วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

จัดงานจิบกาแฟ แก้ปัญหาหมอกควัน ดอยเสมอดาว จ.น่าน

สำนักงานสิ่งแวด 1- 4 แถลงข่าว จิบกาแฟแก้ปัญหาหมอกควัน@ดอยเสมอดาว อุทยานแห่งชาติศรีน่าน อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน

 ขณะที่สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมภาคเหนือ เตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์หมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือ

ที่ดอยเสมอดาว อุทยานแห่งชาติศรีน่าน อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย พล.ต.วิทยา วรรคาวิสันต์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 38 นายสุรชัย อจลบุญ รองอธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพและสิ่งแวดล้อม นายประสิทธิ์ พัฒนใหญ่ยิ่ง ผู้อำนวยการทรัพยากรสิ่งแวดล้อมจังหวัดน่าน และผู้บริหารระดับสูง ในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธาน เปิดแถลงข่าวและการเสวนา เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ ต่อแนวทางการจัดการปัญหาไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือ ในกิจกรรม "จิบกาแฟ แก้ปัญหาหมอกควัน@ดอยเสมอดาว” โดยมี สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 1-4 เป็นผู้จัดกิจกรรม

ทั้งนี้ เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ต่อแนวทางการจัดการปัญหาไฟป่า และหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือทั้ง 9 จังหวัดได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน แม่ฮ่องสอน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน และตาก เพื่อให้ประชาชนเกิดความรู้ความเข้าใจ มีความตระหนักต่อการลดการเผาในพื้นที่ ซึ่งทางรัฐบาลและนโยบายของรัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ประกาศห้ามเผาโดยเด็ดขาดในห้วงเวลาดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์-30 เมษายน 2560

นายวิจารย์ สิมาฉายา กล่าว่าจากการที่พื้นที่ภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย ประสบปัญหามลพิษจากหมอกควันอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยเฉพาะในช่วงต้นปีตั้งแต่เดือนมกราคมจนถึงเดือนเมษายน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเผาในพื้นที่ป่า พื้นที่เกษตร ริมทางหลวง และการเผาในชุมชน ทำให้เกิดหมอกควันกระจายตัวปกคุลมทั่วไปในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน จากการตรวจวัดของกรมควบคุมมลพิษในปี 2259 พบว่าปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน (PM10) สูงเกินเกณฑ์มาตรฐาน (120 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) รวมทั้งสิ้น 60 วัน พบค่าสูงสุด 317 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ที่จังหวัดเชียงราย ส่งผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม สุขภาพอนามัย ประชาชน การท่องเที่ยว รวมทั้งบดบังทัศนวิสัยการจราจรทั้งทางบกและทางอากาศ รวมถึงส่งผลกระทบด้านการท่องเที่ยว โดยในปี 2560 ตั้งเป้าหมายลดความรุนแรงของสถานการณ์หมอกควันลงให้ได้ร้อยละ 20 พื่อเสริมสร้างความรู้และความตระหนักในปัญหาหมอกควันและไฟป่า และการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ ในการร่วมกันแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่า โดยมีกลุ่มเป้าหมาย 1,000 คน

สำหรับการแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดน ประเทศไทยโดยพล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ไปพูดในเวทีอาเซียนระดับผู้นำทั้ง 10 ประเทศควรให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหา หมอกควัน ประเทศไทยรับเป็นเจ้าภาพจะทำRoad Mapเพื่อนำอาเชียนไปสู่ภูมิภาคที่ปลอดหมอกควัน ในปี 2020 หรือ พ.ศ.2563 จะนำเสนอในการประชุมรัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมอาเซียน ที่ประเทศเวียดนาม ในโซนของภาคเหนือ ภูมิภาคลุ่มน้ำโขง 5 ประเทศ ได้แก่ ไทย ลาว เมียนมา กัมพูชาและเวียดนาม จะประชุมที่ จ.เชียงรายระหว่างวันที่ 23 – 24 ก.พ.2560 ที่ จ.เชียงราย ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพที่จะเสนอโมเดล 

อย่างไรก็ดี กรณี่ประเทศไทยแก้ปัญหาสำเร็จ เนื่องจากได้มีการร่วมมือกับฝ่ายทหารของเมียนมา ในการแก้ไขปัญหาหมอกควัน ในพื้นที่ที่เป็นรอยต่อที่จังหวัดเชียงราย เป็นความพยายามของประเทศที่จะขับเคลื่อนให้ภูมิภาคอาเซียนปราศจากหมอกควัน ต้องขอความร่วมมือจากสื่อมวลชน ในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ช่วยประนามคนเผา

พล.ต.วิทยา วรรคาวิสันต์  ผบ.มทบ.38 กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาหมอกควันอย่างน้อยต้องได้อย่างต่ำ 20%จากปีที่ผ่านมา ในส่วนของทหารเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันภายใต้อำนวยการของ กองทัพภาคที่ 3 สำหรับจังหวัดน่าน โดยมณฑลทหารบกที่ 38 พร้อมกับหน่วยทหารในพื้นที่ กองพันทหารม้าที่ 10 กองพันทหารม้าที่ 15 กรมทหารพรานที่ 32 บูรณาการร่วมกันรณรงค์แก้ปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ในขั้นต้นก่อนที่จะเกิดปัญหา ประกาศเจตนารมณ์ทุกภาคส่วนแก้ปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ขอความร่วมมือจากสื่อมวลชนทุกแขนงประชาชนทุกภาคส่วน ได้เตรียมชุดเคลื่อนที่เร็วไว้ 20 ชุด จากทหารทุกหน่วยในพื้นที่ ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมที่จะเข้าร่วมดับไฟป่ากับชุดเจ้าหน้าที่ดับไฟป่าเสือไฟจังหวัดน่าน