมบูรณ์แบบ แต่เส้นทางช่วงผ่านเมือง มีจุดตัดเป็นถนนข้ามทางรถไฟเชื่อมต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่มีอาณาเขตติดต่อกันและชุมชนขนาดใหญ่ จำนวน 4 แห่ง ปัจจุบันใช้เจ้าหน้าที่ รฟท. ควบคุมการเปิดปิดเครื่องกั้น แต่รูปแบบโครงการ ฯ ยกเลิกจุดตัดทางข้ามถาวร ให้ใช้ถนนเลียบทางรถไฟและทางต่างระดับ หรือสะพานข้ามทางรถไฟที่กำหนดไว้แทน โดยเฉพาะทางข้ามรถไฟถนนพิบูลละเอียด ซึ่งถือเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ เนื่องจากเป็นทางเชื่อมต่อกองทัพภาคที่2 ค่ายสุรนารี และกองบิน1 ทน.ฯ ยังรอความชัดเจน เพื่อร่วมกำหนดแนวทางคู่ที่ผ่าน ควรพิจารณารูปแบบที่ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตชุมชนน้อยที่สุด ตนและผู้ใหญ่ในจังหวัด ได้สอบถามผู้มีอำนาจในกระทรวงคมนาคมอย่างต่อเนื่อง พร้อมยกตัวอย่างจังหวัดขอนแก่น ทำไมสร้างทางรถไฟยกระดับผ่านเมืองได้
ด้านนายอำพร มณีกรรณ์ นายกเทศมนตรีตำบล (ทต.)โพธิ์กลาง อ.เมือง จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็น อปท. ที่ได้รับผลกระทบจากการปิดจุดตัดข้ามทางรถไฟ ถนนเบญจรงค์และไชยณรงค์ ว่า พวกเรารู้สึกยินดีและขานรับโครงการรถไฟทางคู่ ฯ ซึ่งส่งผลให้จังหวัดนครราชสีมา มีการพัฒนารอบด้านเป็นรูปธรรม แต่รูปแบบก่อสร้างทางรถไฟกำหนดบนดินและมีเส้นทางผ่านกลางเมือง ส่งผลให้การสัญจรเข้าออกตัวเมือง ลำบากมากขึ้น ต้องใช้ถนนเลียบทางรถไฟที่ไกลกว่าเดิม ทต.โพธิ์กลาง เป็น อปท.ที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุดใน อ.เมือง มีประชากรรวมกว่า 4 หมื่นคน หากทางรถไฟไม่ยกระดับผ่าน ในอนาคต ทต.โพธิ์กลาง ฯ จะเปรียบเสมือนฝั่งธนบุรีกับฝั่งพระนคร กรุงเทพฯ ซึ่งถูกแบ่งออก รวมทั้งผลกระทบการขนส่งขยะมูลฝอยจาก อปท.34แห่ง นำเข้ามาทิ้งในบ่อขยะ ทน. ฯ ซึ่งตั้งอยู่เขตตำบลโพธิ์กลาง ทำให้ต้องสูญเสียพลังงานเชื้อเพลิงและผลกระทบสิ่งแวดล้อมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ตนมิได้นิ่งนอนใจ ได้ประสานกับผู้บริหาร อปท. ที่ได้รับผลกระทบจากโครงการ ฯ ซึ่งไม่ยกระดับผ่านเมือง จะช่วยผลักดันเสนอให้รัฐบาล พิจารณารูปแบบโครงการรถไฟทางคู่ ขอให้สร้างทางรถไฟยกระดับ แม้นเพิ่มงบประมาณ แต่สามารถป้องกันไม่ให้มีปัญหาหลายด้านเกิดขึ้นในอนาคต
รายงานข่าวแจ้งว่า ขณะนี้กลุ่มผู้เช่าที่ดิน รฟท. ริมถนนมุขมนตรี ฝั่งตรงข้าม สนง.กฟภ.จ.นครราชสีมา และฝั่งตรงข้ามโรงเรียนมารีย์วิทยา ส่วนใหญ่เป็นอาคารพาณิชย์ กว่า 80 คูหา ส่วนหนึ่งได้รับหมายเรียกจำเลย (แบบ ผบ.2) ของศาลจังหวัดนครราชสีมา โดย รฟท.เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องเรื่องเช่าทรัพย์, ขับไล่, เรียกค่าเสียหาย ล่าสุดธนาคารออมสิน สาขามุขมนตรี ตั้งอยู่หน้าสถานีรถไฟนครราชสีมา ได้แจ้งจะย้ายที่ทำการภายในเดือนกรกฎาคมนี้




