รองโฆษกดีเอสไอ แจงตั้งคณะทำงาน 3 ฝ่ายสอดส่องพื้นที่วัดพระธรรมกาย รายงานที่ตชด.ภาค 1 ทุกวัน ยืนยันยังใช้ มาตรา 44 กับวัดพระธรรมกาย พร้อมเปิดสายด่วน 1202 แจ้งเบาะแสที่อยู่พระธัมมชโย
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 13 มีนาคม 2560 พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ รองโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เปิดเผยถึงการดำเนินการติดตามตัวพระธัมมชโยมาดำเนินคดีตามหมายจับของศาล ว่า ขณะนี้ยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดในทางการข่าว ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฝ่ายปฏิบัติการสืบสวนได้ทำงาน เพราะหากเปิดเผยข้อมูลออกไปจะทำให้ฝ่ายสืบสวนทำงานลำบากขึ้น โดยขณะนี้เป็นที่ปรากฏชัดเจนแล้วว่าพระธัมมชโยไม่ได้อาพาธอย่างที่ลูกศิษย์ได้กล่าวอ้างก่อนหน้านี้ เพราะจากการเข้าไปตรวจค้นภายในวัดพระธรรมกาย พระธัมมชโยสามารถเคลื่อนย้ายได้ ไม่ได้พำนักอยู่ที่ตำแหน่งเดิม แต่หากในทางการข่าวพบว่าพระธัมมชโยอยู่ในพื้นที่อื่นนอกเขตควบคุมพิเศษก็สามารถขอหมายค้นจากศาลเพื่อเข้าตรวจค้นได้ขณะเดียวกัน
พ.ต.ต.วรณัน กล่าวว่า หากได้รับข้อมูลว่าพระธัมมชโยหนีออกนอกประเทศแล้ว ก็สามารถใช้กฎหมายฉบับใหม่คือพระราชบัญญัติว่าด้วยความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อขอให้ประเทศปลายทางส่งพระธัมมชโยกลับมาประเทศไทยได้ แต่ขณะนี้ยังไม่พบข้อมูลว่าพระธัมมชโยออกนอกประเทศไม่ว่าจะเป็นในเส้นทางปกติหรือเส้นทางธรรมชาติ ดังนั้น การทำงานหลังจากนี้จะเป็นในเรื่องของปฏิบัติงานด้านการข่าวเป็นหลักนำไปสู่การปฏิบัติ ซึ่งฝ่ายสืบสวนจะทำงานอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะสามารถติดตามตัวพระธัมมชโยมาดำเนินคดีตามหมายจับของศาลได้
พ.ต.ต.วรณัน กล่าวว่า ขณะนี้ยังมีความจำเป็นต้องคงมาตรา 44 ไว้ เนื่องจากภายในวัดพระธรรมกายและบริเวณโดยรอบยังเป็นพื้นที่อ่อนไหวที่อาจมีกลุ่มผู้ไม่หวังดีเข้ามาก่อเหตุสร้างสถานการณ์ แต่ก็เป็นอำนาจของอธิบดีดีเอสไอที่จะผ่อนปรนให้ลูกศิษย์สามารถเข้าไปปฏิบัติศาสนกิจภายในวัดได้ตามปกติ ส่วนการจะประกาศให้พื้นที่สาขาของวัดพระธรรมกายเป็นเขตควบคุมพิเศษตามมาตรา 44 หรือไม่นั้น ในคำสั่งของ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 5/2560 ข้อ 2 ให้อำนาจหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ประกาศให้พื้นที่สาขาของวัดพระธรรมกายเป็นพื้นที่ควบคุมพิเศษได้ แต่ขณะนี้ยังไม่ได้มีการดำเนินการ
พ.ต.ต.วรณัน กล่าวว่า หลังการตรวจค้นอารามปริสุทโธเมื่อวานนี้(12มี.ค.)ยังพบเอกสารการถวายฎีกา ซึ่งรองโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษเชื่อว่า จุดดังกล่าวเป็นจุดสำคัญของการวางแผนต่างๆ ซึ่งดีเอสไอได้เปิดสายด่วน 1202 หากประชาชนพบเบาะแสเกี่ยวกับพระธัมมชโย ขณะนี้มีผู้แจ้งเบาะแสมาเป็นระยะแล้ว ขณะเดียวกันในวันนี้ผู้ถูกออกหมายเรียกเข้ารายงานตัวที่กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 ตามคำสั่ง คสช.ได้ทยอยเดินทางมารายงานตัวพร้อมทนายความแล้ว ก่อนที่จะครบกำหนดวันในวันที่ 16 มีนาคมนี้
ส่วนพื้นที่วัดพระธรรมกายและพื้นที่ใกล้เคียงยังคงมาตรา 44 ตามคำสั่ง คสช.เป็นพื้นที่ควบคุม หากพระไชยบูลย์ สุทธิผล หรือพระธัมมชโย เดินทางกลับเข้ามา เจ้าหน้าที่จะสามารถเข้าควบคุมพื้นที่ได้ทันที แต่ระหว่างนี้ได้ปรับแผนงานเจ้าหน้าที่ตามจุดสกัดให้เหมาะสม เผื่อผ่อนคลายสถานการณ์ และได้ตั้งคณะทำงาน 3 ฝ่าย ทั้งตำรวจ สภ.คลองหลวง / สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จังหวัดปทุมธานี และเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี เข้าไปสอดส่องดูแลในพื้นที่ควบคุม เพื่อดำเนินการหากพบผู้ใดฝ่าฝืน ขัดคำสั่ง หรือ ปลุกระดมมวลชน โดยหลังจากนี้ คณะทำงานทั้ง 3 ฝ่าย ต้องส่งรายงานประจำวัน เพื่อประเมินสถานการณ์ แจ้งที่กองอำนวยการ ตชด.ภาค 1 ทุกวัน เวลา 10.00 น.
ส่วนเรื่องการนำเพลงลิขสิทธิ์ของค่ายดังมาดัดแปลงเนื้อร้อง พ.ต.ต.วรณัน กล่าวว่า ให้เจ้าของค่ายเพลงแจ้งความดำเนินคดีได้ทันทีหากทางวัดไม่ได้ขออนุญาต เพราะถือว่าผิดกฏหมายด้านลิขสิทธิ์เพลง แต่ในส่วนเนื้อหาเพลงจะเข้าข่ายปลุกระดมมวลชนหรือไม่นั้น ได้ประสานให้ฝ่ายกฏหมายดีเอสไอพิจารณาอยู่ หากมีเจตนาปลุกระดมมวลชน จะมีความผิดตามคำสั่ง มาตรา 44 ขณะเดียวกันในวันนี้ศาลธัญบุรี ได้ออกหมายจับพระไชยบูลย์ ฐานไม่มารายงานตัวตามคำสั่ง คสช. ซึ่งล่าสุด พระไชยบูลย์ มีหมายจับรวมทั้งหมด 17 หมายแล้ว





