วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

พบเบาะแสคนร้ายยิงสาวคุรุสภา ผงะใช้เอกสารปลอมสมัครเป็นคนขับรถ

ตำรวจพบเบาะแสคนร้ายยิงสาวคุรุสภา ผงะใช้เอกสารปลอมสมัครเป็นคนขับรถ

จากกรณีเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ระดับซี 4 อายุ 37 ปี ถูกพนักงานขับรถคุรุสภา อายุ 45 ปี ใช้อาวุธปืนยิงเสียชีวิตบริเวณสนามหญ้าภายในสำนักงานคุรุสภา เมื่อช่วงเย็น (28 มี.ค.) ที่ผ่านมา  

ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน ได้ระบุว่า จากแนวทางการสืบสวนสอบสวนทราบว่า ผู้ก่อเหตุที่มีการระบุว่าคือ นายจรัญ คูนา อายุ 45 ปี แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบพบว่า นายจรัญ แท้จริงแล้วกำลังบวชเป็นพระอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ ดังนั้น เมื่อเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบอย่างละเอียด จึงพบว่าบุคคลที่ลงมือก่อเหตุคือนายจำลอง พุ่มมาลัย อายุ 49 ปี  (พี่ชาย) โดยนายจำลอง คนร้ายรายนี้ได้แอบนำเอาเอกสารของนายจรัญ คูนา (น้องชาย) มาทำการสมัครงานเป็นคนขับรถของคุรุสภา 

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังทราบอีกว่า ก่อนหน้าที่นายจำลอง จะลงมือสังหารโหดหญิงสาวคุรุสภารายนี้ ได้มีการพูดคุยกันในวงสุราเพื่อนฝูง ที่อาศัยอยู่ในที่พักเดียวกันว่า หากเคลียร์ปัญหากับทางหญิงสาว ในเรื่องที่ผู้ตายพยายามตีตัวออกห่าง เพื่อที่จะไปคบหากับผู้ชายใหม่แล้วไม่เป็นผล ก็จะทำการใช้อาวุธปืนยิงหญิงสาวรายนี้ทิ้ง จากนั้นจะปลิดชีพตัวเองตามไปด้วย เนื่องจากนายจำลอง เกิดความหึงหวงฝ่ายหญิงมาก

อย่างไรก็ตาม ภายหลังก่อเหตุ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พยายามติดต่อให้นายจำลอง เข้ามอบตัว แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่สามารถติดต่อได้ ซึ่งเชื่อว่าคนร้ายน่าจะอยู่ในระหว่างการหลบหนีไปยังจังหวัดใกล้เคียง ทั้งนี้ ทางตำรวจกำลังอยู่ในระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อขออนุมัติหมายจับให้ได้โดยเร็วที่สุด และจะเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบประวัติตามทะเบียนบ้าน พบว่ามีใบหน้าของนายจรัญ ไม่ตรงกับผู้ที่ลงมือก่อเหตุ และเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าสอบปากคำจึงทราบว่า ผู้ต้องหาที่แท้จริงชื่อนายจำลอง พุ่มมาลัย อายุ 49 ปี ซึ่งเป็นพี่ชายของนายจรัญ คูนา อายุ 45 ปี โดยนายจรัญ  เกิดมาจากแม่คนเดียวกันกับผู้ต้องหา หรือนายจำลองนั้นเอง ซึ่งนายจำลอง ได้ปลอมแปลงเอกสารและชื่อ เพื่อสมัครงานเข้าทำงานที่สำนักงานคุรุสภา อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้แจ้งข้อหาปลอมแปลงเอกสารทางราชการเพิ่มอีกต่อไป