วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

แถลงจับยา3ล็อตใหญ่ ไอซ์150กก. ยาบ้ากว่า4แสนเม็ด

ผบช.ภ.5 แถลงผลการจับกุมยาเสพติด รายใหญ่ 3 คดี ของกลางไอซ์ 150 กก.ยาบ้ากว่า 4 แสนเม็ด

เผยขบวนการเริ่มให้รายย่อยขึ้นมาขนลำเลียง แทนชนเผ่าทางชายแดนเหนือ ที่เริ่มขยาดจนท. - ตัวเลขการลำเลียงลดลงในภาคเหนือเหลือ 55% ย้ายไปขนทางอีสาน 44%

เมื่อเวลา 11.30น. วันนี้ (20 มี.ค.) ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค5 อ.เมือง จ.เชียงใหม่ พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภ.5 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ภาณุเดช บุญเรือง รองผบช.ภ.5 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหาร มทบ.33, เจ้าหน้าที่ กองกำลังผาเมือง และปปส.ภาค5 ร่วมกันแถลงผล การจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่พร้อมกัน 3 คดี ผู้ต้องหา 5 ราย ได้แก่ 1.นายอุทัย แซ่ม้า อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 146 หมู่ 11 ต.เชียงทอง อ.วังเจ้า  จ.ตาก 2.นายณรงค์ รอดแสวง อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 104/2 หมู่ 4 ต.ห้วยร่วม อ.หนองบัว จ.นครสวรรค์ 3.น.ส.ชนนารี พรมพระพรม อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 126 หมู่ 8 ต.ป่าแงะ อ.ป่าแดด จ.เชียงราย 4.นางมาลี พรมพระพรม อายุ 56 ปี ที่อยู่เดียวกัน และนายเฉลิมชัย ยามี อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่175 หมู่ 1 ต.ป่าแดด จ.เชียงราย รวมของกลางยาบ้า 406,000 เม็ด ยาไอซ์ 150 กิโลกรัม

พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภ.5 เปิดเผยว่า ผลการปฏิบัติงานด้านการปราบปรามยาเสพติดของตำรวจภูธรภาค5 บูรณาการร่วมกับ เจ้าหน้าที่ทหาร ปกครอง ในห้วงเดือนมีนาคม ตั้งแต่วันที่1-20 มีนาคม 2560 ผลการจับกุมภาพรวม ทั้งหมด 1,090 คดี มีผู้ต้องหา 1,124 คน แยกเฉพาะเป็นข้อหารายสำคัญ ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติดรายใหญ่ 291 คดี ผู้ต้องหา 307 คน รวมของกลางยาบ้า 1,158,683 เม็ด,ยาไอซ์ 150.027 กิโลกรัม,เฮโรอีน 2,192.97 กิโลกรัม,กัญชา 13.540 กิโลกรัม และฝิ่น 84.92 กิโลกรัม โดยได้มีการตัดตอนเข้าทำลายไร่ฝิ่น จำนวน 1,244-3-260 ไร่ โดยในห้วงวันเสาร์-อาทิตย์(18-19 มี.ค.) มีการลำเลียงยาเสพติดล็อตใหญ่ ที่อาศัยวันหยุดสุดสัปดาห์ที่คาดว่าเจ้าหน้าที่จะอ่อนกำลังลง แต่ก็ไม่พ้นความสามารถของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการตรวจค้นจับกุม จำนวน 3 คดี

คดีแรกเป็นผลการปฏิบัติการในพื้นที่สภ.ห้วยไร่ จ.แพร่ เมื่อวันที่ 18 มีนาคมที่ผ่านมาโดยจับกุมได้ที่ ด่านตรวจยาเสพติดห้วยไร อ.เด่นชัย จ.แพร่ สามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้ 1ราย คือนายอุทัย แซ่ม้า อายุ 31 ปี พร้อมของกลางไอซ์จำนวน 150 ก้อนน้ำหนักรวม 150 กิโลกรัมขณะขับขี่รถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นรีโว สีบรอนซ์เทา สภาพใหม่ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน บรรทุกลำเลียงกระสอบบรรจุขิงมาเต็มกระบะท้ายรถ เดินทางมาจากอ.เด่นชัย จ.แพร่เตรียมมุ่งหน้าเข้าสู่ จ.อุตรดิตถ์ ก่อนผ่านมายังด่านตรวจดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจสังเกตพบคนขับมีลักษณะท่าทางมีพิรุธ จึงได้ขอตรวจค้น

กระทั่งพบว่า ได้มีการลักลอบซุกซ่อนยาไอซ์บรรจุกระสอบ 7 กระสอบปะปนมากับกระสอบขิงเพื่ออำพราง และใช้กลิ่นขิงปกปิดการตรวจค้นของสุนัขดมกลิ่น โดยผู้ต้องหารับสารภาพว่ารับจ้างลำเลียงยาเสพติดมาในราคา 200,000 บาท จากอ.เวียงแก่น จ.เชียงราย จะนำไปส่งที่จ.พิษณุโลกและพระนครศรีอยุธยา โดยได้เงินค่าจ้างก้อนแรก 1หมื่นบาท หากขนส่งสำเร็จจะได้เงินอีก 1.9 แสนบาทที่เหลือ แต่ก็มาถูกตรวจค้นและจับกุมคาด่านตรวจดังกล่าว อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่า ทางขบวนการได้มีการลอบส่งทีมติดตามการลำเลียงครั้งนี้มาด้วย โดยอำพรางเป็นนักท่องเที่ยว เนื่องจากไม่สามารถขยายผลติดต่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้ คาดว่าไหวตัวทันหลบหนีไปแล้ว

ส่วนรายที่สอง ปฏิบัติการเมื่อวันที่ 18 มีนาคมเช่นกัน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำด่านตรวจกิ่วทัพยั้ง และสายตรวจ 191 สภ.แม่จัน จ.เชียงราย โดยสามารถจับกุมนายณรงค์ รอดแสวง อายุ 36 ปีชาวนครสวรรค์ ขณะขับขี่รถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีวิค สีบรอนซ์ ทะเบียน กบ 9013 ลพบุรี ผ่านมาทางด่านตรวจและมีท่าทีพิรุธ จึงได้กักตัวไว้เพื่อขอตรวจค้น กระทั่งพบว่า มีการซุกซ่อนยาบ้า ไว้ในถังแก๊สดับเพลิงที่ดัดแปลงนำน้ำยาเคมีออกแล้วทำเป็นช่องซุกซ่อนยาเสพติด และซุกอยู่ใต้เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหลัง รวมกลางยาบ้า 292,000 เม็ด และยังพบยาไอซ์ซุกซ่อนอยู่ใต้คอนโซลรถด้านหน้า 1 ถุง น้ำหนักประมาณ 11.4 กรัม ทั้งยังได้มีการขยายผลตรวจค้นห้องพักที่ผู้ต้องหาเช่าพักในโรงแรมแห่งหนึ่ง ในอ.แม่สาย จ.เชียงราย ได้อีก 42,000 เม็ด โดยผู้ต้องหารับสารภาพว่ารับของกลางยาเสพติดมาจากอ.แม่สาย จ.เชียงราย เตรียมจะนำไปส่งให้กับกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดในพื้นที่กรุงเทพฯ บริเวณห้างเดอะมอลล์บางแค ได้ค่าจ้าง 500,000 บาท

ส่วนรายที่ 3 จับกุมเมื่อวันที่ 19 มีนาคมที่ผ่านมาโดยเจ้าที่ตำรวจ สภ.แม่สาย จ.เชียงราย สืบเนื่องเจ้าหน้าที่ชุดจับกลุ่มได้รับแจ้งจากสายลับว่ามี 1ชาย 2หญิง มีเช่าห้องพัก2 ห้อง มีลักษณะต้องสงสัยว่ามีสิ่งของผิดกฎหมายอยู่ในห้อง กระทั่งได้มีการนำกังลังเจ้าหน้าที่ สอบสวนติดตามพฤติกรรมจนกระทั่งมั่นใจ ว่าเป็นเครือข่ายยาเสพติด ที่นำยามาพักไว้ก่อนจะเดินทางต่อ จึงได้เข้าตรวจและจับกุมผู้ต้องหาได้ 3 คน คือ น.ส.ชนนารี พรมพระพรม อายุ 23 ปี ,นางมาลี พรมพระพรม อายุ 56 ปี และนายเฉลิมชัย ยามี อายุ 28 ปี ทั้งหมดเป็นชาว อ.ป่าแดด จ.เชียงราย พร้อมของกลางยาบ้า 30,000 เม็ดซุกซ่อนไว้ในห้องพักที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ในอ.แม่สาย จ.เชียงราย ก่อนนำส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย

“จะเห็นว่าการจับกุมในครั้งนี้จะไม่ใช้เครือข่ายที่เป็นชนเผ่าในพื้นที่ภาคเหนืออย่างที่เคยเป็นมา แต่จะใช้เครือข่ายยาเสพติดจากปลายทาง ที่เคยเป็นรายย่อยขึ้นมาลักลอบขนลำเลียงมากขึ้นเช่นในรายที่ 2 และ 3 สืบเนื่องจากการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ-ทหาร-ฝ่ายปกครอง และปปส. ที่บูรณาการกำลังอย่างเข้มข้นในการกวาดล้างและจับกุมยาเสพติดจึงทำให้คนในพื้นที่เริ่มหวาดกลัว กระทั่งเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ไม่สามารถทำการว่าจ้างคนในพื้นที่ ในการขนลำเลียงยาเสพติดได้ง่ายดายเหมือนเคยเป็นมา” พล.ต.ท.พูลทรัพย์ กล่าว

พล.ต.ท.พูลทรัพย์ กล่าวอีกว่า จากข้อมูลของ ปปส.ภาค5 พบว่าขณะนี้ ตัวเลขการลำเลียงยาเสพติดในภาคเหนือเริ่มลงลด จากเดิมที่ ร้อยละ 70 ปัจจุบันเหลือ ร้อยละ 55 โดยย้ายไปลำเลียงผ่านทางภาคอีสานมากขึ้นถึง ร้อยละ 44 ซึ่งเป็นผลจากศักยภาพของการทำงานของเจ้าหน้าที่ในภาคเหนือเข้มแข็งและจับกุมได้มากขึ้นและรัดกุม ขยายผลได้อย่างต่อเนื่องขณะที่ในส่วนของความคืบหน้า กรณีที่ด่านแม่สายตรวจพบการขนโซเดียมไซยาไนซ์ ที่เป็นสารต้องห้ามกรณีที่สามารถนำไปเป็นส่วนผสม ผลิตเป็นยาไอซ์ได้นั้นพบว่ามีปลายทางแจ้งสำแดงว่าเป็นเหมืองทองแห่งหนึ่งในประเทศพม่า ซึ่งก็จะมีการสอบสวนอีกครั้งหาเส้นทางที่ชัดเจน ว่ามีข้อพิรุธที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดหรือไม่ ต่อไป