วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ตร.เร่งตามตัวหนุ่มเซลแมน สอบพยานพบโยงยาเสพติด

"พล.ต.ท.ศานิตย์" ประชุมด่วนติดตามคดีหนุ่มเซลล์แมนหายตัวปริศนา ระบุสอบพยานพบโยงยาเสพติด สั่งติดต่อนิติเวชทุกรพ.หาศพไร้ญาติ-ลักษณะคล้าย

พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุธีร์ เนรกัณฐี รอง ผบช.น. พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบก.สส.บช.น. พร้อมด้วยฝ่ายสืบสวนชุดคลี่คลายคดีเข้าร่วมประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้าการหายตัวไปอย่างปริศนาของ นายรัติภูมิ พิมใจใส หรือเบิร์ด อายุ 34 หนุ่มเซลล์แมนโชว์รูมรถแห่งหนึ่ง โดยใช้เวลาในการประชุมประมาณ 2 ชั่วโมง

พล.ต.ท.ศานิตย์ เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ขณะนี้ชุดสืบสวนกำลังอยู่ในขั้นตอนของการตรวจสอบพยานหลักฐานที่มีอยู่ เพื่อที่จะมุ่งเน้นไปในประเด็นใดประเด็นหนึ่ง รวมถึงประเด็นที่ยังเป็นข้อสงสัยในคดีนี้ ยังคงไม่มีอะไรเพิ่มเติมมากนัก เนื่องจากเหตุนั้นเกิดมากว่า 40 วัน จึงยากที่จะรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงหรือสูญหายไปแล้ว รวมถึงกล้องวงจรปิดที่ส่วนใหญ่มีขีดจำกัด เพราะสามารถบันทึกไว้ได้แค่ 30 วัน ส่วนเรื่องที่พบโทรศัพท์มือถือของนายรัติภูมิ ร่วมถึงเงินสดจำนวน 20,000 บาทและยาเสพติดนั้น พบเพียงพยานที่เป็นผู้พบเห็นและเก็บไป แต่ก็ยังไม่ปักใจเชื่อในคำให้การต้องพิสูจน์กันต่อไป ว่าพบโดยบังเอิญ หรือมีความเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดอย่างไร

นอกจากนี้จากการสอบถามพยานที่เกี่ยวข้องใกล้ชิดกับนายรัติภูมิ เกี่ยวกับยาเสพติดนั้น มีพยานหลายคนให้ข้อมูลว่ามีประวัติพัวพันเกี่ยวข้องกับยาเสพติดอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ปักใจเชื่อทั้งหมดต้องพิสูจน์เช่นกัน นอกจากนี้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องชุดสืบสวนกำลังอยู่ในช่วงการติดต่อเพื่อให้ปากคำอีกหลายปาก ดังนั้น จึงอยากที่จะประชาสัมพันธ์และขอความร่วมมือให้ผู้ที่ทราบข้อมูลเข้าให้การกับเจ้าหน้าที่ รวมไปถึงตัว น.ส.นันทิยา สุวรรณวาลี ภรรยาของนายรัติภูมิ ทางเจ้าหน้าที่ได้ติดต่อไปให้เข้ามาพบเพื่อให้ปากคำหลายครั้ง แต่ก็ยังไม่มีการเดินทางเข้ามาพบเจ้าหน้าที่แต่อย่างใด ทางพนักงานสอบสวนจึงจะออกหมายเรียกไป หากไม่มีการมาพบตามจำนวน มีความผิดจำคุกถึง 3 เดือน

ด้านพล.ต.ต.สุธีร์ เปิดเผยว่า นอกจากนี้ทีมสืบสวนยังได้มีการติดต่อไปยัง โรงพยาบาลและแผนกนิติเวชทั้งในกรุงเทพมหานคร พื้นที่กองบัญชาการภูธรภาค 1 และภาค 7 ว่ามีศพไร้ญาติหรือศพที่มีลักษณะคล้ายหรือไม่

รายงานข่าวระบุว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนมุ่งเน้นการสืบส่วนให้น้ำหนักไปในเรื่องของชู้สาวเป็นหลัก และการลักทรัพย์ สุดท้ายคือประเด็นเกี่ยวกับยาเสพติด สาเหตุที่มุ่งไปในเรื่องประเด็นชู้สาว ทราบว่านายเบิร์ดได้มีความสัมพันธ์ชู้สาวกับน.ส.มิ้ว แต่ขณะเดียวกันน.ส.มิ้ว เองก็ได้มีการคบหากับนายทหาร ยศพันเอกคนหนึ่ง

ส่วนอีกประเด็นหนึ่งคือเรื่องการลักทรัพย์นั้นอาจเป็นสาเหตุของการหายตัวไปด้วยตัวเองเนื่องจากเกรงกลัวความผิดที่น.ส.มิ้วเข้าแจ้งความในข้อหาลักทรัพย์ ส่วนแนวทางการสืบสวนนั้นได้มุ่งเน้นหาพยานบุคคลเป็นหลัก และหลักฐานจากกล้องวงจรปิด อีกทั้งจากการสอบปากคำพยานซึ่งเป็นเพื่อนของนายเบิร์ด หลังจากที่นายเบิร์ดมีเรื่องทะเลาะกับน.ส.มิ้ว ได้โทรหาเพื่อนสนิทคนดังกล่าวให้มารับโดยบอกว่า กำลังมีคนไล่ตามให้รีบมารับยังจุดใกล้เคียงกับซอยบรมราชชนนี 78 โดยด่วน ซึ่งตรงกับพยานหลักฐานที่พบโทรศัพท์ของนายเบิร์ดมีความเป็นไปได้ว่าการหายตัวไปของนายเบิร์ดอาจเป็นการถูกอุ้มไป อย่างไรก็ดีเจ้าหน้าที่ยังพบหลักฐานที่นายเบิร์ดซึ่งอาจจะอยู่กับกลุ่มชายฉกรรจ์ วนเวียนอยู่บนถนนบรมราชชนนีบริเวณวัดชัยพฤกษ์ในเวลา 23.00น.ของวันที่ 20 ธ.ค.(59)ก่อนจะกลับรถมุ่งหน้าออกเส้นทางจ.นครปฐมในเวลาประมาณ 02.00น.เช้าของวันที่ 21ธ.ค.(59)