วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สนธิกำลังทหาร-ตำรวจ300นาย บุกตรวจค้นเรือนจำกลางโคราช

ทหาร ตำรวจและฝ่ายปกครอง300นาย บุกตรวจค้นเรือนจำกลางโคราช ป้องกันฉวยโอกาสช่วงเทศกาลปีใหม่ ลักลอบนำยาเสพติด และสิ่งผิดกฎหมายเข้าเรือนจำ

เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 28 ธ.ค. 59นายธนพล จันทรนิมิ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา, ทหารจากมณฑลทหารบกที่ 21, อาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) จ.นครราชสีมา,เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.ภาค 3 รวมกว่า 300 นาย สนธิกำลังกันบุกเข้าตรวจค้นภายในเรือนจำกลางนครราชสีมา เพื่อหายาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมายอื่นๆ โดยมีนายภักดี ตั้งธรรม ผู้บัญชาการเรือนจำกลางนครราชสีมา และพ.ต.อ.วิวัฒน์ ลีลาเขต รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา นำตรวจค้นเรือนนอนของผู้ต้องขัง ตั้งแต่แดนแรกรับ แดนเด็ดขาด และแดนหญิง ซึ่งภายในเรือนจำกลางนครราชสีมาแห่งนี้ มีผู้ต้องขังอยู่กว่า 3,200 คน จากการตรวจสอบไม่พบยาเสพติดหรือสิ่งผิดกฎหมายใดๆ

นายธนพล จันทรนิมิ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า  การตรวจค้นครั้งนี้ เพื่อป้องกันผู้ต้องขังฉวยโอกาสช่วงเทศกาลปีใหม่ ติดต่อนำยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมาย เข้ามาภายในเรือนจำ ซึ่งเป็นไปตามมาตรการป้องกันการกระทำผิดกฎหมาย ของกระทรวงยุติธรรม ที่ต้องการให้เรือนจำทุกแห่งเป็นเรือนจำสีขาว ปลอดยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมายทุกชนิด ซึ่งจากผลการตรวจค้นในครั้งนี้ก็ไม่พบยาเสพติดหรือสิ่งผิดกฎหมายแต่อย่างใด อีกทั้งพบว่าทางเรือนจำกลางนครราชสีมา ได้มีมาตรการดูแลสถานที่ให้มีความสะอาดเรียบร้อย สะดวกต่อการตรวจต้นเป็นอย่างมาก นายธนพล กล่าว

ด้านนายภักดี ตั้งธรรม ผู้บัญชาการเรือนจำกลางนครราชสีมา เปิดเผยว่า ปัจจุบันเรือนจำกลางนครราชสีมา มีผู้ต้องขังอยู่ทั้งหมดจำนวน 3,551 ราย ซึ่งปกติจะมีการตรวจค้นอย่างเข้มงวดเป็นประจำทุกวัน ทำให้ไม่มีสิ่งผิดกฎหมายเล็ดลอดเข้ามาได้ ขณะเดียวกันในช่วงหยุดยาว 4 วัน เทศกาลปีใหม่นี้ จะไม่มีการเปิดโอกาสให้เยี่ยมญาติ 

ส่วนมาตรการป้องกันการลักลอบนำสิ่งเสพติดเข้ามาในเรือนจำนั้น ก็ได้มีการประสานไปยังชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา เพื่อส่งข่าวถึงพฤติกรรมของผู้ค้ายาว่ามีรายใด สงสัยที่จะติดต่อเข้ามาในเรือนจำกลางนครราชสีมาบ้าง โดยทางเรือนจำจะจัดเจ้าหน้าที่คอยประกบผู้ต้องขังที่เป็นระดับบิ๊กเนม หรือที่ต้องสงสัย เพื่อสังเกตพฤติกรรม และใช้วิทยุสื่อสารดักฟังอย่างใกล้ชิด ซึ่งที่ผ่านมาก็ยังไม่มีอะไรน่าสงสัย