เมื่อวันพุธที่ 28 ธ.ค. ที่ผ่านมา ผมได้ไปฟังคนจาก ซิลิคอน วัลเลย์ นิวยอร์ก
และหลายประเทศทั่วโลก พูดเกี่ยวกับการทำโลกนี้ให้น่าอยู่ขึ้น ผ่านทางสตาร์ท อัพ ที่ ไรส์ อเคดามี่ แล้วก็พบว่ามีเรื่องราวน่าสนใจมากมาย ทั้งที่เกี่ยวกับ สตาร์ทอัพ สังคม ดิจิทัลมาร์เก็ตติง และ แบรนดิง
สปีคเกอร์ที่ถูกใจผมที่สุด เป็นชาวอเมริกันชื่อ เดวิด พาสเซียค (David Passiak) ประวัติคร่าวๆของ เดวิด คือจบปริญญาเอกจาก Princeton University เป็นนักการตลาดออนไลน์ที่เคยมีบริษัทของตัวเอง และเป็นถึง Director ในบริษัทระดับโลก เดวิด ยังแต่งหนังสือขายดีถึง 2 เล่มอย่าง Disruption Revolution, Redbull to Budhha และเล่มล่าสุด Empower : How to Co-Create the future
ปัจจุบัน นอกจากเป็นนักเขียนและที่ปรึกษาให้บริษัทต่างๆ เดวิด ยังเดินทางไปทั่วโลกเพื่อบรรยาย ทำ Workshop และพบกับลูกค้าของเขาด้วยการพักใน AirBNB ที่ซึ่งเพื่อนของเขาเป็นหนึ่งใน Co-Founder อยู่ด้วย
เขาเล่าให้ผมฟังเป็นการส่วนตัวว่าเคยมาเมืองไทยมาแล้ว 6 ครั้ง และหนังสือที่ชื่อ Redbull to Budhha ก็เป็นชื่อที่ได้จากการมาเที่ยวเชียงใหม่และเห็นคนไทยถวายกระทิงแดงให้พระสงฆ์ ถือเป็นเรื่องแปลกสำหรับฝรั่งที่รู้สึกว่า Redbull ควรอยู่ในไนท์คลับหรือสนามแข่งกีฬาผาดโผนมากกว่า
แต่ที่ทำให้ผมสนใจ เดวิด มากที่สุด ไม่ใช่ดีกรีมากมายของเขา แต่เป็นตอนที่เขาเล่าเรื่องเกี่ยวกับแคมเปญโฆษณาออนไลน์ที่เขาทำร่วมกับ ทอม เบรดี ควอเตอร์แบ็กซูเปอร์สตาร์ ของ นิวอิงแลนด์ เพเทรียทส์ ให้ฟัง
เขาบอกว่า Social Media ทำให้คนติดนิสัยการมีส่วนร่วม และต้องการมีส่วนร่วมกับทุกๆอย่าง แบรนด์ก็ควรเปิดพื้นที่ให้คนเข้ามามีส่วนร่วม และช่วยกันสร้างเรื่องราวต่างๆให้กับแบรนด์ เหมือนที่เขาทำกับแบรนด์ช็อกโกแลตแบรนด์หนึ่งในนิวอิงแลนด์ เมื่อวันฮัลโลวีนที่ผ่านมา
แนวคิดก็คือให้ เบรดี เป็นคนจุดกระแสด้วยการถ่ายคลิปตัวเองขณะเซ็นลายเซ็นบนกล่องช็อกโกแลตจำนวน 50 กล่อง และไปวางตามซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านค้าต่างๆ ในละแวกนั้น จากนั้นก็โพสต์คลิปวีดิโอง่ายๆนี้ลงใน Facebook fan page ของตัวเอง
ภายหลังวีดิโอถูกเผยแพร่ทางโลกออนไลน์ได้ไม่นาน เด็กๆ ที่มีนักอเมริกันฟุตบอลระดับซูเปอร์สตาร์รายนี้เป็นขวัญใจ ก็ออกไปตามล่าช็อกโกแลตที่มีลายเซ็นอย่างสนุกสนาน
คนที่เปิดฝามาเจอกับลายเซ็นของ เบรดี ก็อัดคลิปวีดิโอโพสต์โต้ตอบในโลกโชเชียล หรือแม้แต่เด็กบางคนที่ไม่ได้ลายเซ็นก็ยังอัดคลิปวีดีโอเช่นกัน
เมื่อเป็นกระแสในโลกออนไลน์ สื่อแขนงต่างๆก็หยิบเรื่องนี้มาพูดถึง กลายเป็นประเด็น และกลายเป็นการโฆษณาให้ช็อกโกแลตแบรนด์นี้แบบฟรีๆ
จากการฟังและพูดคุยกับ เดวิด ทำให้ผมคิดว่าในปัจจุบันหรือในอนาคต ผู้คนจะไม่ได้ติดตามนักกีฬาเฉพาะในสนาม แต่ยังติดตามมาถึงชีวิตส่วนตัวผ่านทางโซเชียลมีเดีย หรือบางคนอาจให้ความสำคัญกับเรื่องเหล่านี้มากกว่าผลการแข่งขันก็ได้
ขณะที่นักกีฬาเบอร์ใหญ่ๆอย่างเช่น ทอม เบรดี หน้าที่ของเขาอาจไม่ใช่แค่ผู้นำในสนามอีกต่อไป แต่ความเป็น celeb หรือที่นักการตลาดเรียกว่าเป็น Influencer หรือผู้มีอิทธิพลทางความคิด จะทำให้เขาเป็นผู้นำนอกสนามด้วย เหมือนในแคมเปญนี้ที่ควอเตอร์แบ็กของนักรบกู้ชาตินำกองทัพเด็กๆออกไล่ล่าช็อกโกแลตที่มีลายเซ็นของเขามาแล้ว





