วันนี้ เวลา ๑๕.๐๐ น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปยัง พระที่นั่งอนันตสมาคม พระราชวังดุสิต เพื่อทรงประกอบพระราชพิธีประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐
นอกเหนือจากพระราชพิธีที่สำคัญของคนไทยแล้ว รัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้ยังคงอาศัยธรรมเนียมของการจัดทำตามแบบโบราณ โดยการจัดทำรัฐธรรมนูญ ยึดตามแบบสมุดไทย มีรูปเล่มลักษณะเป็นแผ่นยาว หน้าแคบ พับทางขวางทบกลับไปมาคล้ายผ้าจีบเป็นชั้นๆ แต่ละชั้นเรียกว่า เผนิก ถือได้ว่าเป็นเครื่องเขียนของไทยมาแต่โบราณ สำหรับใช้เขียนกฎหมายสำคัญของแผ่นดิน บันทึกเหตุการณ์หรือเรื่องราวต่างๆ ลงบนกระดาษข่อย ซึ่งภายหลังเปลี่ยนมาใช้กระดาษไฮเวท ความหนา ๑๒๐ แกรม มีอายุการใช้งานยาวนาน เช่นเดียวกับที่ใช้ทำแผนที่สำคัญๆ ของชาติ โดยได้รับการสนับสนุนจากกรมแผนที่ทหาร
จากนั้นให้โรงพิมพ์องค์การคุรุสภา นำไปจัดรูปเล่ม ขนาด ๔๕.๕ เซ็นติเมตร ประทับรอยพับกว้าง ๑๓.๔ เซ็นติเมตร และผนึกกระดาษแต่ละแผ่นต่อกันอย่างปราณีต ส่วนจำนวนพับหรือเผนิกที่มี จะขึ้นอยู่กับความยาวรัฐธรรมนูญที่เขียนลงไป
สำหรับขั้นตอนกว่าจะมาเป็นรัฐธรรมนูญนั้น องค์ประกอบสำคัญมีหลายปัจจัยตั้งแต่อุปกรณ์ที่ใช้ การฝึกฝน และความอดทนของเจ้าหน้าที่ผู้ปฎิบัติงาน
รัฐธรรมนูญไทยจะจัดทำ ๓ ฉบับ เหมือนกับการทำกฎหมายตราสามดวงในอดีต เพื่อใช้สอบทานความถูกต้อง ซึ่งแต่ก่อนยังไม่มีระบบการพิมพ์บทกฎหมายต่างๆ ที่ประกาศบังคับใช้ หากฉบับใบฉบับหนึ่งสูญหาย ยังคงเหลือหลักฐาน หรือหากสงสัยความคลาดเคลื่อนก็มีฉบับอื่นให้สอบทาน ซึ่งปัจจุบัน เรายังคงรักษารูปแบบนี้ รวมไปถึงการตกแต่งรูปเล่ม ตามประเพณีที่เคยปฏิบัติมา
จากธรรมเนียมปฏิบัติเกี่ยวกับการจารึกรัฐธรรมนูญสมุดไทย ที่เราสืบทอดกันมาอย่างยาวนาน ย่อมบ่งบอกได้ว่า นี่คือเอกลักษณ์แห่งระบอบประชาธิปไตยไทยที่ไม่มีใครเสมอเหมือน
(รายงานพิเศษ เคยออกอากาศช่อง นาว ๒๖ เมื่อวันที่ ๘ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๕๙)









