คืบหน้า ตำรวจสระแก้วงานเข้า! ผู้การฯสั่งระดมจนท.ไล่ล่า เหตุชิงตัวผู้ต้องหาค้ายาไอซ์จากศาลสระแก้ว เมื่อเช้านี้
ความคืบหน้า กรณีเมื่อเวลา 9.00 น. ขณะเจ้าหน้าที่เรือนจำจังหวัดสระแก้ว นำตัวผู้ต้องหาจำนวน 29 คน เดินทางด้วยรถของเรือนจำมาจอดบริเวณศาลจังหวัดสระแก้ว เพื่อนำผู้ต้องหามาขึ้นศาล
ระหว่างเปิดประตูรถให้ผู้ต้องหาเดินลงจากรถไปเข้าห้องขังใต้ถุนศาลบริเวณด้านหลัง มีผู้ต้องหาคนหนึ่ง ชื่อ นายเชิงชาย ชุ่มชื่น อายุ 26 ปี ผู้ต้องหาคดีร่วมกันครอบครองเพื่อจำหน่ายยาเสพติด (ยาบ้า.ยาไอซ์) 4 กก. และร่วมกันมีอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต ได้ตะโกนขึ้นว่า “แม่มาหรือเปล่า....” ก่อนวิ่งหนีมายังรถเก๋งโตโยต้าวีออสสีขาว ติดสปอยเลอร์ กรอบป้ายทะเบียนสีดำ ไม่ติดทะเบียน ที่มารอรับบริเวณด้านหลังศาล ห่างจากรถเรือนจำเพียง 20 เมตร
จากนั้นรถคันดังกล่าวก็ขับออกไปด้านประตูหลังศาลอย่างรวดเร็ว โดยมีรถตำรวจศาลขับตามติดไปอย่างกระชั้นชิด โดยรถคันดังกล่าวออกมาจากศูนย์ราชการจังหวัดสระแก้ว ขึ้นถนนสุวรรณศร แล้วยูเทิร์นกลับไปทางตัวเมืองสระแก้ว ล่าสุดมีรายงานว่า รถเก๋งโตโยต้าวีออสสีขาวคันดังกล่าว มุ่งหน้าถนนสาย 359 (สระแก้ว-เขาหินซ้อน) แยกน้ำซับ แล้วเลี้ยวเข้าถนนมุ่งสู่บ้านคลองมะละกอ ตำบลสระขวัญ อำเภอเมืองสระแก้ว ซึ่งสามารถไปออกบริเวณจังหวัดฉะเชิงเทราได้
หลังเกิดเหตุการณ์ พ.ต.อ.อภิรักษ์ เวชกาญจนา รอง ผบก.ภ.จว.สระแก้ว พร้อมด้วย พ.ต.อ.ธนาวุฒิ จงจิระ ผกก.สภ.เมืองสระแก้ว พ.ต.ท.อนุชา วัฒนายุ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองสระแก้ว ร.ต.อ.กิตติพัศ คำนนท์ ร้อยเวร ได้เดินทางไปดูจุดเกิดเหตุที่ศาลจังหวัดสระแก้ว โดยมีนายจุมพล รัตธนภาส ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดสระแก้ว ร่วมสอบถามถึงรายละเอียดเหตุการณ์ต่างๆ ด้วยความสนใจ
พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว เปิดเผยว่า ผู้ต้องหาที่ถูกชิงตัวไปจากศาล ชื่อ นายเชิงชาย ชุ่มชื่น อายุ 26 ปี ชื่อเล่น กร เป็นผู้ต้องหาคดียาเสพติดร่วมกันครอบครองเพื่อจำหน่าย (ยาบ้า.ยาไอซ์) จำนวน 4 กก. และร่วมกันมีอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต ถูกจับพร้อมกับน.ส.ปริญญา แสนต่อ หรืออ้อม ซึ่งเป็นภรรยา และนายธวัชชัย วงษ์คำ หรือจอน เมื่อวันที่ 30 พ.ย. 2559 และอยู่ระหว่างการดำเนินคดีโดยถูกควบคุมไว้ในเรือนจำสระแก้ว ซึ่งผู้ต้องหาได้หลบหนีขณะนำตัวส่งฟ้องศาลในช่วงเช้าวันนี้ (13 มีค.60) คาดว่าน่าจะมีการนัดแนะกันก่อนล่วงหน้า
ซึ่งตอนนี้ได้จัดชุดปฏิบัติการพิเศษกระจายกำลังออกไล่ล่า รวมทั้งกำลังรวบรวมหลักฐานหาผู้มาเยี่ยมผู้ต้องหาที่เรือนจำก่อนหน้านี้ ในเบื้องต้นได้ประสานกับทหาร ร.12 รอ.หากมีการกระจายกำลังปิดล้อมพื้นที่ แต่ตอนนี้ได้ประสานกำลังตำรวจทุกแห่งให้ติดตามอยู่ หลังจากนี้คงต้องเรียกตำรวจศาลที่รับผิดชอบมาสอบตามระเบียบเพื่อหาผู้รับผิดชอบ เพื่อเฝ้าระวังไม่ให้เกิดเหตุการณ์อย่างนี้อีก
ผู้เห็นเหตุการณ์รายหนึ่งที่มาติดต่อราชการในศาล เล่าว่า ช่วงเกิดเหตุการณ์เร็วมาก เห็นรถเก๋งสีขาวออกมาจอดกลางถนนคล้ายกับกำลังออกหรือจะเข้าช่องจอดรถ มองไม่เห็นภายในรถว่ามีกี่คน เนื่องจากติดฟิล์มดำ จากนั้นนักโทษคนหนึ่งก็ยิ่งมาขึ้นรถแล้วมีตำรวจ 2 คนวิ่งตามมาแต่ไม่ทัน
ผู้เห็นเหตุการณ์รายหนึ่งเล่าว่า ขณะกำลังข้ามถนนเพื่อไปติดต่อราชการ เห็นรถเก๋งสีขาวคันหนึ่งข้บออกจากหลังศาลอย่างรวดเร็ว จนตกใจมาก กลิ่นไหม้จากล้อรถ เหม็นคลุ้ง คนทำความสะอาดถนน บอกว่าตอนเลี้ยวรถขึ้นถนน ล้อรถยกเอียงสองล้อเลย ล่าสุด เมื่อเวลา 12.30 น. ยังไม่มีรายงานพบรถและผู้ต้องหาแต่อย่างไร




