การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ฉายภาพการท่องเที่ยวปี 2569 ตอกย้ำก้าวต่อไปของ “Thailand Tourism Next” ก้าวข้ามทุกปัจจัยเสี่ยง ด้วยแนวคิด “Amazing 5 Economy” สู่การท่องเที่ยวคุณภาพ เน้นสร้างมูลค่า “Value over Volume” อย่างยั่งยืน เพื่อเป็นฟันเฟืองสำคัญและทรงพลังในการฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย
ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า ททท.ตั้งเป้าหมายเชิงท้าทาย สร้างรายได้รวมการท่องเที่ยว “3 ล้านล้านบาท” เพิ่มขึ้น 11% เทียบปี 2568 โดยจะดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติให้ได้ 36.7 ล้านคน เพิ่มขึ้น 11% สร้างรายได้ตลาดต่างประเทศ 2 ล้านล้านบาท นักท่องเที่ยวไทย ตั้งเป้า 210 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 4% สร้างรายได้ตลาดในประเทศ 1 ล้านล้านบาท
ปี 2568 ไทยมีรายได้รวมการท่องเที่ยว 2.7 ล้านล้านบาท จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ 32.97 ล้านคน ลดลง 7.23% แม้ตลาดระยะใกล้ เช่น นักท่องเที่ยวตลาด 2 อันดับแรกที่เดินทางเข้าไทยสูงสุดอย่างมาเลเซียและจีนจะลดลง แต่ตลาดระยะไกลจากยุโรป อเมริกา ตะวันออกกลาง และแอฟริกา เติบโตแข็งแกร่ง มีนักท่องเที่ยวสูงสุดเป็นประวัติการณ์กว่า 10.8 ล้านคน โดยเฉพาะตลาดสหราชอาณาจักรและสหรัฐที่ทำนิวไฮถึง 1 ล้านคน ด้านนักท่องเที่ยวไทยเดินทางในประเทศ 202 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 2.7%
“ปี 2569 ททท.จะจุดพลังการท่องเที่ยวไทยให้กลับมาสู่การเติบโตอย่างมีคุณภาพ ก้าวข้ามความท้าทาย ทั้งเรื่องภูมิรัฐศาสตร์ในหลายพื้นที่ของโลก การแข่งขันที่ทวีความรุนแรงในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวโลก รวมถึงปัจจัยภายในประเทศ ทั้งเงินบาทแข็งค่า หนี้ครัวเรือน ปัญหาความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย และภัยธรรมชาติ”
โดยมุ่งผลักดันการท่องเที่ยวภายใต้กรอบแนวคิด “Amazing 5 Economy” ได้แก่ 1.Life Economy ยกระดับสินค้าและบริการของประเทศไทยสู่ศูนย์กลางท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และสุขภาพ (Wellness & Medical Tourism) ดูแลร่างกาย เยียวยาจิตใจ และเติมเต็มความหมายให้กับชีวิต ภายใต้แคมเปญ Healing is the New Luxury 2.Sub-Culture Economy เจาะกลุ่มนิชมาร์เก็ตเชิงลึกที่ทรงพลัง อาทิ Film Maker, นักกีฬา, Yacht & Cruise Tourism และ Private Jet
3.Night Economy ส่งเสริมเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ยามค่ำคืน เพื่อเพิ่มเวลาและกระจายการท่องเที่ยวทั้งเมืองหลักและเมืองน่าเที่ยว 4.Circular Economy ระบบเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวที่ออกแบบให้ทรัพยากรถูกใช้หมุนเวียนอย่างมีประสิทธิภาพด้วยหลักการ Reduce-Reuse-Recycle ควบคู่กระจายนักท่องเที่ยวไปเมืองน่าเที่ยวให้ใช้จ่ายในพื้นที่รอง และ 5.Platform Economy การท่องเที่ยวผ่านระบบออนไลน์ ทั้งการซื้อขาย และชำระเงิน ช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางไร้รอยต่อ
ทั้งเสริมแกร่งด้วย 5 กลยุทธ์มุ่งการท่องเที่ยวคุณภาพ สร้างรายได้ Value over Volume อย่างยั่งยืน ได้แก่ สร้างความเชื่อมั่นในแบรนด์ “Amazing Thailand” ด้วยมาตรฐานด้านความปลอดภัย สุขอนามัย บริการระดับโลก, ส่งมอบประสบการณ์สู่ “Premium Destination” ด้วย Amazing 5-Economy, รักษา “ขีดความสามารถการแข่งขัน” ด้วย “Airline Focus Partnership”, ส่งเสริมไทยเป็น “Top of Mind Destination” ด้วย “In-market & Fragmentation Communications” และบริหาร “โอกาสและความเสี่ยง” ด้วยการสร้างสมดุลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั้งสัดส่วนนักท่องเที่ยวไทยกับต่างชาติ ควบคู่การกระจายพื้นที่ และช่วงเวลาการเดินทาง
“ททท. จะต่อยอดพลังทางเศรษฐกิจ เติมเต็มบรรยากาศแห่งความสุขในทุกฤดูกาลด้วยอีเวนต์ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์”
โดยจะให้เทศกาล ประเพณี กิจกรรมระดับนานาชาติเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยว แปลงไอเดียสู่สินค้าท่องเที่ยวพร้อมขาย ให้ความสำคัญกับเทรนด์ Sub-Culture ควบคู่การสานต่อโมเดล Prototype จากกระบี่ สู่ เชียงใหม่ พร้อมพื้นที่นำร่อง พังงา น่าน เพชรบุรี สู่ “Green Destination” ยกระดับมาตรฐานและความยั่งยืนผ่านโครงการสำคัญ อาทิ STGs STAR Plus, CF Hotels, Trusted Thailand และ Thailand Tourism Awards
ขณะที่ตลาดไทยเที่ยวไทย ททท. เตรียมมอบประสบการณ์แบบ “Holistic Travel” กระตุ้นการใช้จ่ายสินค้ามูลค่าสูง เชิญชวนนักท่องเที่ยวออกเดินทางค้นหาความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติและภูมิปัญญา (Miracle) สร้างความสุขแห่งความทรงจำ (Memories) และการเดินทางที่คืนคุณค่าให้ตนเอง สังคม และสิ่งแวดล้อม (Giving) ครอบคลุมทั้ง 5 ภูมิภาค พร้อมผลักดันเส้นทางท่องเที่ยว UNESCO Creative City ใน 10 จังหวัดทั่วประเทศ
ด้านตลาดต่างประเทศ เฉพาะตลาดระยะไกล ชูกลยุทธ์ “NIYOM” โฟกัสการรักษาความนิยมไทยผ่านประสบการณ์ท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ (New Experience) คุณภาพบริการแบบอินคลูซีฟ (Inclusive Hospitality) ผลักดันให้ท่องเที่ยวได้ตลอดปี (Year-Round Destination) สะท้อนอัตลักษณ์วัฒนธรรมไทยที่โดดเด่น (Originality & Authenticity) และส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างมีความหมาย (Meaningful Travel)
ตลาดระยะใกล้ เดินหน้าลงลึกเชิงรายตลาด ควบคู่การขยายตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) และตลาดมูลค่าสูง พร้อมเปิดเซ็กเมนต์และพื้นที่ท่องเที่ยวใหม่ สร้างความสดใหม่ สดใส และเสริมภาพลักษณ์ประเทศไทยด้านคุณภาพและความยั่งยืน สู่การท่องเที่ยวอย่างสมดุลในทุกมิติ
ททท. เตรียมสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกการเดินทางมีความหมายลึกซึ้งและทรงคุณค่ายิ่งขึ้น ตลาดต่างประเทศ มุ่งสื่อสารผ่าน “Healing is the New Luxury” ให้ประเทศไทยเป็นดินแดนแห่งการเยียวยา พักใจ และเชื่อมโยงคุณค่าระหว่างผู้คนกับสถานที่ที่จะเติมเต็มพลังชีวิต
ตลาดในประเทศ ต่อยอดแคมเปญ “สุขทันที ที่เที่ยวไทย” พร้อมเสริมศักยภาพประเทศไทยในฐานะโลเกชันถ่ายทำระดับโลก “Amazing Film Location Thailand” และร่วมกับพันธมิตรที่ทรงพลัง ทั้งสื่อระดับโลก แพลตฟอร์มดิจิทัล ภาคธุรกิจ ขยายการสื่อสารการท่องเที่ยวไทยให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ





