แม่โจ้โพลล์เผยนักท่องเที่ยว 95.37%ระบุหมอกควันมีผลตัดสินใจมาเที่ยว
แม่โจ้โพลล์ ทำสำรวจความคิดเห็นนักท่องเที่ยวต่อความเชื่อมั่นในมาตรการลดปัญหาหมอกควันเชียงใหม่ ร้อยละ 95.37 ระบุว่าส่งผลต่อการตัดใจมาเที่ยวเชียงใหม่ และ ร้อยละ 55.49 บอกว่าส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ มีร้อยละ 61.23 เชื่อว่าจะลดปัญหาหมอกควันเชียงใหม่ได้ เนื่องจาก ถ้าหากทุกคนร่วมมือกันจะสามารถแก้ปัญหาได้
รองศาสตราจารย์ ดร.ประเสริฐ จรรยาสุภาพ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ เปิดเผยว่า จากข้อมูลของกรมการท่องเที่ยวพบว่า ในปี 2559 ที่ผ่านมามีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่มากถึง 32,588,303 ราย ซึ่งมีจำนวนที่เพิ่มขึ้น 8% เมื่อเทียบกับปี 2558 ที่มีจำนวน 29,923,185 ราย แต่ช่วงหลายปีที่ผ่านมาจังหวัดทางภาคเหนือรวมทั้งเชียงใหม่มีปัญหาการเกิดสถานการณ์หมอกควันช่วงฤดูแล้งเป็นประจำทุกๆ ปี นอกจากจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่แล้ว ยังส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่
จากปัญหาหมอกควันไฟป่าที่เกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่องทุกปี แม่โจ้โพลล์ โดยศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและพยากรณ์ทางการเกษตร คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้สำรวจความคิดเห็นของนักท่องเที่ยวที่เดินทางท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่ จำนวนทั้งสิ้น 1,015 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 20 กุมภาพันธ์ – 5 มีนาคม 2560 ในหัวข้อ ความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวต่อมาตรการลดปัญหาหมอกควันเชียงใหม่ 60
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจความคิดเห็นของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่ ผลการสำรวจ พบว่า ร้อยละ 72.88 เคยประสบกับสถานการณ์หมอกควันของจังหวัดเชียงใหม่ มีเพียงร้อยละ 27.12 เท่านั้นที่ไม่เคยประสบ จากการสอบถามการรับทราบมาตรการ “60 วัน ห้ามเผาเราทำได้ เพื่อเชียงใหม่ไร้หมอกควัน” พบว่า นักท่องเที่ยว ร้อยละ 55.73 ทราบว่ามีการประกาศใช้มาตรการตามวัน เวลาดังกล่าวและ ร้อยละ 44.27 บอกไม่ทราบ
เมื่อสอบถามความคิดเห็นถึงการประกาศใช้มาตรการ 60 วัน ห้ามเผาเราทำได้ เพื่อเชียงใหม่ไร้หมอกควัน เพื่อลดปัญหาหมอกควัน นักท่องเที่ยว ร้อยละ 61.23 เชื่อว่าจะลดปัญหาหมอกควันเชียงใหม่ได้ เนื่องจาก ถ้าหากทุกคนร่วมมือกันจะสามารถแก้ปัญหาได้ แต่ร้อยละ 20.20 เชื่อว่าไม่สามารถลดปัญหาได้ เนื่องจาก ปัญหาหมอกควันเกิดขึ้นทุกๆ ปีต่อเนื่องกัน อีกทั้งกฎหมาย บทลงโทษผู้กระทำผิดไม่รุนแรง ทำให้เกิดปัญหาบ่อยครั้ง อีกร้อยละ 18.52 ยังไม่แน่ใจว่าจะสามารถลดปัญหาหมอกควันได้หรือไม่
จากการสอบถามปัญหาหมอกควันต่อการตัดสินใจมาท่องเที่ยวเชียงใหม่ พบว่า นักท่องเที่ยวร้อยละ 95.37 ระบุว่าส่งผลต่อการตัดใจมาเที่ยวเชียงใหม่ มีเพียงร้อยละ 4.63 เท่านั้นที่ระบุว่าไม่ส่งผลต่อการตัดสินใจ เมื่อสอบถามสาเหตุของปัญหาหมอกควันเชียงใหม่ในความคิดเห็นของนักท่องเที่ยว พบว่า ร้อยละ 41.98 บอกว่าเกิดจากการเผาเพื่อทำการเกษตร รองลงมาร้อยละ 35.05 จากการเผาเพื่อหาของป่า ร้อยละ 9.4 บอกเกิดจากไฟป่า ร้อยละ 6.24 บอกเกิดจากการเผาขยะของครัวเรือน ร้อยละ 4.75 บอกมาจากประเทศเพื่อนบ้านและร้อยละ 2.57 บอกเกิดจากโรงงานอุตสาหกรรม ตามลำดับ
จากการสอบถามผลกระทบของการเกิดปัญหาหมอกควัน พบว่า ร้อยละ 55.49 บอกว่าส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ รองลงมาร้อยละ 38.28 บอกว่า จะส่งผลต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยว และอีกร้อยละ 6.23 บอกส่งผลต่อการสัญจร การคมนาคมและจากการสอบถามข้อเสนอแนะต่อการแก้ไขสถานการณ์หมอกควันของจังหวัดเชียงใหม่ พบว่า ร้อยละ 67.74 ควรรณรงค์และสร้างจิตสำนึกให้แก่ประชาชนร่วมกัน ลด ละ เลิก รองลงมา ร้อยละ 17.74 ควรกำหนดบทลงโทษ/กฎหมายผู้กระทำผิดให้รุนแรงขึ้นและร้อยละ 17.74 ควรส่งเสริม/สนับสนุนให้มีการกำจัดขยะตามบ้านเรือนและสิ่งเหลือใช้ทางการเกษตรแทนวิธีการเผาทำลาย
ปัญหาหมอกควันของภาคเหนือรวมถึงจังหวัดเชียงใหม่ เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมาต่อเนื่อง จากสาเหตุ ได้แก่ การทำการเกษตร การเกิดไฟป่า หรือแม้กระทั่งผลกระทบจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งลักษณะภูมิศาสตร์ของพื้นที่บริเวณภาคเหนือของไทยนั้นมีลักษณะที่เป็นแอ่งกระทะเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดปัญหาได้ง่ายขึ้น ถึงแม้ว่าในปัจจุบันจะมีการประกาศใช้ มาตรการ “60 วัน ห้ามเผาเราทำได้ เพื่อเชียงใหม่ไร้หมอกควัน” ไปแล้วนั้น ในส่วนของมาตรการจะสำเร็จได้หรือไม่ จะต้องอาศัยความร่วมมือของทุกฝ่าย ประชาชนในพื้นที่ เจ้าหน้าที่รัฐ หน่วยงานต่างๆเพื่อให้สามารถลดและแก้ไขปัญหาสถานการณ์หมอกควันของจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเปิดบ้านต้อนรับนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลท่องเที่ยวที่ใกล้จะมาถึงและทำให้เศรษฐกิจของจังหวัดเชียงใหม่กลับมาเฟื่องฟูได้อีกครั้งหนึ่ง




