ขนหัวลุกวิญญาณสาวเฮี้ยน วนเวียนทวงคืนความเป็นธรรม

ขนหัวลุกวิญญาณสาวเฮี้ยน วนเวียนทวงคืนความเป็นธรรม

เรื่องแปลกชวนขนหัวลุก วิญญาณสาวใหญ่เฮี้ยน เข้าฝันบอกชาวบ้านถูกสามีฆ่าตายแล้วนำศพไปฝังดิน ยังค้นหาไม่พบนานข้ามปี ล่าสุดกะโหลกโผล่พร้อมเสื้อผ้า

วันที่ 27 เม.ย.60 เวลา 11.30 น. ร.ต.ท.ณชพล สังขะวิไล รองสารวัตรเวรสอบสวน สภ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ได้รับแจ้งจากนายสายันต์ นวลเฒ่า อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 205 ม.5 ต.แซร์ออ อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว คนงานขับรถแบ็คโฮ ในโครงการปรับปรุงพื้นที่ทางหลวงสาย 34 (บางนา-ตราด) ใต้สะพานคลองอ้อม เพื่อสร้างสวนสุขภาพ ว่าขุดพบกะโหลกศีรษะมนุษย์โผล่ขึ้นมาจากพื้นดิน ในบริเวณใต้สะพานข้ามแยกถนนสุขุมวิทเชื่อมตัดกับถนนสาย 314 ฉะเชิงเทรา-บางปะกง จึงเดินทางไปสอบสวนยังในที่เกิดเหตุ 


ที่เกิดเหตุห่างจากโรงพัก สภ.บางปะกง มาประมาณ 400 เมตร พื้นที่ ม.12 ต.บางปะกง บริเวณใกล้ร่องทางน้ำใต้สะพานเก่า พบหัวกะโหลกศีรษะของมนุษย์ลักษณะรูปร่างเล็ก ซึ่งเชื่อว่าเป็นศีรษะของสตรีจำนวน 1 หัว ท่ามกลางกลุ่มชาวบ้านในพื้นที่ ที่ต่างพากันเข้ามามุงดู พร้อมกับมีการจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์และเล่าเรื่องราว พร้อมยืนยันว่ากะโหลกศีรษะที่พบในครั้งนี้ เป็นของนางพิน หรือ โอ๋ ศิริโท อายุ 52 ปี ที่หายตัวไปนานแล้วตั้งแต่เมื่อช่วงกลางปี 2559 ที่ผ่านมา 


โดย นางธนพร เพิ่มสมบัติ อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 502/2 ม.12 ต.บางปะกง พร้อมชาวบ้านในพื้นที่อีกหลายคน เล่าเหตุการณ์ยืนยันว่า หัวกะโหลกที่พบนี้เป็นของนางพิน หรือโอ๋ อย่างแน่นอน เพราะชาวบ้านทุกคนจำเสื้อผ้าที่นางโอ๋ สวมใส่เป็นประจำที่ถูกขุดพบขึ้นมาพร้อมกับหัวกะโหลกใบนี้ได้ ซึ่งเป็นกางเกงขาสั้นสีฟ้า และเสื้อคอกระเช้าลายดอก อีกทั้งฟันหน้าของหัวกะโหลกที่ขุดพบยังหักหลอ เหมือนกับนางโอ๋ ที่มักถูกสามีซ้อมทำร้ายร่างกายอยู่เป็นประจำ จนฟันหน้าหัก 


หลังนางโอ๋ ได้หายตัวไปเมื่อช่วงกลางปี 2559 ที่ผ่านมา ยังได้วนเวียนมาเข้าฝันชาวบ้านที่สนิทคุ้นเคย โดยเฉพาะผู้ที่เคยร่วมวงดื่มสุราด้วยกันเป็นประจำ มากถึง 3-4 คน ที่ต่างฝันต่อเนื่องตรงกันในช่วงเดือน ก.ย.59 หลังจากนางโอ๋ หายตัวไปได้ประมาณ 1 เดือนว่า ได้ถูกนายฟู สามีตีแล้วเอาไปฝังทิ้งทั้งเป็นพร้อมกับที่นอน โดยนายฟูได้เอาที่นอนวางทับไว้ก่อนฝังกลบในบริเวณพื้นที่ใกล้กับทางน้ำไหล ข้างๆกับกอกล้วย 


หลังชาวบ้านแต่ละคนฝันเห็นแล้ว ต่างได้พากันเข้ามาค้นหา แต่ก็ยังไม่พบศพ นางโอ๋ ก็ยังคงมาวนเวียนเข้าฝันบอกกับคนที่รู้จักคุ้นเคยคนอื่นๆ ไปเรื่อยๆ อีกหลายคน แต่เมื่อชาวบ้านเข้ามาค้นหาเท่าไหร่ก็ยังไม่พบ จนมาในวันนี้ได้มีรถแบ็คโฮมาขุดดินเพื่อปรับปรุงพื้นที่ จึงพบกับหัวกะโหลกดังกล่าว 


และกล่าวว่า สำหรับนางโอ๋ นั้นเดิมเป็นชาว จ.ศรีสะเกษ แต่ได้เร่ร่อนมาหาเก็บของเก่า และพักอาศัยอยู่ในบริเวณใต้สะพานคลองอ้อมแห่งนี้มานานกว่า 7-8 ปี แล้ว จนสนิทสนมคุ้นเคยกันกับชาวบ้านในพื้นที่หลายคน ส่วนสามีวัย 57 ปี เป็นชาว จ.ชัยภูมิ มีอาชีพเป็น รปภ. หลังจากนางโอ๋ หายตัวไปประมาณ 1 เดือนและมีชาวบ้านฝันเห็นนางโอ๋ มาเข้าฝันบอก ว่าถูกสามีฆ่าตายด้วยการตีจนสลบแล้วนำเอาไปฝังทั้งเป็น ชาวบ้านพร้อมด้วยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้พากันไปคาดคั้นหาความจริงกับนายฟู ผู้เป็นสามี แต่นายฟูกลับปฏิเสธว่าไม่ได้ทำ โดยอ้างว่ามีญาติของนางโอ๋ มารับตัวกลับบ้านไปแล้ว 


จากนั้นชาวบ้านจึงได้ให้นายฟู จุดธูปสาบานว่าไม่ได้ลงมือฆ่านางโอ๋ หากเป็นผู้กระทำก็ขอให้มีอันเป็นไปภายใน 3 วัน 7 วัน แต่หลังจากมีการจุดธูปสาบานต่อหน้าชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว เมื่อเวลาผ่านมาถึงวันที่ 7 นายฟู ได้ถูกรถบรรทุกสิบล้อชนตายอย่างไม่ทราบสาเหตุ โดยมีคนพบเห็นว่านายฟู นั้นได้เดินข้ามถนนกลับไป กลับมาอยู่หลายครั้งอย่างไม่มีเหตุผล จนถูกรถชนตายในที่สุด 


นอกจากนี้ในวันที่ชาวบ้านพบกับนางโอ๋ ครั้งสุดท้ายนั้น นางโอ๋ ได้เดินไปขอความช่วยเหลือ จากผู้คนที่มารอขึ้นรถโดยสาร ที่ป้ายรอรถประจำทางใต้สะพานคลองอ้อม ว่าถูกสามีทำร้าย จากนั้นจึงมีชาวบ้านได้พากันช่วยอุ้มประคองนางโอ๋กลับมานอนพักยังที่แค่ไม้ไผ่ใกล้ๆ เพิงที่พัก ก่อนที่จะหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย นอกจากนี้ในช่วงกลางดึกของคืนวันนั้นยังมีคนพบว่านายฟู ได้เดินถือจอบอยู่เพียงลำพัง โดยที่ไม่ได้สวมใส่เสื้อผ้ามีเพียงกางเกงในตัวเดียวที่สวมใส่อยู่ เมื่อชาวบ้านถามว่าไปไหนมา นายฟูได้ตอบเพียงว่าไปหาขุดปูมา นางธนพร พร้อมกลุ่มชาวบ้านกล่าว 


ขณะที่ นางเรืองไลย์ สุวรรณแสง อายุ 51 ปี ภูมิลำเนาเดิมอยู่บ้านเลขที่ 63/2 ม.1 ต.เมืองหงส์ อ.จตุรพักตรพิมาน จ.ร้อยเอ็ด ที่เข้ามาอาศัยอยู่ในพื้นที่แห่งนี้นานแล้วเช่นกัน ได้เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคล้ายคลึงในทำนองเดียวกันว่า นางโอ๋ ได้วนเวียนมาเข้าฝันชาวบ้านคนรู้จักหลายคน เพื่อบอกกล่าวว่าตนเองถูกทำร้าย และนำศพไปทิ้งไว้ใกล้กับทางน้ำไหล โดยมีที่นอนทับอยู่ แต่ไม่ทราบว่าเป็นจุดใดที่แน่ชัด นางเรืองไลย์ กล่าว 


ด้าน ร.ต.ท.ณชพล กล่าวว่า เบื้องต้นพบเพียงหัวกะโหลกศีรษะของผู้เสียชีวิต ซึ่งทราบชื่อตามคำยืนยันของชาวบ้านแล้ว คือ นางพิน ศิริโท อายุ 52 ปี ภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 38 ม.8 ต.จาน อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ ส่วนนางพิน จะถูกฆาตกรรม ตามที่ชาวบ้านเล่าขานนั้นหรือไม่ ตนยังไม่ขอตอบ แต่จะได้นำหัวกะโหลกศีรษะที่พบ ส่งไปยังสถาบันนิติเวช เพื่อทำการชันสูตรหาร่องรอย หลักฐานต่อไป ร.ต.ท.ณชพล กล่าว 


หลังเจ้าหน้าที่ตรวจที่เกิดเหตุ ทางเจ้าหน้าที่ได้ให้ นายสายันต์ คนขับรถแบ็คโฮ ช่วยทำการตักเกลี่ยค้นหาในบริเวณจุดพบกะโหลกศีรษะเพิ่มเติม จนพบ กระดูกท่อนแขนเพิ่มเติมอีก 2 ชิ้น กระดูกลิ้นปี่ 1 ชิ้น กระดูกกาม 1 ชิ้น และกระดูกซี่โครงอีก 1 ชิ้น หลังจากนั้นยังไม่พบชิ้นส่วนใดๆ เพิ่มเติมอีก