วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปริศนา....ฆาตกรรม

ครอบครัวของนางลิน ลิน เศรษฐีนีชาวจีนที่เสียชีวิตอย่างเป็นปริศนาคาบ้านพักตากอากาศหรูบนเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อกว่า 4 ปีก่อน ยัง

การเข้าร้องเรียนของ นายลิน กัว เฮียง บิดาของ นางลิน ลิน เศรษฐีนีชาวจีน เพื่อให้กระทรวงยุติธรรมรื้อคดีการเสียชีวิตอย่างเป็นปริศนาของลูกสาว เมื่อครั้งเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยกับสามี กลายเป็นแรงผลักดันให้เจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรมต้องเร่งหาพยานหลักฐานใหม่เพื่อส่งให้พนักงานอัยการสั่งคดีอีกครั้ง หลังเคยมีความเห็นสั่งไม่ฟ้องไปแล้วเช่นเดียวกับพนักงานสอบสวนของดีเอสไอ

กระบวนการนี้เป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 147 ที่เปิดช่องให้อัยการพิจารณาสั่งคดีใหม่ได้ หากมีพยานหลักฐานใหม่ปรากฏชัดซึ่งน่าจะทำให้ศาลลงโทษผู้ต้องหา / กระบวนการนี้ถือเป็นการอำนวยความยุติธรรมให้กับ “แพะในคดีอาญา” รูปแบบหนึ่ง เพียงแต่แพะกรณีนี้เป็น “แพะที่ไม่มีลมหายใจ”

จากการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานของตำรวจภูธรเกาะสมุยในช่วงหลังการเกิดเหตุราวต้นปี 2556 เชื่อว่า นายลิน ยู สามี คือผู้ที่ลงมือฆ่านางลิน ลิน ภรรยาของตัวเอง จนสามารถขออำนาจศาลจังหวัดเกาะสมุยออกหมายจับนายลิน ยู ในข้อหาฆ่าผู้อื่น และศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัวอีกด้วย


การสืบสวนสอบสวนยังคงเดินหน้าต่อไป แต่หลังจากศาลออกหมายจับนายลิน ยู เพียง 1 สัปดาห์ / พนักงานสอบสวนเจ้าของคดีบอกว่า มีเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากหน่วยงานรัฐรวม 5 หน่วยงานลงพื้นที่มายังจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อมาสอบถามการทำสำนวนในคดีนี้ โดยไม่ประสานมาก่อนล่วงหน้า จากนั้นก็พยายามเข้ามาแทรกแซงการทำคดี และแก้ต่างให้กับฝั่งผู้ต้องหา

แพทย์หญิง คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ อดีตผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ที่ร่วมลงพื้นที่เกาะสมุยในช่วงนั้น อธิบายกับทีมล่าความจริงว่า สาเหตุที่เจ้าหน้าที่จากส่วนกลางลงพื้นที่ไปหาข้อมูลในคดีนี้ เกิดจากการที่ นายลิน ยู พร้อมทนายความเข้ามาร้องเรียนกับเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ กระทรวงยุติธรรม หรือ ป.ป.ท. ให้ตรวจสอบการทำคดีของสถานีตำรวจภูธรเกาะสมุย เนื่องจากอ้างว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม

หลังจากทีม ป.ป.ท.ลงพื้นที่พร้อมกับ แพทย์หญิง คุณหญิงพรทิพย์ เพื่อหาข้อมูล / ก็อ้างว่าได้พบความหละหลวมจากการทำงานของชุดคลี่คลายคดีชุดแรกในหลายประเด็น / ประเด็นแรก การตรวจสถานที่เกิดเหตุของเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ไม่ได้กระทำในทันที ไม่มีการกั้นพื้นที่เกิดเหตุ ทำให้ให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในบริเวณจุดเกิดเหตุได้ ซึ่งนั่นเป็นการทำลายวัตถุพยานจนเกิดความเสียหาย

ประเด็นที่สอง แพทย์จากสถาบันนิติเวชวิทยาที่ชันสูตรพลิกศพ ไม่สามารถระบุเวลาการตายที่แน่ชัดได้ และประเด็นสุดท้าย คือชุดที่ผู้ตายสวมใส่ เป็นชุดเล่นโยคะ แม้อาจเป็นการฆาตกรรมอำพราง แต่ก็ไม่สามารถระบุได้ว่าใครเป็นผู้ลงมือก่อเหตุ

หลังจากทีม ป.ป.ท.ลงพื้นที่วิเคราะห์คดีเสร็จสิ้น / ต่อมาในวันที่ 24 เมษายน 2556 ได้มีการโอนคดีไปให้กองบังคับการปราบปรามรับผิดชอบ โดยพนักงานสอบสวนกองปราบได้ดึงสำนวนสอบสวนแต่เพียงฝ่ายเดียว โดยไม่ร่วมทำคดีกับตำรวจภูธรเกาะสมุย / ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากฝ่ายผู้ต้องหา คือ นายลิน ยู ร้องเรียนไปยังกองบังคับการปราบปราม ทำให้ฝ่ายครอบครัวของนางลิน ลิน ยื่นร้องเรียนไปถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และอนุกรรมาธิการการตำรวจของวุฒิสภา

กระทั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องตั้งคณะทำงานขึ้นมาอีก 1 ชุด โดยมี พลตำรวจเอก รชต เย็นทรวง ที่ปรึกษาสัญญาบัตร 10 ในขณะนั้นเป็นหัวหน้าคณะทำงาน และได้ดำเนินการตรวจสอบพยานหลักฐานร่วมกัน ทั้งกับตำรวจภูธรเกาะสมุย / ตำรวจภูธรภาค 8 และกองบังคับการปราบปราม
แต่หลังจากนั้นไม่นาน ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางในขณะนั้น ได้ลงนามอนุญาตให้ นายลิน ยู สามารถเดินทางออกนอกประเทศได้ในระหว่างได้รับการปล่อยชั่วคราว / และ นายลิน ยู ก็ได้ขายทรัพย์สินที่อยู่ในประเทศไทยทั้งหมด รวมมูลค่ากว่า 300 ล้านบาท ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นทรัพย์สินของนางลิน ลิน ด้วย

สุดท้ายเหลือเวลาควบคุมตัวผู้ต้องหาอีกเพียงหนึ่งเดือน / สำนวนคดีนี้ได้ถูกโอนไปอีกครั้ง / คราวนี้ปลายทางอยู่ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ก่อนที่พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ และอัยการ จะมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง โดยให้เหตุผลว่าพยานหลักฐานไม่มีน้ำหนักมากพอที่ระบุได้ว่า นายลิน ยู เป็นผู้กระทำความผิด ทำให้คดียุติลงท่ามกลางความแคลงใจของครอบครัวของนางลิน ลิน

เมื่อครอบครัวไม่เชื่อมั่นในการทำงานของหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมชั้นก่อนฟ้อง จึงเดินหน้ายื่นฟ้องต่อศาลเอง กระทั่งศาลจังหวัดเกาะสมุย ได้ไต่สวนมูลฟ้อง และประทับรับฟ้องไว้พิจารณา จึงกลายเป็นน้ำหนักให้กระทรวงยุติธรรมสั่งรื้อคดีขึ้นพิจารณาใหม่ เพื่อคืนความเป็นธรรมให้ครอบครัวนางลิน ลิน และเรียกความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมกลับคืน