วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ธีระเกียรติ' รอซูเปอร์บอร์ดชุดใหม่ ปรับโครงสร้างใหญ่ศธ.

“ธีระเกียรติ” รอซูเปอร์บอร์ดชุดใหม่ ปรับโครงสร้างใหญ่ศธ. ตั้ง“หมออุดม” ประธานเตรียมการแยกอุดมฯยันไม่ใช้ม.44

เมื่อวันที่ 5 มกราคม นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยความคืบหน้า การจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา ว่าตนได้ลงนามในหนังสือ คำสั่งศธ.ที่สร 1883/2559 แต่งตั้ง ศ.คลินิก นพ.อุดม คชินทร อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล( มม.) เป็นประธานคณะทำงานเตรียมความพร้อมจัดตั้งกระทรวงอุดมศึกษา รวมถึงจะมอบให้ผู้ช่วยรมว.ศึกษาธิการ มาดูแลเรื่องดังกล่าวควบคู่กันไปด้วย เนื่องจากจะต้องมีการเตรียมความพร้อมค่อนข้างมาก โดยจะต้องนำบทเรียนในอดีต ตั้งแต่เป็นทบวงมหาวิทยาลัยรวมกับศธ. เป็น สกอ. มาจนถึงการให้อิสระกับมหาวิทยาลัย การเกิดปัญหาธรรมาภิบาลของสภามหาวิทยาลัย  มาประกอบการพิจารณา  ทั้งนี้ ยังไม่ได้ข้อสรุปว่า จะแยกออกมาเป็นทบวง หรือกระทรวง แต่ส่วนตัวมองว่า ควรแยกออกมาเป็นกระทรวงการอุดมศึกษามากกว่า ให้เหมือนกับนานาอารยะประเทศ อีกทั้งงานในส่วนของอุดมศึกษาก็มีมากเกินกว่าที่จะเป็นแค่ทบวงมหาวิทยาลัยซึ่งเทียบเท่ากับกรมเท่านั้น   

“ที่ผ่านมามีข้อเสนอหลายอย่าง เช่น จะรวมเป็นกระทรวงการอุดมศึกษาและการวิจัย ซึ่งต้องให้ประชาชาคมชาวอุดมศึกษาพิจารณาและเสนอมาให้รัฐบาลพิจารณา ไม่ใช่รัฐบาลไปคิดแทน เพราะประชาคมอุดมศึกษา จะรู้ปัญหาและรู้ดีว่าต้องการอะไร  นอกจากนั้นจะต้องนำร่างกฎหมายต่าง ๆ ทั้งของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) มาพิจารณาร่วมกัน เชื่อว่าจะทำให้ทิศทางการทำงานของอุดมศึกษามีความชัดเจนขึ้น และถ้ามีข้อผิดพลาดคนที่เตรียมความพร้อมต้องรับผิดชอบ  คิดว่าน่าจะเห็นรูปร่างภายในปีนี้“นพ.ธีระเกียรติ กล่าว

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ การแยกอุดมศึกษาออกจาก ศธ. จะไม่ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย(ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557  มาใช้ในการปรับโครงสร้างใหม่ เพราะไม่เหมาะสม  และเมื่อรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มีการประกาศใช้  คณะรัฐมนตรี (ครม.) จะแต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายการศึกษาชาติ หรือ ซูเปอร์บอร์ดชุดใหม่ที่จะทำหน้าในการดูแลทิศทางการศึกษาชาติ รวมถึงเข้ามาดูเรื่องการปรับโครงสร้างศธ.ด้วย  เพราะเป็นเรื่องที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ส่วนความคืบหน้าการแก้ปัญหาธรรมาภิบาลในมหาวิทยาลัยนั้น ขณะนี้คณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) ยังไม่มีการเสนอให้ตนพิจารณา ตั้งคณะกรรมการควบคุม มหาวิทยาลัยเพิ่มเติม  แต่เท่าที่ทราบกกอ.จะเสนอให้ ปิดหลักสูตรของมหาวิทยาลัยเอกชน ที่มีปัญหาในเรื่องการจัดการเรียนการสอน จำนวน 8-10 หลักสูตร

ด้าน ศ.คลินิก นพ.อุดม กล่าวว่า เวลานี้อยู่ในขั้นตอนการหาคณะกรรมการฯส่วนตัวเห็นว่าไม่ควรเกิน 15 คน และต้องมีตัวแทนจากมหาวิทยาลัยทุกกลุ่ม ทั้งมหาวิทยาลัยราชภัฏและมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลด้วย คาดว่าจะได้คณะกรรมการฯครบชุด และเริ่มประชุมนัดแรกในช่วงปลายเดือนมกราคม 2560 ทั้งนี้ หลักๆ คณะกรรมการชุดนี้ จะดำเนินการตามนโยบายที่ นพ.ธีระเกียรติ มอบหมายว่าควรจะศึกษาและร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กระทรวงอุดมศึกษาให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน โดยจะต้องมีการนำร่างฯ ของสำนักงานคณะกรรมการการอุมดศึกษา (สกอ.) สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) มาศึกษาร่วมด้วย นอกจากนี้ ในร่างฯต้องกำหนดบทบาทของมหาวิทยาลัยที่จะต้องผลิตบัณฑิตที่ตรงกับความต้องการของประเทศ และอำนาจหน้าที่ บทบาทของสภามหาวิทยาลัย นายกสภามหาวิทยาลัย กรรมการสภามหาวิทยาลัยด้วย กำหนดสิ่งที่ควรทำ ไม่ควรทำ สิ่งไหนห้ามทำ หรือ ห้ามทำเด็ดขาด น

"ผมคิดว่าควรที่จะต้องทำให้มหาวิทยาลัยมีอิสระและรัฐบาลจะต้องลงทุนเรื่องอุดมศึกษา เพราะการศึกษาในระดับอุดมศึกษาเป็นพื้นฐานของการพัฒนาคนและพัฒนาประเทศ"อธิการบดี มม. กล่าว

ขณะที่ ดร.สุภัทร  จำปาทอง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) กล่าวว่า  เร็ว ๆ นี้ตนจะเสนอให้ รมว.ศึกษาธิการ  ปิดหลักสูตรการเรียนการสอนที่มีปัญหา ของมหาวิทยาลัยเอกชน ที่มีมากกว่า 10 หลักสูตร ใน 9 มหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ซึ่งมีทั้งหลักสูตรในที่ตั้งและนอกที่ตั้ง