ผู้หมวดหมาด ๆ ซิ่งกระบะแซงทางโค้ง ถนนลื่นพุ่งชนต้นไม้จมห้วย เสียชีวิตยกครัว 3 ศพ
ร.ต.อ.(หญิง) จุฬารัตน์ อาจภิรมณ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองนครพนม รับแจ้งเหตุมีรถยนต์กระบะเสียหลัก จมลำห้วยริมถนนและมีผู้ติดอยู่ในรถ พื้นที่ ต.หนองญาติ รุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยกู้ชีพสนธิกำลังทั้ง 1669 ร.พ.นครพนม กู้ชีพเทศบาล ต.หนองญาติ กู้ชีพ อบต.โพธิ์ตาก กู้ชีพนาวาธาตุพนม ปภ.นครพนม กู้ภัยนครพนม และเจ้าหน้าที่ทหารเรือ นรข. พร้อมรถดับเพลิงกู้ชีพเทศบาลเมืองนครพนม
ที่เกิดเหตุเป็นทางโค้งอันตราย บริเวณถนนทางหลวง 2033 สายหนองญาติ-นาแก ฝั่งงขาเข้าตัวเมือง ก่อนถึงศูนย์พัฒนาที่ดิน จ.นครพนม ประมาณ 100 เมตร มีไทยมุงจำนวนมากมีทั้งรถจักรยานยนต์จอดเรียงรายเต็มฝั่ง รถยนต์ติดขัดยาวกว่า 2 กิโลเมตร ในลำห้วยบังกอความลึกประมาณ 3 เมตร พบรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ สีบรอนซ์ ทะเบียน กข 7855 นครพนม สภาพกระจังหน้าพังยับ จมอยู่ในลำห้วยจนในลักษณะหัวจมลงใต้น้ำ โผล่แต่ท้ายกระบะปริ่มขึ้นมา ใกล้ที่เกิดเหตุพบชิ้นส่วนอะไหล่ตกเกลื่อนอยู่ในที่เกิดเหตุ ที่ต้นยอป่าบริเวณกลางลำต้นมีร่องรอยคล้ายถูกเฉี่ยวชน
เจ้าหน้าที่เร่งลงงมร่างผู้ติดอยู่ในซากรถทันที ฝั่งด้านหน้าคู่คนขับเป็นศพผู้หญิง ส่วนทางด้านแค็บเป็นศพหญิงสาวอีกคน ถูกนำขึ้นฝั่งในสภาพคอแขนขาหัก ภายในตัวไม่มีเอกสารระบุหลักฐานว่ามาจากไหน แต่เมื่อตรวจเช็คเลขทะเบียนรถ ปรากฏชื่อผู้ครอบครองว่า นายบุญไทย มนศิลป์ อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 18 หมู่ 8 บ้านหนองบัวคำ ต.นามะเขือ อ.ปลาปาก จ.นครพนม จึงประสานไปยังพื้นที่ดังกล่าว ในขณะที่อีกศพเป็นชายไม่สามารถนำร่างขึ้นมาได้ เนื่องจากศพถูกอัดก๊อปปี้ติดคาซากจึงต้องใช้รถเครนมาช่วยอีกแรง ลากซากรถขึ้นมาอย่างยากลำบาก มี พ.ต.ต.จีรุฏฐ์ พิมพา สว.จร.สภ.เมืองนครพนม และเจ้าหน้าที่ ส.ทล.5 กก4 บก.ทล. อำนวยความสะดวกด้านการจราจร
หลังจากเจ้าหน้าที่ดึงรถขึ้นมาบนขอบตลิ่งที่สูงชัน 3 เมตร ใช้เวลานานกว่า 3 ชั่วโมงถึงกู้ซากรถขึ้นมาบนบกได้ ขณะทำการดึงรถอยู่นั้น ร.ต.อ.ธนวรรณ์ ฝ่ายศิลป์ ร้อยเวรจราจร เห็นหัวเข็มขัดของคนตายคล้ายตำรวจ จึงสันนิษฐานเบื้องต้นว่าผู้ตายอาจจะเป็นตำรวจ จังหวะเดียวกันกับมี นางสาวธชิตตา แดงดาธนพัฒน์ อายุ 41 ปี บ้านเลขที่ 43 หมู่ 2 ต.นามะเขือ อ.ปลาปาก มามุงดูการกู้ศพด้วย บอกว่าน่าจะเป็นศพของ ร.ต.ต.ทองมี ข่ายเพชร อายุ 54 ปี ตำรวจ สภ.กุตาไก้ ต.กุตาไก้ อ.ปลาปาก ติดอยู่ในซากรถสภาพขาทั้งสองข้างติดอยู่ในคอนโซล เจ้าหน้าที่จึงใช้เครื่องตัดถ่างกู้ร่างอย่างทุลักทุเล
ต่อมาก็มี นายบุญไทยผู้ครอบครองรถมาพร้อมกับนางวรรณลิกา มนศิลป์ อายุ 53 ปี ภรรยายืนยันว่าศพดังกล่าวเป็น ร.ต.ต.ทองมีฯจริง โดยรักใคร่กับตนในฐานะเพื่อนรักร่วมน้ำสาบานกัน นอกจากนี้ศพที่นั่งคู่ตอนหน้าคือ นางพิสมัย หรืออ้อย นักบุญ อายุ 40 ปี เป็นภรรยาของหมวดทองมี และ น.ส.อรทัย หรือน้องแพตตี้ อุทำกา วัย 16 ปี นักเรียนชั้น ม.4 ร.ร.กุดตาไก้วิทยาคม คนนั่งเบาะหลัง เสียชีวิตรวม 3 ศพ สภาพศพซีดเชียวมีฟองอากาศติดที่จมูก เจ้าหน้าที่ชันสูตรเบื้องต้น คาดว่าขาดอากาศหายใจเสียชีวิตนานกว่า 2 ชั่วโมง จึงนำศพไปชันสูตรที่ ร.พ.นครพนม อย่างละเอียดอีกครั้ง
นายสมเกียรติ วงศ์คสาย อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 16/2 ซอยเจริญจิตร บ้านน้อยหนองเค็ม เขตเทศบาลเมืองนครพนม พยานผู้เห็นเหตุการณ์เปิดเผยว่า ตนขับรถยนต์โตโยต้า ไมตี้เอ็กซ์ สีเขียวหัวเป็ด ทะเบียน บต 7835 นครพนม ออกจากบ้านเพื่อเดินทางไปทำงานที่ ต.หนองฮี อ.ปลาปาก ขับมาถึงที่เกิดเหตุ มีรถกระบะคันดังกล่าวที่มี ร.ต.ต.ทองมี ผู้ตาย มุ่งหน้าออกจาก ต.กุตาไก้ จะเข้าตัวเมือง ขณะนั้นมีฝนตกรินๆ ผู้ตายขับแซงรถกระบะมิตซูบิซิ รุ่นสตราด้า ตรงทางโค้งหักศอก พอจะกลับเข้าเลนตัวเอง ปรากฏว่ารถเกิดเสียหลักท้ายปัดไม่สามารถบังคับพวงมาลัยได้ ด้านขวาของคนขับจึงลื่นไถลพุ่งกระแทกกับต้นยอป่าข้างทาง ก่อนดิ่งจมน้ำในลำห้วย ตนและคนขับรถยนต์สตราด้ารีบจอดรถ ใช้ค้อนตีตะปูดำน้ำลงไปช่วย แต่ไม่สามารถทุบกระจกให้แตกได้ เป็นเหตุให้เสียชีวิตดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้เร่งสอบสวนสาเหตุอย่างละเอียดให้แน่ชัดอีกครั้ง
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ร.ต.ต.ทองมี ผู้เสียชีวิต เพิ่งประดับยศเป็นตำรวจสัญญาบัตรใหม่ๆ เลิกรากับภรรยาเก่ามาอยู่กินกับนางพิสมัยหรืออ้อย ซึ่งมีน้องแพตตี้เป็นลูกติดเมีย ก่อนจะมาจบชีวิตยกครอบครัวรวม 3 ศพอย่างน่าสลด





