วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

จี้ 'มท.' เร่งโอนงบค่ารักษาฯคนท้องถิ่นให้สปสช.

ผู้แทนอปท. ในบอร์ด สปสช.ร้องมท.รีบเคลียร์ให้ชัดจะได้งบฯ กลางจ่ายค่ารักษาคนท้องถิ่นหรือไม่ หลังกองทุนรักษาพยาบาลฯติดลบ 2,600 ล้าน

นายธีรวุฒิ กลิ่นกุสุม ผู้แทนเทศบาล ในคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(บอร์ด สปสช.) และประธานคณะอนุกรรมการบริหารระบบสวัสดิการรักษาพยาบาลของพนักงานหรือลูกจ้างขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) กล่าวว่า ขณะนี้กองทุนรักษาพยาบาลฯ อปท. มีตัวเลขติดลบ2,600ล้านบาท ซึ่งยังมีพอจ่ายอยู่ถึงเดือนเมษายนปีนี้ และได้เสนอทางออกให้กระทรวงมหาดไทย (มท.) ของบกลางจากคณะรัฐมนตรีมาอุดหนุนแก้ปัญหาโดยด่วน โดยเบื้องต้นงบปีนี้ที่ต้องบริหารค่ารักษาพยาบาลให้กับพนักงานและลูกจ้าง อปท.อยู่ที่9,000ล้านบาท จากปีที่แล้วที่ตั้งอยู่ที่6,000ล้านบาท แต่ถ้าทุกอย่างยังไม่มีทางออกภายในเดือน เม.ย.ก็จะเกิดวิกฤตได้

“ตอนนี้ก็พยายามติดตามสถานการณ์อยู่ว่า จากนี้เมื่อ สปสช.มีมติแล้วว่า ให้ทำหนังสือถึงมหาดไทย ก็ได้ประสานกับ มท.และอาจต้องคุยกับสำนักงานคณะกรรมการกระจายอำนาจที่อยู่ในสำนักนายกรัฐมนตรี อีกครั้งว่าจะมีมติหรือความเห็นอะไรแต่วันนี้เรายังจัดการเบิกจ่ายค่ารักพยาบาลให้กับ อปท.ได้ เพราะเม็ดเงินยังมีอยู่”นายธีรวุฒิ กล่าว

นายธีรวุฒิ กล่าวอีกว่า สาเหตุที่เกิดปัญหาเนื่องจากกองทุนรักษาพยาบาลของ อปท.ซึ่งตั้งเมื่อหลายปีก่อน โดยปีแรกตั้งไว้อยู่ที่8,000ล้านบาท แต่ใช้จริง 2,000-3,000กว่าล้านบาท ส่วนหนึ่งเพราะ อปท.ยังมีบุคลากรน้อย และเข้าไม่ถึงสวัสดิการ ทั้งนี้เดิมทีได้ให้ อปท.บริหารเงินและเบิกกันเองแต่ก็พบปัญหาว่า อปท.ขนาดเล็กไม่มีเงินต่อมาคณะรัฐมนตรีได้ให้ สปสช.เป็นผู้บริหารกองทุนรักษาพยาบาลฯ อปท. เป็นไปตาม พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ที่มีหน้าที่จัดการเรื่องสุขภาพของประเทศแต่เงินของกองทุนนี้ใช้เงินของ อปท. ซึ่งมาจาก2ส่วน คือ รัฐจัดให้ กับ อปท.จัดเก็บได้เอง แล้วจึงโอนมาให้ สปสช.บริหารเพราะประสิทธิภาพดีกว่า และจะช่วยแก้ความซ้ำซ้อนลง

“เมื่อพนักงานและลูกจ้าง อปท.เริ่มรู้สิทธิ์ ตัวเลขการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลก็สูงขึ้น แต่ยังไม่ถึง8,000ล้านบาท มาเริ่มมีปัญหาเมื่อปีที่แล้วที่กองทุนฯ ติดลบอยู่1,000ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ช่วงดังกล่าวเป็นช่วงปลายปี จึงมีเงินจัดสรรเข้ามา ทำให้เอาไปจ่ายได้ เมื่อคำนวณคร่าวๆ ตอนนี้ตามที่ได้รับเงินจัดสรรถึงเดือนเมษายน2560จะมีงบขาดปีนี้1,600ล้านบาท รวมปีที่ผ่านมาอีก1,000ล้านบาท ก็เป็น2,600ล้านบาทดังที่ได้กล่าวข้างต้น”นายธีรวุฒิกล่าว

นายธีรวุฒิ กล่าวด้วยว่าได้เสนอทางออกในบอร์ด สปสช. ตามข้อตกลงเดิมหรือเอ็มโอยูที่ทำร่วมกับ สปสช.กำหนดว่าถ้าเงินของกองทุนฯ เหลือจากการรับจัดสรรของรัฐบาลก็ให้เก็บเอาไว้บริหารต่อในปีถัดไป แต่ถ้าเงินหมดก็ทำ 2 ส่วน คือ1.ขอให้ สปสช.สำรองเงินก่อนแล้วก็ไปขอรับจัดสรรเพิ่มในปีถัดไป ซึ่งไม่ได้หมายความว่าให้ สปสช.จ่ายให้ถาวร แต่ก็ยอมรับว่า สปสช.มีภารกิจดูแลสวัสดิการถ้วนหน้าของประชาชน ก็มีภาระสูงและเกรงว่าเงิน สปสช.จะไม่เพียงพอหากต้องสำรองจ่ายให้กับกองทุนรักษาพยาบาลของพนักงานและลูกจ้าง อปท.และก็ยิ่งจะทำให้ สปสช.มีปัญหาได้

และ2.ระหว่างที่ให้ สปสช.สำรองจ่าย ให้กระทรวงมหาดไทย(มท.)ดำเนินการของบประมาณเพื่อมาจ่ายชดเชย ทั้งนี้ ต้นสังกัดของ อปท.คือมท.แต่หน่วยงานที่อุดหนุนเงิน กลับกลายเป็นสำนักงานคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งอยู่ในสำนักนายกรัฐมนตรี ฉะนั้นก็ต้องเร่งให้ มท.คุยกับคณะกรรมการกระจายอำนาจว่าจะเอาอย่างไร จะของบกลางหรือไม่