วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'เชส แครีย์' ถึงเวลาปฏิวัติ 'เอฟวัน'

อาจนับเป็นข่าวใหญ่ที่สุด สำหรับวงการมอเตอร์สปอร์ต ในช่วงที่ผ่านมา เมื่อ เบอร์นี เอคเคิลสโตน ก้าวลงจากตำแหน่งผู้บริหารสูงสุด

ของ ฟอร์มูลา วัน หลังอยู่ในตำแหน่งมานานถึงสี่สิบปี หลังการเข้าเทกโอเวอร์กิจการมูลค่า 4.4 พันล้านดอลลาร์ โดย ลิเบอร์ตี มีเดีย จากสหรัฐ และ เชส แครีย์ ซีอีโอคนใหม่ที่ต้องการให้รถสูตรหนึ่ง เป็น “ดิจิทัล” และ “อเมริกัน” มากขึ้น

จุดตกต่ำ

ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า เอคเคิลสโตน อดีตดีลเลอร์อะไหล่รถจักรยานยนต์ คือผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ ฟอร์มูลา วัน กรุ๊ป ตลอดสี่ทศวรรษที่ผ่านมา ด้วยสไตล์การพูดจาแบบขวานผ่าซาก และควบคุมทุกอย่างแบบเบ็ดเสร็จ เพราะเจ้าตัวเชื่อว่าหนทางที่ดีที่สุด คือการทำงานแบบเผด็จการ

อย่างไรก็ตาม เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป สัญญาณความตกต่ำของรถสูตรหนึ่งก็เริ่มแสดงให้เห็น ข้อมูลจากฝ่ายจัดการของ ฟอร์มูลา วัน ระบุว่ายอดผู้ชมการแข่งขันทั่วโลก ลดลงต่ำกว่า 400 ล้านในปี 2015 หรือหายไปราว 1 ใน 3 เมื่อเทียบกับในปี 2008

ส่วนหนึ่งมาจากเรื่องค่าลิขสิทธิ์ในการถ่ายทอด ที่ไม่เอื้อให้ฟรีทีวีทั่วโลกเอื้อมถึง เฉพาะในสหราชอาณาจักร มีเพียง บริทิช กรังด์ปรีซ์ ที่ยังถ่ายทอดสดผ่านฟรีทีวี ส่วนอีกเกือบยี่สิบสนาม เป็นเพย์ทีวีทั้งหมด

ยอดผู้ชมในหลายสนามก็ลดลง จนกระทบกับการเงินของผู้จัดเช่นกัน ในปี 2017 จะไม่มีการแข่งขันใน เยอรมนี เป็นครั้งแรกในรอบ 66 ปี ด้วยเหตุผลด้านความไม่พร้อม ขณะที่ บริทิช กับ บราซิเลียน กรังด์ปรีซ์ ก็อยู่ในสถานะสั่นคลอน ส่วน มาเลเซียน และ สิงคโปร์ กรังด์ปรีซ์ ก็ตัดสินใจไม่ต่อสัญญาฉบับปัจจุบันออกไป

คนนอก

แครีย์ อดีตมือขวาของ รูเพิร์ต เมอร์ดอค เจ้าพ่อวงการสื่อแห่ง 21st Century Fox ยอมรับว่าไม่ใช่คอมอเตอร์สปอร์ตตัวยง แต่ประทับใจกับบรรยากาศในแบบ “ซูเปอร์โบว์ล” ของฟอร์มูลา วัน หลังมีโอกาสได้สัมผัสบรรยากาศของ โมนาโก กรังด์ปรีซ์ สนามเดียวในปฏิทินการแข่งขันที่ปิดทั้งเมืองเพื่อจัดการแข่งขัน

“ผมอยากจะสื่อความรู้สึกตรงนั้นไปถึงผู้ชม” แครีย์ กล่าว พร้อมย้ำว่าการเป็น “คนนอก” ทำให้เจ้าตัวสามารถนำเสนอมุมมองที่ต่างออกไป “เราจำเป็นต้องเปิดกว้างกว่าเดิม ผมดีใจที่เป็นคนนอก เพราะคนที่อยู่ในวงการมาก่อนมักปฏิเสธสิ่งใหม่ๆที่ไม่เคยทำ”

ยกเครื่อง

สองสิ่งที่ ลิเบอร์ตี มีเดีย จะลงมือทำ คือ หนึ่ง ปรับโมเดลธุรกิจของ เอฟวัน ใหม่ จากที่เคยถูกกุมอำนาจเบ็ดเสร็จโดย เอคเคิลสโตน เพียงผู้เดียว โดยเฉพาะเรื่องการเจรจาลิขสิทธิ์

และสอง นำเสนอประสบการณ์ใหม่ๆแก่ผู้ชม ทั้งที่อยู่ในสนามและรับชมจากช่องทางต่างๆ เพื่อให้ ฟอร์มูลาวัน เป็นกีฬาที่ “เข้าถึงง่ายขึ้น” ด้วยช่องทางดิจิทัล

“เรามีรายรับจากช่องทางดิจิทัลไม่ถึงหนึ่งเปอร์เซนต์” เกร็ก มัฟเฟ ซีอีโอของ ลิเบอร์ตี มีเดีย กล่าว พร้อมนำเสนอไอเดียในการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีใหม่ๆอย่าง โลกเสมือนจริง (virtual reality) และ ความเป็นจริงเสริม (augmented reality) เพื่อประสบการณ์ใหม่ๆในการรับชม

แครีย์ เสริมว่าที่ผ่านมา เอฟวัน เป็นเหมือนกีฬาที่อยู่บนหิ้ง รอให้ผู้ชมยกระดับตัวเองขึ้นมาเสพ แทนที่จะเข้าหาเพื่อขยายฐานออกไป “ไม่มีการทำมาร์เก็ตติง ไม่มีการเล่าเรื่อง เราจะเข้ามาปรับตรงจุดนี้ใหม่ เพราะที่ผ่านมา เอฟวัน ไม่เคยใช้เครื่องมือเหล่านี้เลย”

เจาะตลาดอเมริกัน

นอกจากการเข้าถึงผู้ชมทั่วไปแล้ว ลิเบอร์ตี มีเดีย ยังพร้อมจะก้าวข้ามพรมแดนไปสู่สหรัฐ ดินแดนที่รู้จักกีฬามอเตอร์สปอร์ตอันดับหนึ่งของโลกเพียงผิวเผินให้ได้

จอห์น บลูม ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยชิพเพนสเบิร์ก ซึ่งทำการศึกษาด้านประวัติศาสตร์กีฬาอเมริกัน มองว่าการที่กีฬาชนิดอื่นจะสร้างฐานผู้ชมในสหรัฐได้ จำเป็นต้องนำเสนอในมุมมองที่คนที่นั่นสัมผัสได้ด้วย โดยเฉพาะมอเตอร์สปอร์ต ที่ชาวอเมริกันยังนึกถึงแต่ นาสคาร์

“แม้แต่ในการบรรยาย ผู้บรรยายก็จะมีสไตล์เป็นของตัวเองที่เข้าถึงชนชั้นแรงงานผิวขาวชาวอเมริกันเป็นหลัก”

ขณะที่ปัจจุบัน จากการสำรวจกลุ่มผู้ติดตาม ฟอร์มูลาวัน คือกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงกว่า และสนใจทัวร์นาเมนท์อื่นๆ อย่าง เทนนิสวิมเบิลดัน หรือกอล์ฟไรเดอร์ คัพ ซึ่งพิจารณาจากมุมมองด้านการตลาดแล้ว แทบจะอยู่คนละขั้วกับ นาสคาร์ ก็ว่าได้

“นาสคาร์ เป็นกีฬาเฉพาะสำหรับคนที่นี่จริงๆ ขณะที่ ฟอร์มูลาวัน เป็นแบรนด์ระดับโลก” บลูม สรุป

ขณะที่ แซ็ค บราวน์ ผู้อำนวยบริหารชาวอเมริกัน ซึ่งเพิ่งเข้ารับตำแหน่งในทีมแม็คลาเรน ก็เชื่อว่าความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ จะนำสิ่งใหม่ๆมาสู่วงการบ้าง

“ผมหวังว่าในสิบปีข้างหน้า ฟอร์มูลาวัน จะเข้าถึงได้ง่ายสำหรับผู้คนมากขึ้น”

ขณะที่ แครีย์ ยืนกรานว่าเสน่ห์ในแบบของ ฟอร์มูลาวัน จะยังคงมีอยู่เช่นเดิม แต่เพิ่มเติมด้วยสิ่งใหม่ๆลงไป “หลายคนพูดว่าเราจะทำให้กีฬาชนิดนี้กลายเป็นอเมริกัน ผมไม่ได้จะเปลี่ยนมันแบบหัวจรดเท้า แต่ในความเป็นจริง คุณต้องยอมรับว่ามีบางอย่างของความเป็นอเมริกันที่กีฬาควรนำไปใช้”