รพ.ศริราช แถลงผลชันสูตรศพเซลล์แมน พบสารเสพติดทำตับ-ไตล้มเหลว-อวัยวะในร่างกายพัง ตร.พสูจน์สาเหตุทุกมิติ
จากกรณี นายรัติภูมิ หรือ เบิร์ด พิมใจใส อายุ 34 ปี เซล์ล์แมนศูนย์จำหน่ายรถยนต์โตโยต้า สาขาเกษตร-นวมินทร์ หายตัวไปตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม ที่ผ่านมา ต่อมา น.ส.นันทิยา สุวรรณวาลี ภรรยา และญาติ ๆ ได้แจ้งความคนหายไว้ที่ สน.ธรรมศาลา เมื่อวันที่ 8 มกราคม โดยให้ข้อมูลว่า นายเบิร์ด โทรศัพท์ติดต่อกับผู้จัดการศูนย์ฯ เป็นคนสุดท้าย เพื่อขอความช่วยเหลือ พร้อมแชร์สถานที่อยู่บริเวณซอยบรมราชชนนี 78 แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กทม. ซึ่งญาติกลัวว่าจะได้รับอันตราย เนื่องจากทราบว่านายเบิร์ดไปมีความสัมพันธ์ชู้สาวกับ น.ส.มิ้ว ที่คบหาอยู่กับทหารนายหนึ่งยศ พันเอก กระทั่งนายทหารเข้าพบตำรวจ ปฏิเสธไม่เกี่ยวข้อง
จากนั้นเมื่อเวลา19.30 น. วันที่ 6 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ตำรวจได้รับแจ้งว่า นายรัติภูมิ เสียชีวิตอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราช โดยมีเจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ภัยแห่งหนึ่งแจ้งเบาะแส เนื่องจากสงสัยว่าเป็นบุคคลคนเดียวกัน ทั้งนี้ก่อนที่นายรัติภูมิจะเสียชีวิตเจ้าหน้าที่มูลนิธิได้นำนายรัติภูมิ ซึ่งมีอาการหมดสติ ส่งโรงพยาบาลตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม เวลา 20.23 น. ซึ่งเป็นวันที่มีการแจ้งว่านายรัติภูมิได้หายตัวไป กระทั่งนายรัติภูมิ เสียชีวิตในวันที่ 30 ธันวาคม เวลา 08.30 น.
ล่าสุดเมื่อเวลา11.00 น.วันที่ 7 กุมภาพันธ์ ที่ รพ.ศิริราช ถนนอรุณอัมรินทร์ แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย กทม. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. พร้อมด้วย ผศ.นพ.วิศิษฎ์ วามวานิชย์ ผอ.รพ.ศิริราช รศ.นพ.วิสูตร ฟองศิริไพบูลย์ หัวหน้างานภาควิชานิติวิทยาศาสตร์ นพ.ปภาณุ สิทธิประสิทธิ อาจารย์ภาควิชานิติเวชศาสตร์ และนายละเอียด พิมใจใส อายุ 65 ปี บิดาของนายรัติภูมิ ร่วมกันแถลงผลการชันสูตรพลิกศพนายรัติภูมิ
นพ.ปภาณุ กล่าวว่า ผลการชันสูตรพลิกศพชายนิรนามที่เข้ารับการรักษาที่ รพ.ศิริราช เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม ที่ผ่านมา ปรากฎว่า ชายคนดังกล่าวคือ นายรัติภูมิ พิมใจใส ที่หายตัวไปอย่างแน่นอน โดยการตรวจสอบตามร่างกายไม่พบร่องรอย หรือบาดแผลถูกทำร้าย แต่มีอาการแทรกซ้อนคือ สภาวะตับและไตล้มเหลว และอวัยวะในร่างกายเสื่อมสลาย ซึ่งจากการตรวจเลือด พบว่ามีสารเมทแอมเฟตามีนอยู่ด้วย อาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้อวัยวะภายในร่างกายล้มเหลว หลังจากการชันสูตรพลิกศพ แพทย์ได้เก็บเส้นผมไว้ เพื่อตรวจสอบพิสูจน์ว่ามีสารเสพติดปริมาณเท่าใด และเสพมานานเท่าไหร่ ส่วนบาดแผลบริเวณศรีษะและท้ายทอย เป็นบาดแผลเล็กน้อย ไม่สามารถทำให้เสียชีวิตได้
“สำหรับอาการคลุ้มคลั่งที่พบในกล้องวงจรปิด ก่อนที่จะนำตัวส่งโรงพยาบาลนั้น อาจจะเกิดจากฤทธิ์ของสารแอมเฟตามีน ซึ่งตลอด 10 วันที่แพทย์ทำการรักษานั้น นายรัติภูมิไม่ได้สติ แพทย์จึงต้องรักษาตามอาการของนายรัติถูมิที่เป็นอยู่ขณะนั้น” นพ.ปภาณุ กล่าว
ด้านพล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า ในส่วนของคดีที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สิน ที่มีการอ้างว่าผู้เสียชีวิตขโมยมา แต่ในทางคดีเมื่อผู้กระทำผิดเสียชีวิตลง คดีจะถูกยกฟ้อง แต่ทางตำรวจจะพิสูจน์ทราบให้ได้ข้อเท็จจริง เพื่อให้ความเป็นธรรมกับครอบครัวของผู้เสียชีวิตต่อไป
ขณะที่นายละเอียด กล่าวภายหลังการทราบผลชันสูตรพลิกศพว่า ไม่ได้ติดใจสาเหตุการเสียชีวิต และไม่ขอให้มีการชันสูตรพลิกศพเป็นครั้งที่สอง แต่ขอให้ตำรวจทำคดีอย่างตรงไปตรงมา และขอความเป็นธรรมกับครอบครัวด้วย โดยหลังจากนี้จะนำศพไปบำเพ็ญกุศลที่ วัดช่องลม อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี
ต่อมาเวลา 13.30 น. วันเดียวกัน พล.ต.ต.ธีระพงษ์ วงษ์รัฐพิทักษ์ ผบก.น.7 พร้อมด้วย พ.ต.อ.ธนวรรธน์ ตาระกา ผกก.สน.ตลิ่งชัน ชุดสืบสวน บก.น.7 และชุดสืบสวน สน.ตลิ่งชัน ได้ประชุมถึงแนวทางความคืบหน้าของคดีดังกล่าว หลังจากที่ทราบตัวผู้เสียชีวิตแล้ว รวมถึงสาเหตุการเสียชีวิตว่า นอกจากมีการเสพยาแล้วนั้นมีบุคคลใดเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่
พ.ต.อ.ธนวรรธน์ เปิดเผยว่า จากผลการประชุมมีข้อสรุปได้ว่า ก่อนที่จะมีการนำตัว นายรัติภูมิ ส่งรพ.ศิริราชนั้น จากการสอบปากคำผู้เห็นเหตุการณ์ครบทุกรายแล้วให้การตรงกันว่า ในวันที่ 20 ธันวาคม นายรัติภูมิ มีอาการคลุ้มคลั่ง ชักเกร็ง ใบหน้าถูดิน และล้มลุกคลุกคลาน ดิ้นทุรนทุราย จากการเสพยาเกินขนาด อยู่บริเวณเกาะกลางหน้าปั้มน้ำมันบางจาก ตอหม้อที่ 147 ถ.บรมราชชนนี จากนั้นพลเมืองดีและเจ้าหน้าที่กู้ภัยก็รีบนำตัวนาย รัติภูมิส่งโรงพยาบาล ซึ่งเป็นจุดเดียวกับที่ตำรวจพบโทรศัพท์มือถือนายรัติภูมิ เงินสด 20,000 บาท พระเครื่องเลี่ยมทอง 3 องค์ และยาไอซ์น้ำหนัก 2 กรัม ตกอยู่เกาะกลางถนนหน้าสายใต้ใหม่
พ.ต.อ.ธนวรรธน์ กล่าวอีกว่า จากคำให้การของพยานผู้เห็นเหตุการณ์ ก็ไม่ได้มีการกล่าวถึงการที่นายรัติภูมิเสียชีวิตโดยถูกทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามการสืบสวนหาข้อเท็จจริง โดยจะต้องสืบสวนในทุกมิติ และทุกประเด็นที่คาดว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของนายรัติภูมิ ว่า นอกจากการเสียชวิตโดยการเสพยานั้น มีประเด็นและผู้เกี่ยวข้องอื่นเพิ่มเติมหรือไม่ เพื่อให้ความกระจ่างของคดีกับครอบครัวของผู้เสียชีวิตอย่างละเอียด
ด้าน พ.ต.อ.ภูมิธัช โฆษิตวนิชพงษ์ ผกก.สน.ธรรมศาลา กล่าวว่า ในส่วนของสาเหตุการเสียชีวิตของนายรัติภูมิ นั้น ก่อนหน้าที่ทางตำรวจได้ตั้งข้อสังเกตไว้ว่า ระหว่างที่มีการค้นหาตัวหากนายรัติภูมิ เสียชีวิตแล้วนั้นก็อาจจะเสียชีวิตโดยการเสพยา แต่ยังยังไม่ได้ตัดประเด็นอื่นทิ้ง จึงเร่งทำการค้นหาพยานหลักฐาน พยานแวดล้อม ที่เกี่ยวข้องกับคดีมาโดยตลอด จนมีการรับแจ้งว่า นายรัติภูมิเสียชีวิตแล้ว ประกอบกับผลของการชันสูตรร่างกายนายรัติภูมิสอดคล้องกับข้อสังเกตเรื่องยาเสพติดที่มีการตั้งประเด็นไว้ก่อนหน้า ขณะเดียวกันทางพนักงานสอบสวน สน.ธรรมศาลา ก็ได้เรียกพยานที่เห็นเหตุการณ์ในวันที่นายรัติภูมิวิ่งออกจากบ้าน น.ส.มิ้ว มาสอบปากคำแล้วทั้งหมด




