พบหลักฐานตำรวจรีดส่วยรายเดือนร้านอะไหล่รถยนต์ "รองโฆษกตร." ชี้อยู่ระหว่างตั้งกรรมการสอบตร.สังกัด 191 ไร้กังวลแม้ "รอง ผบก.-รอง ผกก." เอี่ยว
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ ผกก.ตม.จว.พระนครศรีอยุธยา ในฐานะ รองโฆษก ตร. กล่าวถึงกรณี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีคำสั่ง ให้ 12 ตำรวจ มีทั้งระดับ รองผบก. รองผกก. รองสว. จนถึงระดับ ด.ต. สังกัดกองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ(สปพ.) หรือ 191 ที่พัวพันการเรียกรับผลประโยชน์ผู้ประกอบการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ไปช่วยราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) ว่า เรื่องดังกล่าว พล.ต.ต.สุเชษฐ์ หักพาล ผบก.สปพ. ได้มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ที่ 141/2560 ลงวันที่ 3 เม.ย. 60 โดยมี พ.ต.อ.ชยเดช บรรจงรักษ์ รองผู้การ สปพ. เป็นประธานกรรมการ เพื่อพิจารณากรณีตำรวจชุดปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา บก.สปพ. เรียกรับเงินผู้ประกอบการ โดยจะดำเนินการให้แล้วเสร็จตามกรอบระยะเวลาของกฎหมาย หากพบว่ามีการทำความผิดจริงตามที่ถูกกล่าวอ้าง ก็ต้องดำเนินการเอาผิดทั้งวินัย และอาญา อย่างไรก็ตาม หากตรวจสอบแล้วพบว่าไม่มีความผิด ก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับทั้ง12 นายด้วย
สำหรับการตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงนั้นต้องดำเนินการไปตามพยานหลักฐาน ไม่กังวลที่มีนายตำรวจระดับ รอง ผบก. รอง ผกก. เข้ามาเกี่ยวข้อง ทุกอย่างเป็นไปด้วยความอิสระปราศจากการแทรกแซง ซึ่งการทุจริต เรียกรับสินบน หรือการประพฤติมิชอบของตำรวจ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) ได้กำชับมาโดยตลอดห้ามเข้าไปยุ่งเกี่ยวโดยเด็ดขาด
ด้านแหล่งข่าวระดับสูงในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า คำสั่งให้ตำรวจทั้ง 12 นายช่วยราชการดังกล่าว สืบเนื่องจากมีการนำหลักฐานแสดงในที่ประชุม สปท. โดยระบุว่า มีกลุ่มตำรวจ สังกัด 191 เข้าไปเรียกรับผลประโยชน์ จากผู้ประกอบการร้ายจำหน่ายอะไหล่รถยนต์ ในพื้นที่ กทม. โดยเรียกรับผลประโยชน์เป็นรายเดือน เมื่อตรวจสอบแล้ว จึงมีการเสนอให้ย้ายตำรวจทั้ง 12 นายมาช่วยราชาร และตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อดำเนินการทางวินัยต่อไป





