นครศรีธรรมราช พื้นที่รับมวลน้ำลุ่มน้ำปากพนังอ่วมหนัก คาดรับน้ำสูงถึง 1 พันล้านลบ.ม. เร่งระบายน้ำต่อเนื่อง หวั่นมวลน้ำระลอกใหม่
สภาพพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช หลายจุดระดับน้ำกำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ทางการเกษตร เช่นสวนส้มโอทับทิมสยาม ที่ก่อนหน้านี้เพียง 1 เดือนเกษตรกรพยายามกู้เจากภาวะน้ำท่วมที่ส่งผลกระทบต่อสวนมาแล้ว 1 รอบและกำลังเริ่มฟื้นตัว
ปรากฎว่าน้ำท่วมระลอกนี้ถึงขั้นอาจทำให้สวนส้มโอชื่อดังของปากพนัง ซึ่งทำรายได้จากการส่งออกไปยังประเทศในเอเซียหลายประเทศ ให้กับพื้นที่นครศรีธรรมราชปีละนับพันล้านบาทอาจถึงขั้นล่มสลาย
ขณะที่ภาพมุมสูงแสดงให้เห็นถึงมวลน้ำปริมาณมหาศาลกำลังไหลเข้าสู่พื้นที่ ซึ่งเป็นการไหลตามธรรมชาติเพื่อรอการระบายลงสู่อ่าวไทยแต่พื้นที่อยู่อาศัยชุมชน รวมทั้งพื้นที่การเกษตรได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง
นายกรณรมย์ วรรณกุล ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาปากพนังล่าง ระบุว่า มวลน้ำจากพื้นที่โซนภูเขาได้ไหลลงมาถึงพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังแล้ว ซึ่งทำให้มีประมาณน้ำท่วมขังสูงกว่าช่วงต้นเดือนธันวาคมประมาณ 20 เซนติเมตร มีปริมาณน้ำประมาณ 1,000 ล้านลูกบาศก์เมตร
โดยทำให้การระบายน้ำนานขึ้น ใช้เวลาประมาณ 15-20 วัน ซึ่งการที่กองทัพเรือได้สนับสนุนเรือผลักดันน้ำจำนวน 50 เครื่องมาช่วยผลักดันน้ำออกสู่ทะเลอ่าวไทยโดยตรงนั้นจะช่วยให้การระบายน้ำเร็วขึ้นประมาณ 15 %
ในขณะที่ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง ทั้งอำเภอหัวไทร เชียรใหญ่ ปากพนัง เฉลิมพระเกียรติ และ อ.เมืองนครศรีธรรมราช ระดับน้ำยังคงท่วมสูง ประชาชนได้ขนย้ายสิ่งของ ทรัพย์สินมีค่าไว้ที่สูง
กองทัพเรือเร่งติดตั้งเครื่องผลักดันประตูระบายน้ำฉุกเฉินแม่น้ำปากพนังอีก 20 ชุด กรมอู่ทหารเรือ กองทัพเรือ ลำเลียงเครื่องผลักดันน้ำชุดที่ 2 จำนวน 20 เครื่อง ซึ่งถูกลำเลียงมาโดยเรือหลวงอ่างทอง ได้เข้าเทียบท่าที่ท่าเรือน้ำลึกสงขลาเมื่อคืนที่ผ่านมา และลำลียงต่อมายังจังหวัดนครศรีธรรมราช ด้วยขบวนรถบรรทุกของกองทัพเรือ และเร่งนำมาติดตั้งที่บริเวณสะพานหน้าประตูระบายน้ำฉุกเฉินแม่น้ำปากพนัง ตำบลปากพนังฝั่งตะวันออก อำเภอปากพนัง คาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงบ่ายวันนี้นาวาเอกอภิชาติ ทินนะลักษณ์ หน.ชุดปฏิบัติการหน่วยเฉพาะกิจผลักดันน้ำ
โดยขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่กำลังเร่งในการติดตั้งเรือผลักดันน้ำ สำหรับคุณสมบัติของเรือผลักดันน้ำนั้นจะสามารถผลักดันน้ำออกสู่ทะเลได้ 24ลูกบาศก์เมตรต่อนาทีต่อเครื่อง จำนวน 20 เครื่องที่ติดตั้งสามารถผลักดันน้ำได้ 480 ลบ.ม.ต่อนาที และจะทำงาน 20 ชั่วโมงต่อวันและพักเครื่องเพียง 4 ชม. โดยมีกำลังพลควบคุมตลอด 24 ชม.
สำหรับเครื่องผลักดันน้ำทั้งหมดนี้ถูกต่อขึ้นโดยกรมอู่ทหารเรือ กองทัพเรือ ซึ่งเป็นพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งสามารถผลักดันน้ำที่ท่วมขังสร้างความเดือดร้อนในพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว ทำให้น้ำลดระดับลงอย่างเร็ว





