วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'เบนซ์ เรซซิ่ง' ยันไม่มีเอี่ยวเครือข่าย 'ไซซะนะ'

"เบนซ์ เรซซิ่ง" ยันไม่เกี่ยวข้องกับเครือข่าย "ไซซะนะ" ลั่นเงินซื้อลัมโบร์กินีมาจากการทำธุรกิจ ด้าน "ปปส." เตรียมเรียกสอบเพิ่มสัปดาห์หน้า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจนานกว่า 3 ชั่วโมง นายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือ เบนซ์ เรซซิ่ง เจ้าของร้าน AREA 51 พร้อมมารดาและทนายความได้เดินทางกลับ โดยนายอัครกิตติ์ กล่าวว่า วันนี้ (16 ก.พ.) ที่มาพบเจ้าหน้าที่นั้น ตนไม่ได้มีหมายเรียกแต่อย่างใด เพียงแต่เดินทางมาแสดงความบริสุทธิ์ใจ และนำเอกสารมามอบให้เจ้าหน้าที่เพิ่มเติมหลายอย่าง อาทิ เอกสารการกู้ยืมเงินจากไฟแนนซ์ เอกสารที่มาที่ไปของรถลัมโบร์กินี สำหรับเรื่องเงิน 6 ล้านตนได้ให้ข้อชี้แจงกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียบร้อยแล้ว ต้องรอสรุปอีกครั้ง กรณีที่มีการเสนอข่าวว่าทางร้านArea 51 นั้น มีการขาดทุนมา 3 ปีนั้น ขอให้รอข้อเท็จจริงจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจดีกว่า ทั้งนี้ยืนยันว่าตนไม่ได้นำเงินของนายไซซะนะ มาใช้ในการซื้อรถลัมโบร์กินี เงินที่นำมาซื้อมาจากการประกอบกิจการของตนเอง สำหรับการเข้าให้ปากคำค่อนข้างจะชัดเจนขึ้น เพราะได้มีการนำเอกสารสำคัญมาให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ส่วนกรณีที่นายธนพล ได้เข้าให้ปากคำและซัดทอดมายังตนว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับนายไซซะนะนั้น ตนไม่ทราบว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรแต่ได้นำหลักฐานมาแสดงให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ เบื้องต้นยังไม่มีการออกหมายเรียกใดๆ พร้อมทั้งไม่มีการแจ้งข้อหา และหากมีหลักฐานเพิ่มเติมจะนำมามอบให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ด้านนายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กล่าวว่า ทางเลขาธิการ ป.ป.ส. จะส่งเจ้าหน้าที่ที่ได้รับการแต่งตั้ง เข้าไปสอบปากคำนายณัฐพล นาคคำ หรือบอย ที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง กรุงเทพมหานครอีกครั้ง หลังจากที่มีคำสั่งให้ตรวจสอบทรัพย์สินของนายณัฐพลทั้ง 12 รายการ โดยเฉพาะประเด็นรถยนต์หรู ยี่ห้อลัมโบร์กินี กัลลาโด มูลค่ากว่า 20 ล้านบาท และรถจยย.บิ๊กไบค์ จำนวน 2 คัน ซึ่งเป็นชื่อของนายอัครกิตติ์ หรือเบนซ์ เป็นผู้ครอบครอง ถ้าหากนายณัฐพลให้การพาดพิงถึงบุคคลใดก็จะเรียกมาสอบทั้งหมด

นอกจากนี้ หากพบว่าพยานหลักฐานเกี่ยวข้องไปถึงเบนซ์ ทางเจ้าหน้าที่ก็จะเรียกให้เข้ามาชี้แจง พร้อมกับแจ้งข้อหาทันที ซึ่งภายในอาทิตย์หน้าก็จะทราบผลอย่างแน่นอน