วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ระทึก! ตร.ไล่ยิงล้อเก๋งสกัดจับหนุ่มอดีตแก๊งโอรส

ระทึก!! ตำรวจไล่ยิงล้อเก๋งสกัดจับหนุ่มอดีตแก๊งโอรสควงปืนหวังปลิดชีพแฟนสาว แต่ฝ่ายหญิงไหวตัวทัน

พ.ต.อ.อาคม จันทนลาช รองผบก.อก.บช.น.รรท.ผกก.สน.ห้วยขวาง รับแจ้งเหตุหญิงสาวแจ้งถูกขู่ทำร้ายร่างกายที่บริเวณถนนเทียนร่วมมิตร (รฟม.ตัดใหม่) แขวงและเขตห้วยขวาง กทม. จึงนำกำลังตำรวจสน.ห้วยขวางไปตรวจสอบทันที

ที่เกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่พบรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีวิค สีขาว ทะเบียนป้ายแดง ร-0823กรุงเทพฯ ขับผ่านมา มีลักษณะต้องสงสัยตรงกับที่หญิงสาวแจ้งไว้ จึงขอเข้าตรวจค้น รถคันดังกล่าวพยายามแหกวงล้อมตำรวจจนต้องยิงยางสกัดจับ ทำให้รถคันดังกล่าวไปพุ่งชนรถแท็กซี่สีเขียว-เหลือง ทะเบียน 1มก 265 กรุงเทพมหานคร เสียหายด้านท้ายพังยับ กระจกหลังแตก ก่อนไปชนรถจจักรยานยนต์พ่วงข้างขายลูกชิ้น-ไก่ย่างข้างทาง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนเสียหาย แล้วพุ่งชนกับต้นไม้ข้างทาง รถจึงจอดสนิทในสภาพหน้าซ้ายพังยับเยิน กันชนท้ายหลุด ยางแตก เจ้าหน้าที่พบ นายจิรานนท์ หรือจิ ไพฑูรย์ อายุ 25 ปี อดีตสมาชิกแก๊งโอรสเป็นผู้ขับ และนายกรกช หมวดเตี้ย อายุ 18 ปี นั่งข้างคนขับ ภายในรถพบอาวุธปืนกล็อก 9 มม. จำนวน 1 กระบอก พร้อมแม็กกาซีน 2 อัน อาวุธปืนลูกซองยาวพร้อมกระสุนเบอร์ 12 จำนวน 5 นัด เจ้าหน้าที่จึงคุมตัวมาสอบที่สน.ห้วยขวางทันที โดยทางพล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น.พร้อม พล.ต.ต.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ รอง ผบช.น. เดินทางมาสอบปากคำด้วยตัวเอง

พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า เหตุดังกล่าวเกิดจากนายจิรานนท์นัดแฟนเก่ามาเจอบริเวณจุดเกิดเหตุ เพื่อเคลียร์เรื่องความสัมพันธ์ ซึ่งแฟนเก่านั้นได้ทิ้งนายจิรานนท์ไปมีความสัมพันธ์ใหม่ ทำให้นายจิรานนท์นัดมาพบหน้าโดยหมายยิงให้ตาย แต่ทางหญิงสาวได้แจ้งตำรวจให้ช่วยสกัดจับเสียก่อน จากการตรวจสอบประวัตินายจิรานนท์พบว่ามีหมายจับค้างเก่าของ บช.ปส. เมื่อปี 59 ในข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภทที่1 (ยาอี) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และพยายามจำหน่าย โดยไม่ได้รับอนุญาต และสมคบโดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และได้มีการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด

จากการสอบสวนนายจิรานนท์ ให้การว่า ตนเคยอยู่ในแก๊งโอรส ก่อนจะติดคุกในคดียาเสพติด และเมื่อออกมาได้มาคบกับหญิงสาวคนดังกล่าวมาแล้ว 3 ปี ต่อมาหญิงสาวได้ทิ้งตนกลับไปหาแฟนเก่า จึงได้นัดออกมาพูดคุยเคลียร์ปัญหาความรัก แต่ถูกจับกุมเสียก่อน ส่วนปืนนั้น ซื้อมาได้ 2 ปีแล้ว โดยปืน 9 มม. ซื้อมาราคา 60,000 บาท และปืนลูกซองซื้อมาราคา 20,000 บาท ปกติตนจะไม่ได้พกปืนทั้ง 2 กระบอกติดตัว แต่จะเก็บไว้เพื่อเฝ้าสวนแถวฝั่งธนบุรี วันนี้ตนตั้งใจมาพลีชีพเพื่อเคลียร์ปัญหาความรักให้จบ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหานายจิรานนท์และนายกรกช ในข้อหาพกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาตและต่อสู้ขัดขวางการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป