ชาวนาปรังน้ำตาตก ข้าวเสียหายจนหมดตัว วอนช่วยเหลือ

ชาวนาปรังน้ำตาตก ข้าวเสียหายจนหมดตัว วอนช่วยเหลือ

พายุฤดูร้อนทำข้าวกำลังออกรวงมีโรคระบาด เหี่ยวแห้งไม่มีเมล็ด ชาวนาไม่มีข้าวขาย หมดทุนวอนช่วยเหลือ

ชาวบ้านหมู่ 6 ต.ท่าบ่อสงคราม อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม จากสภาพภูมิประเทศที่มีลักษณะเป็นแอ่งกระทะ ให้ให้พื้นที่นี้ไม่สามารถทำนาปีได้เหมือนที่อื่น เกษตรกรรจึงต้องนาปรังในช่วงฤดูแล้ง ที่ผ่านมาไม่เคยประสบปัญหาใดๆ แหล่งน้ำก็มีเพียงพอ แต่ปีนี้เจอปัญหาข้าวเน่าคอรวง หนอนกอ ผลเกิดจากระหว่างข้าวกำลังออกรวงอ่อนๆ มีฝนตกลงมา ต่อมามีอากาศร้อนเพียง 2 วันเท่านั้น ข้าวที่จะชูช่อไสวกลับเหี่ยวแห้งไม่มีเมล็ด ลีบแบน

 จากข้อมูลเกษตรกรที่ลงทะเบียนทำนาปรังกับ นายศรีหา กากิก ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 6 ต.ท่าบ่อสงคราม มีประมาณ 2 พันกว่าไร่ จำนวน 150 ครัวเรือน ส่วนใหญ่ทำนาปรังอย่างเป็นล่ำเป็นสัน ซึ่งร่วมกันทำมานานหลายสิบปี สาเหตุเพราะทำนาปีไม่ได้นั่นเอง เมื่อมาเจอโรคคุกคามจนข้าวยืนต้นตายไร้หน่วยงานเข้าช่วยเหลือ

นายสาร พวงวอน อายุ 54 ปี บ้านเลขที่ 217 หมู่ 6 ต.ท่าบ่อสงคราม กล่าวว่า เช่าที่นา 70 ไร่ รวมกับนาของตนอีก 60 ไร่ รวม 130 ไร่ ลงทุนปลูกข้าวนาปรังด้วยการนำรถไถเข้าไฟแนนซ์ 2 แสนบาท อัตราดอกเบี้ย 95 สต. โดยมีข้อตกลงกับไฟแนนซ์ว่าวันที่ 15 เม.ย.ที่จะถึงนี้ ต้องนำเงินที่กู้ไปคืนทั้งต้นและดอกกู้ ธกส.เพิ่มอีกจำนวนหนึ่ง เมื่อมาประสบปัญหาข้าวเป็นโรค ตนไม่ได้ข้าวเปลือกแม้แต่เม็ดเดียว หนี้สินที่กู้ยืมมาจะทำอย่างไร ใคร่วิงวอนหน่วยงานภาครัฐยื่นมือเข้ามาช่วย หากไม่ให้ทำนาแล้วพวกตนจะไปประกอบอาชีพอะไร ที่ผ่านมาครอบครัวทำนาปรังจนส่งลูกเรียนจบในระดับปริญญาตรี ปริญญาโท หันหน้าไปหาหน่วยงานใดก็ถูกปฏิเสธกลับมาหมด ตอนนี้เหมือนคนสิ้นเนื้อประดาตัว

ทางด้าน ชาวนาอีกราย  กล่าวว่า ประกอบอาชีพทำนาปรังมาหลายสิบปี ด้วยการเช่าที่นาชาวบ้านจำนวน 90 ไร่ ราคาไร่ละ 500 บาท นัดจ่ายค่าเช่าหลังเก็บเกี่ยวในเดือนเมษายนของทุกปี ปีนี้ลงทุนไร่ละ 2,800 บาท หากได้ผลผลิตจะได้ข้าวเปลือกราว 600 กิโลกรัม ขายส่งโรงสีกิโลกรัมละ 7 บาท พอจะเหลือกำไรเล็กน้อย แต่ต้องมาเจอโรคเน่าคอรวงเสียก่อน เสียหายย่อยยับไปแล้ว 80 ไร่ เหลืออีก 10 ไร่ แต่ยังไม่มั่นใจว่าจะได้ผลผลิตหรือไม่