บช.น. สำรวจพบ 217 จุดเสี่ยงจุดล่อแหลมต่อการเกิดอาชญากรรม ขอกทม.ปรับสภาพแวดล้อมให้เกิดประสิทธิภาพ
ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) มีรายงานข่าวแจ้งว่า พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ปรีชา เจริญสหายานนท์ รองผบช.น. ซึ่งรับผิดชอบดูแลงานป้องกันปราบปราม ทำหนังสือเรื่องรายงานผลสำรวจจุดเสี่ยงจุดล่อแหลมต่อการเกิดอาชญากรรมแต่ละพื้นที่ เมื่อวันที่ 10 มกราคม ที่ผ่านมา ภายหลังจากทางกรุงเทพมหานคร ทำหนังสือ เรื่องการบูรณาการด้านป้องกันอาชญากรรมในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ให้ บช.น. สำรวจจุดเสี่ยงจุดล่อแหลมต่อการเกิดอาชญากรรมในแต่ละพื้นที่ว่า มีที่ใดบ้าง จำนวนเท่าใด แต่ละที่ต้องการให้ดำเนินการปรับสภาพแวดล้อมอย่างใด อาทิเช่น การตัดต้นไม้ การติดไฟฟ้าส่องสว่าง การรื้อถอนอาคารร้าง การเก็บหรือทำลายวัสดุเหลือใช้ การติดตั้งหรือปรับทิศทางกล้องวงจรปิด
ทั้งนี้ทาง บช.น.ได้ดำเนินการตามหนังสือกรุงเทพมหานครโดยสั่งการให้ บก.น.1-9 ดำเนินการสำรวจแล้วปรากฎว่า มีจุดเสี่ยงทั้งหมด 217 แห่ง โดยอยู่ในพื้นที่ของบก.น.1 จำนวน 11 แห่ง บก.น.2 จำนวน 39 แห่ง บก.น.3 จำนวน 35 แห่ง บก.น.4 จำนวน 19 แห่ง บก.น.5 จำนวน 37 แห่ง บก.น.6 จำนวน 25 แห่ง บก.น.7 จำนวน 8 แห่ง บก.น.8 จำนวน 15 แห่ง และ บก.น.9 จำนวน 28 แห่ง โดยทั้งหมดมีจุดเสี่ยง จุดล่อแหลมต่อการเกิดอาชญากรรม อย่างไรก็ตาม ทางบช.น.ยืนยันว่าได้ดำเนินการสนับสนุนอย่างเต็มที่ เพื่อให้ประชาชนมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน จึงขอความอนุเคราะห์จากกรุงเทพมหานครในการปรับสภาพแวดล้อมให้เกิดประสิทธิภาพ และร่วมกันสร้างความผาสุกให้ประชาชนชาวกรุงเทพมหานครต่อไป
ต่อมาเมื่อเวลา 18.30 น. วันเดียวกัน พล.ต.ต.ปรีชา กล่าวถึงกรณีการร่วมสำรวจจุดเสี่ยงที่จะเกิดอาชญากรรมว่า เบื้องต้นกรณีดังกล่าวเป็นการร่วมมือกันระหว่างบช.น.และกรุงเทพมหานครในการสำรวจจุดดังกล่าว เพื่อป้องกันเหตุในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงก่อให้เกิดอาชญากรรม โดยปรับปรุงสภาพแวดล้อมในพื้นที่กรุงเทพมหานครจำนวน 217 จุดที่มีจุดที่มีไฟส่องสว่างน้อย มีสิ่งก่อสร้าง หรือมีพงหญ้าขึ้นรกร้าง มีความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดการจี้ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ หรือฉุดกระชากข่มขืน ซึ่งการทำงานของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่ค่อนข้างมาก ทางสำนักงานเขตทั้ง 50 เขต จึงได้มีการทำเรื่องประสานมาโดยรับสั่งจาก พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้ว่ากรุงเทพมหานคร ให้รีบดำเนินการ โดยในส่วนพื้นที่สาธารณะที่เป็นความรับผิดชอบของกรุงเทพมหานครเป็นผู้ดำเนินการทั้งหมด ทั้งนี้ ทางบช.น.ได้สั่งข้อมูลทั้งหมดให้กรุงเทพมหานครดำเนินการแล้ว





