วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ภัย2เด้ง!หลอกสาวอีสานไปเกาหลีใต้ ฟันหัวละ3หมื่น-จับขังค้ากาม

นครบาลจับแล้ว "เจ๊นิด อุดรฯ" พร้อมสารภาพหลอกส่งสาวอีสานแบบ2ต่อ ส่งไปทำงานเกาหลีใต้ ฟันหัวละ3หมื่นแล้ว ยังจับขังค้ากามอีกทอดหนึ่ง

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 5 พฤษภาคม ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง รองผบช.น. ฐานะผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว และการป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ กองบัญชาการตำรวจนครบาล (ผอ.ศพดส.น.) แถลงระดมกวาดล้างการกระทำผิดเกี่ยวกับค้ามนุษย์ช่วงระหว่างวันที่ 29 เม.ย. - 5 พ.ค. รวมทั้งสิ้น 8 คดี จับกุมผู้ต้องหา 9 ราย จับกุมตามหมายจับรวม 4 คดี รวมจับกุมผู้ต้องหา 4 ราย และจับกุมคดีความผิดเกี่ยวเนื่อง 2 คดีรวมผู้ต้องหา 2 ราย

คดีที่น่าสนใจ คือ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบก.สปพ. สั่งการให้ พ.ต.ต.วสันต์ ธวัชชัยวิรุตษ์ สว.งานสายตรวจ 2 กก.สายตรวจ จับกุม น.ส.วริศรา หรือนิด อายุ 52 ปี ชาว จ.อุดรธานี สามารถจับกุมได้ที่บริเวณหน้าห้องแถว ทางเข้าตลาดไทยสมบูรณ์ 3 ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เมื่อวันที่ 30 เม.ย. ที่ผ่านมา

พ.ต.ต.วสันต์ กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก เมื่อประมาณปี 2552 น.ส.วริศรา ได้ร่วมกับสามีชาวเกาหลีใต้ คือนายคิม เป็นนายหน้าจัดหาผู้หญิงส่งไปค้าบริการทางเพศ ที่ประเทศเกาหลีใต้ โดยมีปลายทางรับช่วงต่อคือ มิสเตอร์บั๊ก ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง จากนั้นจะนำเหยื่อที่ถูกหลอกไปตระเวนต่อรองราคาค่าตัวตามสถานบริการทางเพศในย่านต่างๆ ในประเทศเกาหลีใต้ ระหว่างรอทำงานได้นำเหยื่อไปขังไว้ในโรงแรม โดยเหยื่อได้ทุบประตูร้องขอความช่วยเหลือ จนพนักงานโรงแรมช่วยเหลืออกมาได้ นำตัวส่งสถานกงสุลไทยประจำประเทศเกาหลีใต้

ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกสืบสวนจับกุมผู้ที่หลอกเหยื่อไปค้าบริการทางเพศจนทราบว่า คือน.ส.วริศรา จึงนำกำลังไปจับกุม ส่วนนายคิม หลบหนีออกนอกประเทศไปก่อนจะมีการดำเนินคดี สอบสวนน.ส.วริศรา ให้การรับสารภาพว่าสามีตน หรือนายคิม ได้รับการว่าจ้างจากมิสเตอร์บั๊ก ชาวเกาหลีใต้ ให้หาคนมาค้าบริการทางเพศ จากนั้นตนจึงได้ติดต่อนายสมคิด หรือพ่อใหญ่รวย ชาวจ.อุดรธานี อยู่ระหว่างติดตามจับกุม เป็นธุระจัดหาคนไปค้าประเวณีที่ประเทศเกาหลีใต้

โดยปิดบังอำพรางเป็นการจัดหาคนไปทำงานตามร้านนวดแผนไทย โดยเหยื่อทุกรายจะต้องจ่ายเงินให้กับพ่อใหญ่รวยและน.ส.วริศรา รายละ 30,000 บาท

เบื้องต้นแจ้งข้อหาน.ส.วริศรา ร่วมกันหลอกลวงผู้อื่นว่าสามารถหางานได้และโดยการหลอกลวงนั้นได้ไปซึ่งเงินจากผู้หลอกลวง, ร่วมกันเป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือ ชักพาไป ซึ่งบุคคลใดเพื่อให้บุคคลนั้น กระทำการค้าประเวณี,ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นหรือกระทำด้วยประการใดหรือจำยอมต่อสิ่งใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพและให้ผู้อื่นนั้นกระทำการค้าประเวณีและร่วมฉ้อโกง

ด้านพล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า กรณีดังกล่าวทางรัฐบาลให้ความสำคัญในกรณีของการค้ามนุษย์ ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ได้สั่งการให้มีการดำเนินการดังกล่าว ทาง บช.น.ก็ได้มีการระดมกวาดล้างการกระทำผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ เพื่อสนองนโยบายของรัฐบาล และจะทำอย่างต่อเนื่องต่อไป เพื่อทำให้ผลการจับกุมการค้ามนุษย์ในกองบัญชาการตำรวจนครบาลเป็นศูนย์ ทั้งนี้มาตรการดูแลเด็กที่อายุต่ำกว่า 18 ปี ที่มีการสมยอมในการร่วมกันค้าประเวณีนั้น หากมีการกระทำชำเราเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ต้องมีโทษจำคุกสูงสุดคือ 10 ปี ในข้อหาพรากผู้เยาว์

พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวด้วยว่า หากเป็นเจ้าหน้าที่รัฐไปใช้บริการจะถูกแจ้งข้อกล่าวหาจะถูกดำเนินคดีอาญาตามม.157 ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพราะเป็นผู้รักษากฎหมายและมีเรื่องเพศมาเกี่ยวข้องด้วย

อย่างไรก็ตาม กรณีของการขายบริการอ้างเป็นนักศึกษาโชว์รูปจูงใจให้คนเข้าไปใช้บริการ อย่างไรก็ตาม ความผิดเกี่ยวกับเด็ก ผู้ใหญ่จะต้องถูกจำคุกอย่างแน่นอน หากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ก็ถูกแจ้งข้อเพื่อการอนาจาร ข้อหาพรากผู้เยาว์และข้อหากระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี การดำเนินการสอบสวนคดีเด็ก จะต้องมีสหวิชาชีพสอบปากคำร่วมด้วย ทำให้พยานหลักฐานรัดกุมมากขึ้น อย่าคิดว่าจะสามารถวิ่งเต้นได้ให้พ้นจากการกระทำความผิด