วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

หวิดเดือด! จนท.เจรจารื้อสิ่งปลูกสร้าง บุกรุกใต้ด่วนดินแดง

หวิดเหตุรุนแรง ผอ.เขตดินแดงขอกำลังตร.ควบคุมฝูงชน เจรจาชาวบ้านรื้อสิ่งปลูกสร้าง บุกรุกใต้ถนนด่วนดินแดง

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 28 กุมภาพันธ์ น.ส.ใสศรี หิรัญประเสริฐวุฒิ ผอ.เขตดินแดง พร้อมเจ้าหน้าที่กรมการทางพิเศษ เจ้าหน้าที่เทศกิจ เจ้าหน้าที่กอ.รมน. และเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนจำนวน 80 นาย ร่วมกันนำกำลังเข้าเจรจากับชาวบ้าน ที่สร้างบ้านบุกรุกพื้นที่ทางสาธารณะ บริเวณใต้ทางด่วนดินแดน ฝั่งมุ่งหน้าถนนวิภาวดี แขวงและเขตดินแดง กทม.

ทั้งนี้ เพื่อขอให้เจ้าหน้าที่ทำการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างจำนวน 2 หลัง ซึ่งเป็นบ้านของนางลออ จั่นพา อายุ47 ปี เจ้าของบ้านหลังที่ 3 และ นายไวพจน์ สิทประยุทธ อายุ46 ปี เจ้าของบ้านหลังที่ 1

น.ส.ใสศรี กล่าวว่าการเข้าเจรจาเพื่อรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างในครั้งนี้เนื่องจากทางสำนักงานเขตดินแดงและกรมการทางพิเศษได้ประชุมกันแล้วว่าเจ้าหน้าที่จำเป็นต้องรื้อถอนอาคารดังกล่าวซึ่งเป็นพื้นที่ทางสาธารณะ และมีการก่อสร้างอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต ถึงแม้จะมีการพูดคุยเจรจามาแล้วหลายครั้ง ซึ่งครั้งล่าสุดเมื่อปี2552 และ มีประชาชนในพื้นที่บางส่วนได้ออกจากพื้นที่ไปแล้ว ซึ่งมีบางส่วนที่ยังฝ่าฝืนคำสั่งโดยอ้างว่าไม่มีที่พักอาศัย แต่เจ้าหน้าที่ให้เวลามานานแล้ว จึงจำเป็นต้องทำการรื้อถอนตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522

โดยในพื้นที่ดังกล่าวมีจำนวน38 หลัง และจำนวน14 หลังที่เป็นพื้นที่ของการทางพิเศษ นอกจากนี้เมื่อวันที่24 เม.ย. พ.ศ.2549พื้นที่นี้ยังเคยเกิดเหตุเพลิงไหม้จนทำให้เกิดความเสียหายจำนวน 14 ห้อง มูลค่าความเสียหาย2 ล้านบาทอีกด้วย

ด้านนางลออ เปิดเผยว่า อยากให้เจ้าหน้าที่ขยายเวลาในการรื้อถอนไป 30 วัน เพื่อที่จะให้ตัวเองและบ้านของพี่ชายได้เตรียมตัวเก็บของ นอกจากนี้ได้ร้องขอให้เข้าหน้าที่ได้ประสานการเคหะแห่งชาติ ในการติดต่อบ้านพักให้กับครอบครัวผู้ที่ได้รับผลกระทบ

ขณะที่นายไวพจน์ กล่าวว่า ตนเองอยู่ที่นี้มา 30 ปีแล้ว ครั้งแรกปี 2542 มีการเจรจามาอย่างต่อเนื่อง ทางเขตได้มีการยื่นข้อเสนอเพื่อเวรคืนที่ดินตรงจุดนี้และให้ย้ายไปอยู่ย่านร่มเกล้า แต่การพูดคุยตั้งแต่ครั้งนั้นไม่มีความคืบหน้าใดๆ จนกระทั่งเมื่อวานได้มีการประชุมโดยมีการเชิญประชาชนมาร่วมฟัง แต่ไม่ให้ประชาชนร่วมฟัง พอหลังประชุมเสร็จก็มีคำสั่งให้รื้อทันที โดยที่ชาวบ้านไม่ได้ชี้แจงและรู้ตัวมาก่อน ทั้งนี้ตนเองต้องการเพียงให้เจรจากับการเคหะร่มเกล้าในเรื่องที่อยู่ ซึ่งหากมีการเจรจากันเรียบร้อยให้มีที่อยู่แน่นอนพวกตนก็พร้อมจะย้ายออก

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ทำการขนย้ายสิ่งของต่างๆของชาวบ้านขึ้นรถสำนักงานเขต ซึ่งขณะทำการขนย้ายได้มีชาวบ้านดังกล่าวได้เข้ามาโวยวายและยื้อแย่งสิ่งของ ซึ่งทำให้ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่เกิดการปะทะกัน หลังจากนั้นทางสำนักงานเขตจึงหาทางเจรจากับชาวบ้านอีกครั้งหนึ่ง โดยมีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าทำการเจรจาด้วย

ภายหลังการเจรจาน.ส.ใสศรี เปิดเผยว่าตนได้ยื่นข้อเสนอกับชาวบ้านว่า ทางสำนักงานเขตจะทำการช่วยเหลือในการประสานการหาที่อยู่กับทางเคหะแห่งชาติซึ่งเป็นที่ดินว่างเปล่า โดยชาวบ้านต้องทำการรื้อถอนภายใน 30 วัน ซึ่งวันนี้ชาวบ้านทั้งหมดจะทำการประชุมเพื่อหาข้อสรุปก่อนจะยื่นเอกสารในวันพรุ่งนี้(1มี.ค.)เวลา10.00น. ที่สำนักงานเขตดินแดงเพื่อเจรจาหาข้อตกลงร่วมกัน แต่หากยังไม่สามารถหาข้อตกลงได้ทางสำนักงานเขตก็จำเป็นต้องดำเนินการตามขั้นตอนและจะไม่มีการเจรจาอีก