วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'เสี่ยต๋อง' รับทราบข้อกล่าวหา คดีรุกที่สปก.อุดรธานี

เจ้าร้านอาหารเวียงชัยบุรี อ.เพ็ญ เข้ารับทราบข้อกล่าวหา คดีรุกที่สปก.อุดรธานี กว่า 12 ไร่

 ที่สภ.เพ็ญ นายภิญญา สุวรรณจักร หรือ ต๋อง เจ้าของและผู้ดูแลร้านอาหารเวียงชัยบุรีเลขที่ 130 ตรงข้ามตลาดปลาสินเจริญ ถ.สุมเส้า-บ้านดุง ม.6 บ.สินเจริญ ต.เตาไห อ.เพ็ญ เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหา “บุกรุก” ต่อ พ.ต.อ.นวาระ จันนาวัน ผกก.สภ.เพ็ญ และ ร.ต.ท.เจษฎาภรณ์ กะพี้โสม รองสารวัตรสอบสวน หลังจากที่ สปก.อุดรธานี ได้เข้าแจ้งความ หลังจากทางจังหวัดอุดรธานี , สปก.อุดรธานี , ทหาร มทบ.24 พร้อมหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่ตรวจสอบร้านอาหารดังกล่าว หลังมีผู้ร้องเรียนว่า ที่ร้านอาหารแห่งนี้ได้ปลูกสร้างอาคารรุกลำห้วยหลวง และใช้ที่ดิน สปก.ผิดวัตถุประสงค์ และให้ทางเวียงชัยบุรี รื้อถอนสิ่งก่อสร้าง และออกจากที่ดิน สปก.จำนวน 12-3-26 ไร่ พร้อมได้ติดป้ายประกาศ ห้ามบุกรุกเขตที่ดิน สปก.แปลงดังกล่าว

โดยการเข้ารับทราบข้อกล่าวหาของนายภิญญาฯ มี นายหรั่ง ธุระพล นายก อบต.เชียงหวาง อ.เพ็ญ พ่อของนายภิญญาฯ พร้อมพนักงานของร้านอาหารเวียงชัยบุรี กว่า 10 คน ได้มามอบดอกไม้ให้กำลังใจ ขณะที่ได้ทำการสอบปากคำ นายภิญญาฯ ปฏิเสธข้อกล่าวหา โดยจะขอต่อสู้คดีในชั้นศาล ทางพนักงงานสอบสวนจึงนำตัวพิมพ์ลายนิ้วมือ โดยไม่ได้ควบคุมตัว เนื่องจากผู้ถูกกล่าวหา เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาด้วยตัวเอง

พ.ต.อ.นวาระ จันนาวัน ผกก.สภ.เพ็ญ เปิดเผยว่า ผู้ถูกกล่าวหา เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาด้วยตัวเอง จึงไม่ต้องให้ประกันตัวไป ส่วนเรื่องของคดีที่เบื้องต้นได้ทำการสอบปากคำทาง สปก.ที่เป็นผู้แจ้งความดำเนินคดีนายภิญญาฯ แล้ว ส่วนทางผู้ต้องหาที่มาแสดงตัว คงต้องดูว่าจะให้การอย่างไร โดยตนกำชับให้พนักงานสอบสวนให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ที่จะเป็นไปตามหลักฐานต่าง ๆ ที่จะนำมาพิสูจน์ คือ เรื่องของคดึทุกฝ่ายต้องยอมรับ เพราะจะมีผู้ผิด 2 คนไม่ได้ เพราะผลที่ออกมาจะต้องมีคนถูก 1 คน และคนผิด 1 คน ส่วนจะเข้าใจผิดหรือไม่ ทางตำรวจจะดำเนินการอย่างตรงไปตรงมาด้วยความเป็นธรรม

นายภิญญา สุวรรณจักร เจ้าของร้านอาหารเวียงชัยบุรี ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้ตนมารับทราบข้อกล่าวหา และยืนยันเจตนาความบริสุทธิ์ของตนที่ทำอยู่ที่เวียงชัยบุรี สิ่งที่สำคัญคือ ตนมารับทราบข้อกล่าวหาและมอบตัวตามที่ทาง สปก.อุดรธานี แจ้งความไว้ที่ สภ.เพ็ญ โดยทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับทางศาลว่าผลจะออกมาอย่างไร ซึ่งตนให้การปฏิเสธข้อกล่าวหาไป ทั้งนี้ตนยังยืนหยัดว่า เวียงชัยบุรี เจตนาที่ทำไปนั้น เพื่อทดแทนตอบแทนคุณให้แผ่นดิน ในฐานะที่ตนเป็นคน อ.เพ็ญ เป็นลูกหลานเมืองอุดรธานี เพื่อให้ชาวอุดรธานีพ้นจากความยากจน และขอยืนยันว่า ตนจะมอบเวียงชัยบุรี เมื่อก่อสร้างสำเร็จแล้ว จะมอบให้เป็นแผ่นดินของ จ.อุดรธานี ตามที่ได้เรียนกับทาง ผบ.มทบ.24 ปลัดจังหวัด ปฏิรูปที่ดิน และเจ้าหน้าที่หน่วยต่าง ๆ ที่เข้ามาตรวจสอบเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งไดรับทราบถึงเจตนาที่แท้จริงของตนแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ถึงแม้ทาง สปก.อุดรธานี ได้ติดป้ายประกาศให้ผู้เข้ามาทำประโยชน์ในที่ดินแปลงดังกล่าว ให้ทำการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง และให้หยุดดำเนินการ และให้ออกจากที่ดิน สปก.ที่ผู้ฝ่าฝืนจะดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันบุกรุกที่ดินของรัฐ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362,365(2) และมาตรา 83 และประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9,108 ที่มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 5000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่ทางเจ้าของเวียงชัยบุรียังคงเปิดให้บริการต่อ โดยไม่ทำตามประกาศ ซึ่งทางหน่วยงานที่รับผิดชอบก็ไม่มีการดำเนินการอะไรต่อ นอกจากทาง สปก.อุดรธานี แจ้งความดำเนินคดีกับนายภิญญาฯ ข้อหา “บุกรุก”เท่านั้น