วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ป้าและหลานวัย 18 เครียดถูกกล่าวหากุเรื่องหลอกรับบริจาคเงิน

ป้าและนักเรียนวัย 18 ปี ที่สอบติด ม.เกษตรฯเตรียมฟ้องผู้กล่าวหากุเรื่องหลอกลวงรับบริจาคเงินค่าเทอม 36,000 บาท แล้วนำเงินไปใช้ฟุ่มเฟือย ยันทุกอย่างเป็นเรื่องจริง เผยหลานชายเครียด เตรียมปิดบัญชีรับบริจาค


กลายเป็นกระแสดราม่าในโลกโซเชียล หลังจากมีผู้โพสต์เฟซบุ๊กแฉ กรณีที่นายเอ นามสมมติ อายุ 18 ปี ใน จ.บุรีรัมย์ ที่สอบติดมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แต่ไม่มีเงินจ่ายค่าเทอมงวดแรกจำนวน 36,000 บาท เนื่องจากแม่ซึ่งเป็นเสาหลักเสียชีวิต ส่วนพ่อแท้ๆ ก็ทิ้งไปตั้งแต่เด็ก ขณะที่พ่อเลี้ยงหลังแม่เสียชีวิตแล้วก็ไม่ให้อยู่ร่วมบ้านด้วย จนต้องไปขออาศัยอยู่กับนางสวย นามสมมติ ผู้เป็นป้า ที่มีอาชีพขายข้าวแกง

โดยในเฟซบุ๊กมีผู้โพสต์ข้อความกล่าวหาว่า ทั้งป้า และหลานหลอกลวงให้ผู้คนมาบริจาคเงินช่วยค่าเทอม ทั้งที่ตัวเองไม่ได้ยากจนจริง ทั้งกล่าวหาว่าหลังจากได้เงินบริจาคแล้ว ก็นำไปเข้าร้านอาหาร ซื้อโทรศัพท์มือถือ และนาฬิการาคาแพง ใช้เงินอย่างฟุ่มเฟือย

ล่าสุดนางสวย นามสมมติ ป้าน้องเอ กล่าวยืนยันว่า ทุกอย่างเป็นเรื่องจริงไม่ได้โกหกตามที่มีผู้โพสต์กล่าวหา โดยขอชี้แจงว่า ไม่เคยบอกว่าตนเองยากจนหรือร่ำรวยแต่ก็มีอาชีพพอเลี้ยงตัวเองและลูกได้ เพียงแค่ช่วงนั้นน้องเอ ซึ่งเป็นหลานที่มาขอที่พึ่งอาศัยหลังแม่เสียชีวิต มาบอกว่าสอบติด ม.เกษตรฯ ทางมหาวิทยาลัยแจ้งว่าให้จ่ายค่าเทอมงวดแรกเพื่อยืนยันสิทธิ์เข้าศึกษา

ซึ่งขณะนั้นก็ไม่มีเงินก้อนที่จะไปจ่ายให้หลาน ส่วนตัวหลานก็ไม่มีทรัพย์สินอะไร จึงโทรไปปรึกษาแฟน แฟนก็เลยโพสต์เฟซบุ๊กโดยมีเนื้อหาว่าหากมีผู้ใจบุญให้ยืมเงิน พื่อนำไปเป็นค่าเทอมให้กับน้องเอ หากกู้เงิน กยศ.ได้ก็จะผ่อนจ่ายคืนให้ แต่เมื่อโพส์ตเรื่องราวแล้วก็มีสื่อมาทำข่าว และก็มีผู้ใจบุญบริจาคเงินช่วยค่าเทอมและค่าเล่าเรียนให้กับน้องเอ จำนวนมาก

สำหรับกรณีที่กล่าวว่าน้องเอ นำเงินที่ได้รับบริจาคไปเข้าร้านอาหาร ซื้อโทรศัพท์มือถือ และนาฬิการาคาแพงนั้น ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ตอนนี้ทั้งตนเองและน้องเอ เครียดมาก สภาพจิตใจย่ำแย่มาก โดยเฉพาะน้องเอ ที่นอกจากจะสูญเสียแม่แล้วยังต้องมาเจอเรื่องแบบนี้

อย่างไรก็ตามจะปรึกษาผู้รู้กฎหมายเพื่อแจ้งความเอาผิดกับผู้โพสต์ข้อความกล่าวหาตนและหลาน และจะปิดบัญชีรับบริจาคเพื่อไม่ให้เกิดกระแสกระทบจิตใจหลาน อีกทั้งเงินที่ได้รับบริจาคก็เพียงพอกับค่าเล่าเรียนแล้ว พร้อมขอบคุณผู้ใจบุญที่มีเมตตาช่วยเหลือ