วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เกษตรกรโคราชปลูกใบบัวบกขาย รายได้เดือนละกว่า5หมื่นบาท

ครอบครัวมีรายได้ที่สูงมาก เกษตรกรโคราชเผยปลูกใบบัวบกขาย รายได้เดือนละกว่า5หมื่นบาท

นายสุรพันธ์ ศิลปสุวรรณ นายอำเภอครบุรีจ.นครราชสีมา พร้อมด้วยนายวุฒินันท์ ศักดิ์กระโทก เกษตรอำเภอครบุรี ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมแปลงเกษตรแบบผสมผสาน ของนายเสวย แอบกิ่ง อายุ52ปี เกษตรกรบ้านหนองรัง หมู่ที่2ต.แชะ อ.ครบุรี ใช้พื้นที่กว่า 10 ไร่ แบ่งปลูกพืชผสมผสาน จากเดิมที่ใช้ปลูกพืชเชิงเดี่ยวอย่างมันสำปะหลัง ตัดสินใจทดลองปลูกทุเรียน มานานกว่า 2 ปีแล้ว ในระหว่างที่รอทุเรียนให้ผลผลิตใช้พื้นที่ว่าระหว่างต้นทุเรียนปลูกฝรั่งและมะกอกน้ำสลับ เพื่อสร้างรายได้ระหว่างรอผลผลิตจากทุเรียน สร้างรายได้ปีละนับแสนบาท แต่ที่น่าสนใจมากกว่ารายได้จากมะกอกน้ำและฝรั่ง ก็คือการใช้พื้นที่ใต้ต้นทุเรียน ฝรั่งและมะกอกน้ำ ปลูกต้นใบบัวบก หรือที่เรียกว่า“ผักหนอก”ในภาษาอีสาน ซึ่งสามารถสร้างรายได้เดือนเดือนกว่า 50,000 บาทเลยทีเดียว

นายเสวย กล่าวว่า ในช่วงที่รอผลผลิตไม้สวนใช้เวลานานหลายเดือนในแต่ละรอบ รู้สึกว่าน่าจะใช้พื้นที่ที่เหลืออยู่อย่างคุ้มค่า จึงทดลองปลูกพืชอายุน้อยเพื่อสร้างรายได้เสริมให้กับครอบครัว ระหว่างรอ เริ่มต้นปลูกพืชจำพวกแมงลัก โหระพา และกระเพรา ปรากฏว่ามีรายได้เพิ่มเติมมาส่วนหนึ่งวันละหลายร้อยบาท แต่เนื่องจากผักจำพวกนี้มีคู่แข่งทางตลาด ทำให้ราคาไม่แน่นอนจึงทดลองหาพืชชนิดอื่นมาปลูก ไปได้พันธุ์ใบบัวบกมาจากเขื่อนลำแชะ ซึ่งตนเองเห็นว่าเป็นที่นิยมของชาวอีสาน และยังไม่เห็นใครนำมาปลูกในเชิงพาณิชย์ จึงทดลองนำมาปลูกใต้ต้นผลไม้ วิธีการก็แค่นำเมล็ดและต้นใบบัวบกมาโรยและเสียบไว้ทิ้งไว้ใต้ต้นผลไม้ ซึ่งจะมีรอบการให้น้ำผ่านทางสายน้ำหยดที่เดินไว้อยู่แล้วประจำทุกวัน ทำให้เป็นการประหยัดน้ำไปในตัวตามนโยบายรัฐ ที่ให้รู้จักใช้น้ำอย่างคุ้มค่าส่วนปุ๋ยก็ให้ปุ๋ยตามรอบของผลผลไม้แต่ละชนิด เน้นปุ๋ยคอก

ผ่านไม่ไม่กี่เดือนต้นใบบัวบกก็แตกกอแผ่ขยายออกจำนวนมาก เมื่อจำหน่ายตามตลาดสด ได้รับความนิยมจากชาวบ้านเป็นอย่างมาก กระทั่งมีพ่อค้าคนกลางมาติดต่อสั่งซื้อเพิ่มขึ้น ล่าสุดมีออร์เดอร์สั่งซื้อใบบัวบกจากพ่อค้าที่จะมารับถึงสวนวันละ 100 กิโลกรัม ในราคากิโลกรัมละ30บาท ทำให้มีรายได้จากการเก็บใบบัวบกขายวันละ 3,000 บาท ส่วนการเก็บ จะเก็บจากโคนต้นผลไม้หมุนเวียนกันไป โดยใบบัวบกที่อยู่ใต้ต้นผลไม้จะเก็บได้ประมาณโคนต้นละ 20 – 30 กิโลกรัมเมื่อเก็บแล้วก็ยังจะมีต้นและเมล็ดเหลือทิ้งอยู่ใต้โคนต้นผลไม้ และจะแตกกอให้ผลผลิตออกมาอีกเรื่อยๆ จึงไม่ต้องเหนื่อยที่จะต้องมาเพาะพันธ์ใหม่อีกรอบ และมีผลผลิตทยอยออกอย่างสม่ำเสมอ สร้างรายได้ให้กับครอบครัวเดือนและกว่า 5 หมื่นบาทเลยทีเดียว ซึ่งถือว่าเป็นรายได้ที่สูงมาก

ด้านนายสุรพันธ์ กล่าวว่าแปลงเกษตรของนายเสวย ถือเป็นพื้นที่นำร่อง ในการเพาะปลูกสร้างรายได้เพิ่มคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกรได้อย่างแท้จริง มีการปลูกพืชหมุนเวียนให้ผลผลิตตลอดทั้งปี เป็นแปลงเกษตรต้นแบบที่ควรยึดถือเอาไปเป็นแบบอย่าง เชื่อว่า หากเกษตรกรทุกคนมีความมุ่งมั่นตั้งใจ และรู้จักประยุกต์หาแนวคิดใหม่ๆ เข้ามาปรับใช้แทนการยึดติดกับการทำเกษตรแบบเดิม จะสามารถสร้างรายได้ให้กับครอบครัว