"พล.ร.อ.ณรงค์" รองนายกฯ ลงพื้นที่มหาสารคาม ติดตามปัญหาการบริหารจัดการบ่อขยะ และการพังทลายของตลิ่งริมแม่น้ำชี
ที่ห้องประชุม 406 ศาลกลางจังหวัดมหาสารคาม พลเรือเอกณรงค์ พิพัฒนาศัย รองนายกรัฐมนตรี ร่วมประชุมกับหัวหน้าส่วนราชการ และตัวแทนภาคเอกชน นำโดยนายเสน่ห์ นนทะโชติ ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม ตามภารกิจติดตามการปฏิบัติราชการในภูมิภาค เขตตรวจราชการที่12 (ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด) พร้อมกับมอบนโยบายให้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง
จากนั้นรองนายกรัฐมนตรี เดินทางตรวจเยี่ยมโครงการปรับปรุงบ่อกำจัดขยะของเทศบาลเมืองมหาสารคาม ต.หนองปลิง อ.เมืองมหาสารคาม มีพื้นที่ทั้งอาคารจัดการและที่ฝังกลบรวม49ไร่ รองรับขยะจากพื้นที่ อบต.15แห่ง ก่อนหน้านี้ประสบปัญหาขาดเครื่องจักหนักมาบริหารจัดการขยะไม่สามารถฝังกลบรายวันได้ทำให้เกิดปัญหามลพิษ ต่อมาเมื่อปีงบประมาณ2559 ได้รับสนับสนุนงบประมาณจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และงบของเทศบาลมาจัดซื้อเครื่องจักรหนัก จึงสามารถบริหารจัดการบ่อฝังกลบขยะได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นและช่วยลดปัญหามลพิษ แต่ปัจจุบันใช้ระบบการฝังกลบเข้าสู่ชั้นที่3แล้ว คาดว่าภายใน1 – 2ปี จะไม่สามารถรองรับปริมาณขยะได้อีก หากไม่นำเทคโนโลยีการคัดแยกหรือการนำขยะกลับไปใช้ประโยชน์อีก จังหวัดมหาสารคามจึงเสนอของบประมาณผ่านรองนายกรัฐมนตรีให้สนับสนุนงบประมาณ
ส่วนการตรวจเยี่ยมโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำชี บริเวณหลังโรงเรียนเกิ้งวิทยานุกูล ต.เกิ้ง อ.เมืองมหาสารคาม ที่ขอรับการสนับสนุนโครงการสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง เนื่องจากการสำรวจของกรมโยธาธิการและผังเมือง พบว่า พื้นที่ชุมชนบ้านเกิ้ง ซึ่งเป็นชุมชนหนาแน่น มีทั้งวัดและโรงเรียน พบการพังทลายของตลิ่งมากกว่า1เมตรต่อปี ถือเป็นปัญหาใหญ่ โดยช่วงปี2557 – 2558 ได้รับงบประมาณดำเนินการสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งไปแล้ว2โครงการ รวมระยะทาง350เมตร แต่ยังเหลืออีก300เมตรต่อเนื่องไปถึงบริเวณหลังโรงเรียน งบประมาณ30ล้านบาท ยังไม่ได้รับการพิจารณางบประมาณ จึงนำเสนอปัญหาให้กับรองนายกรัฐมนตรีช่วยผลักดันงบประมาณดังกล่าว เพราะหากปล่อยไว้นานการแก้ปัญหาจะยุ่งยากและใช้งบประมาณมากขึ้นอีก
พลเรือเอกณรงค์ พิพัฒนาศัย รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังการตรวจเยี่ยมพื้นที่ว่า เรื่องขยะเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นหลายจังหวัดทั่วประเทศ พื้นที่ฝังกลบมีจำกัด ขณะเดียวกันก็มีปริมาณขยะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งทางจังหวัดมหาสารคามกำลังมองหาแนวทางอื่นนอกจากการฝังกลบ แต่เห็นควรมีการศึกษาข้อมูลการบริหารจัดการขยะแนวทางต่างๆเพิ่มเติม จึงมอบหมายให้ไปศึกษาจังหวัดอื่นๆที่มีปัญหาลักษณะเดียวกัน และได้บริหารจัดการแก้ปัญหาจนประสบความสำเร็จแล้ว เพื่อนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับจังหวัดมหาสารคาม ส่วนเรื่องปัญหาตลิ่งริมแม่น้ำชี มอบแนวทางให้นำเสนอแบ่งโครงการให้เล็กลงเป็นโครงการละ100เมตร จะทำให้การใช้งบประมาณน้อยลง ซึ่งจะช่วยผลักดันการแก้ปัญหาดังกล่าวเป็นไปได้ง่ายยิ่งขึ้น




