ทปอ.ฟันธง ระบบรับสมัครคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย ปี61 มี 5 รอบ รับด้วยแฟ้มสะสมงาน แบบโควตา รับตรงร่วมกัน แอดมิชชั่น และรับตรงอิสระ
ที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ มอบนโยบายแก่ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ครั้งที่1/2560 ตอนหนึ่งว่าตนมายืนยันแก่ที่ประชุมทปอ. ว่าให้การสนับสนุนการจัดตั้งกระทรวงอุดมศึกษาฯ ซึ่งคณะทำงานที่ตนตั้งขึ้น โดยมี ศ.คลินิก นพ.อุดม คชินทร อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหดิล เป็นประธานนั้น ได้มีการดำเนินการจัดทำร่างพระราชบัญญัติและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง กับการจัดตั้งกระทรวงอุดมศึกษาฯ โดยเมื่อมีการจัดทำร่างฉบับดังกล่าวเสร็จแล้วจะต้องนำเข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี(ครม.)ต่อด้วยคณะกรรมการกฤษฎีกา และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ จากนั้นรัฐบาลจะทำขึ้นทูลเกล้าฯ ต่อไป นอกจากนั้น ตนได้ขอให้ทางทปอ.รวบรวมข้อมูลการมีงานทำของบัณฑิตแต่ละหลักสูตร ว่ามีงานทำร้อยละเท่าไหร่ ทำงานตรงกับสาขาที่จบหรือไม่ ทำงานในภูมิภาคหรือไม่ รวมถึงสำรวจความพึงพอใจของนายจ้าง สถานประกอบการที่มีต่อบัณฑิตของแต่ละมหาวิทยาลัย เพื่อนำมาใช้เป็นข้อมูลในการพิจารณาปิดหลักสูตรที่ไม่มีคุณภาพ ไม่ตรงกับความต้องการ ทั้งนี้ สำหรับการรับสมัครแบบใหม่ของทปอ.นั้น ตนอยากย้ำนักเรียนที่ใช้วุฒิการศึกษาจากต่างประเทศ รวมทั้งที่จบหลักสูตรนานาชาติในประเทศไทย ไม่ต้องมาเทียบวุฒิที่กระทรวงศึกษาธิการ สามารถสมัครเข้าเรียนตามเกณฑ์ที่มหาวิทยาลัยกำหนด
ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) และประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) กล่าวว่า ที่ประชุมทปอ. ได้พิจารณาร่วมกันในการปรับกระบวนการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาแบบใหม่ ตั้งแต่ปีการศึกษา2561 โดยหลักการในการรับสมัครจะยึดตามแนวทางดังนี้1.นักเรียนควรอยู่ในห้องเรียนจนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่62.นักเรียนแต่ละคนมีเพียง1สิทธิ์ ในการตอบรับสาขาวิชาที่เลือกเพื่อความเสมอภาค และ3ใสถาบันอุดมศึกษาในเครือข่ายทปอ.ทุกแห่งจะต้องเข้าระบบเคลียริ่งเฮาส์เพื่อบริหาร1สิทธิ์ของนักเรียน และตัดปัญหาการกั๊กที่เรียนและความไม่เสมอภาพ เพราะที่ผ่านมานักเรียนที่มาจากครอบครัวฐานะดีมีสิทธิ์สมัครเรียนได้มากกว่านักเรียนที่มาจากครอบครัวฐานะยากจน
ด้าน ผศ.ดร.ประเสริฐ คันธมานนท์ เลขาธิการทปอ. กล่าวว่า การรับสมัครในกระบวนการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาปีใหม่ ซึ่งจะเริ่มในปีการศึกษา2561นี้ มีทั้งหมด5รอบ คือ รอบที่1 การรับด้วยแฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio)โดยไม่มีการสอบข้อเขียน สำหรับนักเรียนทั่วไป นักเรียนที่มีความสามารถพิเศษ นักเรียนโควตา นักเรียนเครือข่ายให้นักเรียนยื่นสมัครโดยตรงกับทางสถาบันอุดมศึกษา โดยคาดว่าจะเริ่มเดือนต.ค.2560รอบที่2การรับแบบโควตาที่มีการสอบข้อเขียนหรือสอบปฏิบัติ สำหรับนักเรียนที่อยู่ในเขตพื้นที่หรือภาคโควตาโรงเรียนในเครือข่าย และโครงการความสามารถพิเศษต่างๆ สถาบันการศึกษาประกาศเกณฑ์การสอบ ให้นักเรียนยื่นสมัครโดยตรง และเข้ารับการคัดเลือกตามเกณฑ์การสอบ รอบที่3 การรับสมัครตรงร่วมกันสำหรับนักเรียนในโครงการ ,กลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย(กสพท.) ,โครงการอื่นๆ และนักเรียนทั่วไป โดยทปอ. เป็นหน่วยกลางในการรับสมัคร นักเรียนเลือกได้4สาขาวิชา โดยไม่มีลำดับ สถาบันอุดมศึกษาจัดให้มีการสอบกลางซึ่งเป็นจัดโดยสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) อาทิ การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน(โอเน็ต) การทดสอบความถนัดทั่วไป(แกต) และความถนัดทางวิชาการ/วิชาชีพ (แพต) และ การทดสอบวิชาสามัญ9วิชา เป็นต้น ร่วมกันในเวลาเดียวกัน แต่ละสถาบันกำหนดเกณฑ์ที่เป็นอิสระของตนเอง โดยเกณฑ์ต่างๆ มหาวิทยาลัยต้องกำหนด และประกาศให้นักเรียนรับทราบ ซึ่งหากมีการจัดสอบต้องเป็นวิชาที่ไม่มีการจัดสอบในข้อสอบกลางและรอบที่4การรับแบบAdmissionsสำหรับนักเรียนทั่วไป โดย ทปอ. เป็นหน่วยกลางในการรับสมัคร สามารถเลือกได้4สาขาวิชา แบบมีลำดับ โดยใช้เกณฑ์ค่าน้ำหนักตามที่ประกาศไว้ล่วงหน้า3ปี และรอบที่ 5 การรับตรงอิสระ สถาบันอุดมศึกษารับโดยตรงด้วยวิธีการของสถาบันเอง
ทั้งนี้ การรับสมัครแบบใหม่นี้ นักเรียนที่ผ่านการคัดเลือกและต้องการเข้าศึกษา ต้องทำการยืนยันสิทธิ์เข้าศึกษาเพียง 1 ที่ ซึ่งหากอยากมีสิทธิ์เข้าร่วมในรอบถัดไป จะต้องสละสิทธิ์เดิมในสถาบันอุดมศึกษาที่ตนเองสอบได้ก่อน เพื่อเป็นคืนสิทธิ์ และถ้าไปสมัครที่ใหม่โดยไม่มีการสละสิทธิ์ การสมัครครั้งถัดไป จะถือเป็นโมฆะทันที ซึ่งรายละเอียดต่างๆ จะมีการเขียนไว้ในระเบียบการรับสมัครอย่างชัดเจน ดังนั้น จะไม่มีการลักไก่ หรือสมัครสอบและมีที่นั่งในหลายมหาวิทยาลัย กันสิทธิ์ผู้อื่นอย่างที่ผ่านมา
ผศ.ดร.ประเสริฐ กล่าวต่อไปว่า ในส่วนของมหาวิทยาลัยราชภัฎ(มรภ.)และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.)นั้น ยืนยันจะเข้าร่วมระบบใหม่ดังกล่าว โดย มรภ. และมทร.จะเข้าร่วม3รอบแรก และรอบที่5เนื่องจากมทร.มีการเปิดภาคเรียน ในช่วงเดือนมิ.ย. โดยจะใช้ข้อสอบกลางและมีการเปิดสอบโดยกลุ่มมรภ. และมทร.จะเป็นผู้จัดสอบเองร่วมด้วย เพื่อให้ได้นักศึกษาตรงกับความต้องการของแต่ละกลุ่มมหาวิทยาลัย อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงระบบดังกล่าว ทปอ.ได้ตระหนักถึงผลดีที่จะเกิดขึ้นกับนักเรียนและผู้ปกครองตามเจตนารมณ์ที่ต้องการให้นักเรียนไมวิ่งรอกสอบ มีเวลาเตรียมความพร้อมสำหรับตนเองมากขึ้น ไม่เป็นภาระเรื่องค่าใช้จ่าย ลดความเครียดให้นักเรียนและผู้ปกครอง ทั้งนี้ การใช้สัดส่วนคะแนนเฉลี่ยตลอดหลักสูตรจบมัธยมศึกษาตอนปลาย(จีแพค) โอเน็ต และแกต/แพต จะยังเป็นไปตามประกาศล่วงหน้า3ปี คือในปีการศึกษา2560-2562ซึ่งทางทปอ.จะมีการพิจารณาในเรื่องกรอบระยะเวลาในการจัดสอบอีกครั้ง รวมถึงรายละเอียดการจัดสอบ การรับนักศึกษาโดยมีเงื่อนไข ตามที่มหาวิทยาลัยแต่ละแห่งกำหนด โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จและประกาศให้รับทราบภายในเดือนเม.ย.2560




