สาวครีเอทีฟนครพนม ผันตัวเองจากรายการทีวี สู่เกษตรกรรุ่นใหม่ (Young Smart Farmer) เรียนรู้ ศึกษาหาความรู้ทั้งจากตำราเรียน อินเตอร์เน็ต ผู้รู้และหน่วยงานราชการ แล้วนำมาปรับปรุงเปลี่ยนแปลงไร่มะม่วงหาวมะนาวโห่ จนมีผลผลิตที่มีคุณภาพ
วันที่ 9พฤษภาคม 2560 ที่บริเวณฟาร์มนพรัตน์ บ้านสมบูรณ์ ตำบลบ้านค้อ อำเภอโพนสวรรค์ จังหวัดนครพนม ซึ่งเป็นสถานที่ต้นกำเนิดของเกษตรกรรุ่นใหม่ (Young Smart Farmer) ที่ผันชีวิตตัวเองจากงานครีเอทีฟรายการทีวี สู่การทำการเกษตรแบบใหม่ที่ใช้หลักในการตลาด ผสมผสานกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ ควบคู่กับการผลิตสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน เป็นที่ต้องการของลูกค้า เพื่อสานฝันของพ่อที่ก่อเริ่มแปลงเกษตรมะม่วงหาวมะนาวโห่ให้กับครอบครัว
นางสาวภัทรฤทัย พรมนิล Young Smart Farmer บ้านสมบูรณ์จ.นครพนม กล่าวว่า จุดกำเนิดของไร่มะม่วงหาวมะนาวโห่นั้น มาจากที่คุณพ่อป่วยแล้วเห็นว่ามะม่วงหาวมะนาวโห่ มีสรรพคุณทางยาชั้นเลิศที่จะมาช่วยในการรักษา แต่หารับประทานได้ยากมากรวมถึงมีราคาแพง จึงได้หามาปลูกในพื้นที่ของตนเองที่มีอยู่ประมาณ 4 ไร่จำนวน 300 ต้น และเมื่อคุณพ่อเสียชีวิต ตนเองก็อยากสานต่อความฝันในส่วนนี้ของพ่อ จึงตัดสินใจลาออกจากงานครีเอทีฟหันมาทำการเกษตรอย่างเต็มตัว ภายใต้แนวคิดพ่อปลูกลูกสร้างต่อซึ่งในช่วงแรกๆก็ยอมรับว่ามีท้อแท้บ้างเนื่องจากไม่เคยทำและไม่เข้าใจในกระบวนการเจริญเติบโต การดูแลรักษา แต่ก็พยายามอดทน เรียนรู้ ศึกษาหาความรู้ทั้งจากตำราเรียน อินเตอร์เน็ต ผู้รู้และหน่วยงานราชการ แล้วนำมาปรับปรุงเปลี่ยนแปลงไร่มะม่วงหาวมะนาวโห่ จนมีผลผลิตที่มีคุณภาพอย่างเช่นทุกวันนี้ ซึ่งในไร่จะเน้นเป็นแบบอินทรีย์ทั้งหมด เช่น การบำรุงดินให้มีรูพลุนเพื่อให้ต้นไม้เจริญเติบโตได้ง่ายก็จะใช้ถ่านไบโอชาร์ที่ถือเป็นนวัตกรรมใหม่อีกอย่างที่ทางจังหวัดนครพนมกำลังให้สนับสนุนสามารถผลิตได้ง่ายๆ จากเศษไม้ ใบไม้ ใบหญ้าที่มีอยู่ปุ๋ยก็ใช้ปุ๋ยคอก และหัวใจที่สำคัญในการทำให้มะม่วงหาวมะนาวโห่ออกลูกดกก็คือการตัดแต่งกิ่ง จึงต้องมั่นเอาใจใส่ในส่วนนี้
และเมื่อได้ผลผลิตมาก็มีการวางแผนการตลาด ซึ่งก็ได้นำเอาความรู้จากการเป็นครีเอทีฟมาใช้ในการออกแบบเริ่มตั้งแต่การสร้างจุดสนใจเมื่อไปออกบู๊ทขาย นั้นก็คือโลโก้คุณลุงใจดี ที่มีลูกๆ 3 คนยืนเกาะอยู่ด้านหลัง ตามมาด้วยการแปรรูปผลิตภัณฑ์มะม่วงหาวมะนาวโห่ให้มีความหลากหลายบนแพ็คเกจที่สวยงาม มีคุณภาพได้มาตรฐานรสชาติอร่อย ประมาณ 20 กว่าอย่างนอกจากการขายลูกสดเช่น การแปรรูปเป็นน้ำหวาน เป็นชา เป็นแยม เบเกอรี่ เค้ก ชีสพาย สบู่ เจลอาบน้ำ แชมพู และอื่นๆ ซึ่งในอนาคตข้างหน้าจะมีการแปรรูปเป็นแคลซูลผงสกัดพร้อมชงดื่ม และสเปรย์ฉีดแผลให้ลูกค้าด้วย ที่สำคัญคือมีการสำรองผลผลิตไว้ให้ลูกค้าในช่วงหน้าหนาวด้วยเนื่องจากช่วงดังกล่าวผลผลิตจะมีเฉพาะทางภาคใต้เท่านั้นจึงทำให้ลูกค้ามีผลผลิตรับประทานได้ตลอดทั้งปี รวมถึงขณะนี้ได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์คณะแพทย์แผนไทยประยุกต์ ในการศึกษาวิจัยมะม่วงหาวมะนาวโห่ เพื่อใช้ทำเป็นยารักษาแผลเรื้อรัง ผู้ป่วยมะเร็ง ผู้ป่วยเบาหวานและโรคอื่นๆอีกด้วย
ซึ่งการเข้าร่วมโครงการ Young Smart Farmer ของกรมส่งเสริมการเกษตร ทำให้มีโอกาสดีๆหลายๆอย่าง ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์จากคนอื่น และนำแนวคิดเหล่านั้นมาต่อยอดสินค้าของตนเอง สำหรับการทำแปลงมะม่วงหาวมะนาวโห่นั้นจะอยู่ที่ 300 ต้นเท่าเดิมแต่จะใช้ระบบการมีลูกสวนแทน โดยเน้นให้มีเครือข่ายในทุกพื้นที่ทั่วประเทศเพื่อกระจายรายได้ให้กับคนในชุมชน รวมถึงสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็วซึ่งขณะนี้มีลูกสวนเข้าร่วมแล้วถึง 5 พันต้นและในอนาคตก็ยังคงรับเพิ่มต่อไปอีก ทั้งจะมีการเปิดรับซื้อผลผลิตมาแปรรูป เพื่อเตรียมออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆขยายฐานการตลาดเข้าสู่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ และเพื่อการส่งออกจึงไม่แปลกที่อนาคตมะม่วงหาวมะนาวโห่จะก้าวสู่ Thailand 4.0 ได้อย่างสวยงาม




