มาตรการล่าสุดของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ในการแบนวีซ่า พลเมืองจาก 7 ประเทศมุสลิม
อันประกอบด้วย อิรัก, อิหร่าน, เยเมน, ซีเรีย, โซมาเลีย, ลิเบีย และ ซูดาน เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่เพียงเป็นชนวนที่นำไปสู่การวิพากษ์วิจารณ์ และต่อต้านจากทั้งในและนอกสหรัฐ
แม้ผู้พิพากษาศาลนิวยอร์กจะมีคำสั่งระงับมาตรการดังกล่าวเป็นการชั่วคราวในเวลาต่อมา แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเรื่องนี้ส่งผลกระทบโดยตรง กับวงการกีฬาโดยตรงในหลายประเด็น
สถานะไม่ชัดเจน
คำถามที่ตามมาคือนักกีฬาจากทั้ง 7 ชาติ จะได้รับผลกระทบมากน้อยแค่ไหน เพราะตลอดทั้งปี มีนักกีฬาจากทั่วโลกใช้สหรัฐเป็นสถานที่ฝึกซ้อมแทนบ้านเกิด
แพทริค แซนดัสกี โฆษกคณะกรรมการโอลิมปิกสหรัฐ กล่าวถึงกรณีนี้ว่าอยู่ระหว่างการตีความคำสั่งของรัฐบาลว่านักกีฬาจากชาติที่อยู่ในข่าย จะสามารถเดินทางเข้าสหรัฐได้หรือไม่ โดยเฉพาะในช่วง 90 วันของการแบน
โม ฟาราห์ นักวิ่งจากสหราชอาณาจักร เจ้าของ 4 เหรียญทองโอลิมปิกในระยะ 5,000 และ 10,000 เมตร โพสต์เฟซบุ๊คโจมตีรัฐบาลสหรัฐแบบตรงไปตรงมา เพราะแม้จะถือพาสปอร์ตยูเค แต่ ฟาราห์ เกิดในโซมาเลีย และใช้ชีวิตในสหรัฐ เพื่อฝึกซ้อมกับโค้ช อัลแบร์โต ซาลาซาร์ ด้วยทุนสนับสนุนจาก ไนกี ตลอด 6 ปีหลังสุด
“สมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธ พระราชทานเครื่องราชฯแก่ผมในวันปีใหม่ จากนั้นในวันที่ 27 ม.ค. รัฐบาลของประธานาธิบดีทรัมป์พยายามกีดกันผมจากประเทศ ผมเป็นพลเมืองสหราชอาณาจักรที่อาศัยในสหรัฐมาตลอด 6 ปี ทำงานหนัก ช่วยเหลือสังคม จ่ายภาษี และเลี้ยงลูกๆสี่คนในประเทศที่พวกเขาเรียกว่าบ้าน ตอนนี้ผมและอีกหลายคนไม่เป็นที่ต้อนรับแล้ว”
นอกจาก ฟาราห์ สถานะของนักกีฬาอีกหลายคนก็ยังไม่ชัดเจน อาทิ ธอน เมเกอร์ ของ มิลวอกี บัคส์ และ ลูโอล เดง ของ แอลเอ เลเกอร์ส ที่ต่างก็เกิดในซูดาน และถือพาสปอร์ตสองสัญชาติ ครอบครัวของ เมเกอร์ นั้นอพยพจาก ซูดาน ไปตั้งรกรากในออสเตรเลีย ตั้งแต่เจ้าตัวอายุ 5 ขวบ ขณะที่ครอบครัวของ เดง ลี้ภัยจากสงครามกลางเมืองไปอยู่ในอียิปต์ ก่อน เดง ซึ่งได้พาสปอร์ตสหราชอาณาจักร จะเข้าเรียนไฮสคูลที่สหรัฐตั้งแต่อายุ 14 และอาศัยที่นี่มา 17 ปีแล้ว
ส่วนในเมเจอร์ลีก ซอคเกอร์ ก็ยังมีนักเตะทีมชาติอิหร่าน สตีฟ ไบตาชูว์ ของ โตรอนโต เอฟซี และนักเตะทีมชาติอิรัก จัสติน เมรัม ของ โคลัมบัส ครูว์ อยู่ด้วย ตลกร้ายคือทั้งคู่ต่างก็เกิดในสหรัฐ แต่อาจถูกแบนเพราะถือพาสปอร์ตของชาติที่อยู่ในข่าย
กระทบอีเวนท์
ในทางการเมือง สหรัฐ อาจไม่ได้มีสัมพันธภาพที่ดีกับ อิหร่าน, คิวบา และ รัสเซีย แต่ทั้ง 4 ชาติล้วนเห็นพ้องในการโน้มน้าวให้ ไอโอซี ยังคง มวยปล้ำ กีฬาเก่าแก่แต่ไม่ได้รับความนิยมไว้ในโอลิมปิกฤดูร้อนต่อไป
แต่ภายหลัง อิหร่าน ประกาศตอบโต้ห้ามพลเมืองสหรัฐเข้าประเทศ หนึ่งในผู้ได้รับผลกระทบก็คือทีมมวยปล้ำฟรีสไตล์ของสหรัฐ ที่มีกำหนดเดินทางไปแข่งขันชิงแชมป์โลกที่อิหร่าน ในวันที่ 8 ก.พ.
สตีฟ เฟรเซอร์ ประธานฝ่ายหาทุนของสมาคมมวยปล้ำสหรัฐ เผยว่าได้ขอความร่วมมือจากประธานสมาพันธ์มวยปล้ำอิหร่านแล้ว และได้รับแจ้งว่ามีกำหนดพูดคุยกับเจ้าหน้าที่รัฐบาลในสุดสัปดาห์นี้ เพื่อหาทางช่วยเหลือให้นักกีฬาสหรัฐสามารถเดินทางเข้าอิหร่านเพื่อร่วมแข่งขันได้
กลับกัน เฟรเซอร์ ยังไม่แน่ใจว่านักกีฬาอิหร่านจะยังได้รับอนุมัติวีซ่า P1 หรือวีซ่าการกีฬา เพื่อเดินทางมาแข่งที่นครนิวยอร์ค ในเดือนพ.ค. และลอสแองเจลีส ในเดือนมิ.ย. หรือไม่ หรืออีเวนท์ใหญ่ๆประจำปี อาทิ นิวยอร์ค มาราธอน ที่ปีก่อนมีนักวิ่งจาก อิหร่าน, ซีเรีย และ ซูดาน เข้าร่วมนับสิบราย รวมถึงการแข่งขันยกน้ำหนักชิงแชมป์โลกที่แคลิฟอร์เนีย ในเดือนพ.ย. ก็มีนักกีฬาจากชาติที่อยู่ในข่าย
โอลิมปิกและฟุตบอลโลก
นอกจากการซ้อมและจัดแข่งขัน การเสนอตัวเป็นเจ้าภาพสองรายการใหญ่อย่าง โอลิมปิก 2024 และฟุตบอลโลก 2026 ก็ถูกเพ่งเล็งเช่นกัน
สหรัฐ ไม่ได้เป็นเจ้าภาพจัดโอลิมปิก มาตั้งแต่ที่ แอตแลนตา ปี 1996 และคาดหวังไว้สูงสำหรับการยื่นขอเป็นเจ้าภาพโอลิมปิก 2024 ที่ลอสแองเจลีส โดยมีคู่แข่งสำคัญคือ ปารีส และ บูดาเปสต์ โดย ไอโอซี มีกำหนดประกาศผลการตัดสินในเดือนก.ย.
เดวิด วัลเลชินสกี ประธานสมาคมประวัติศาสตร์นานาชาติโอลิมปิกชาวอเมริกัน ระบุว่าชัยชนะของ ทรัมป์ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อ ลอสแองเจลีส เนื่องจากภาพลักษณ์ของประธานาธิบดีคนที่ 45 โน้มเอียงไปทางต่อต้านมุสลิมและชาวละติน รวมถึงละเมิดสิทธิสตรี แต่ได้พยายามชี้แจงกับชาติสมาชิก ระหว่างการประชุมที่สำนักงานใหญ่ของไอโอซี ในกรุงโลซานน์ว่า 3 ใน 4 ของชาวลอสแองเจลีส ลงคะแนนเสียงตรงข้ามกับ ทรัมป์
ส่วนในแผนเสนอจัดฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย ปี 2026 นั้น ซูนิล กูลาติ ประธานสหพันธ์ฟุตบอลสหรัฐ กล่าวไว้ตั้งแต่เดือนมิ.ย. ว่า หาก ทรัมป์ ชนะการเลือกตั้ง จะทำให้แผนการขอเป็นเจ้าภาพร่วมกับ เม็กซิโก ยุ่งยากขึ้น ในเมื่อรัฐบาลชุดปัจจุบันยังคงเดินหน้าแผนการสร้างกำแพงกั้นชายแดนระหว่างสองประเทศ
“การเป็นเจ้าภาพร่วมกับเม็กซิโกน่าจะยากกว่าเดิม เมื่อ ฮิลลารี คลินตัน ไม่ได้อยู่ในทำเนียบขาว”
กูลาติ กล่าวไว้ก่อนทราบผลการเลือกตั้ง แต่ยังปฏิเสธจะให้ความเห็นใดๆเพิ่มเติมสำหรับเรื่องนี้ ในเมื่อทีท่าของรัฐบาลสหรัฐยังยืนกรานตัดขาดตัวเองจากโลกภายนอกต่อไป




