จัดพิธีบำเพ็ญกุศล 3 ศาสนา ครบรอบ 12 ปี เหตุการณ์ธรณีพิบัติภัย สึนามิ ที่บ้านน้ำเค็ม อ.ตะกั่วป่า เปิดโครงการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง 64 ล้า
วานนี้ (25 ธ.ค.2559) บ้านน้ำเค็ม ต.บางม่วง อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศล 3 ศาสนา ครบรอบ 12 ปี เหตุการณ์ธรณีพิบัติภัยสึนามิ และเปิดโครงการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งธรณีพิบัติภัยสึนามิ เรือประมงเกยตื้น (ส้ม ฟ้า) โดยมีนายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการประชาชนชาวบ้านน้ำเค็มร่วมประกอบพิธีบำเพ็ญกุศล 3 ศาสนา พุทธ อิสลาม คริสต์ ก่อนจะทำการเปิดป้ายโครงการ และเยี่ยมชมนิทรรศการ
นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ กล่าวว่า จากเหตุการณ์ธรณีพิบัติภัยสึนามิ เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2547 เป็นหนึ่งในภัยพิบัติทางธรรมชาติครั้งร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างหนักทั้งชีวิตและทรัพย์สิน แก่จังหวัดพังงาและจังหวัดชายฝั่งทะเลอันดามัน กระทรวงวัฒนธรรม เล็งเห็นถึงความจำเป็นอย่างยิ่ง ในการบันทึกประวัติศาสตร์ และฟื้นฟูชุมชน ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุธรณีพิบัติภัยสึนามิ
จึงได้เริ่มโครงการก่อสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง ธรณีพิบัติภัยสึนามิ ณ สถานที่เกิดเหตุ บ้านน้ำเค็ม จังหวัดพังงา เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานแหล่งเรียนรู้วิถีชีวิตวัฒนธรรม ซึ่งเรือทั้งสองลำนี้ เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ จากเหตุการณ์ ธรณีพิบัติภัยสึนามิ ที่บอกเล่าเป็นเรื่องราว เหตุการณ์ภัยพิบัติในครั้งนั้น
โดยเสนอความรู้เชิงศิลปวัฒนธรรม สังคม สถาปัตยกรรมพื้นถิ่น และวิถีชีวิตชาวบ้าน ที่เน้นศักยภาพการพัฒนาที่ยั่งยืนของชุมชน และส่งเสริมการท่องเที่ยว และแหล่งเรียนรู้ในเหตุการณ์สึนามิ ที่เกี่ยวกับวิถีชีวิตวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ และเป็นสถานเตือนใจให้ระลึกถึงเหตุการณ์คลื่นยักษ์ที่บ้านน้ำเค็ม เป็นศูนย์เตือนภัย หลบภัย
ซึ่งการดำเนินงานแบ่งออกเป็น 2 ระยะ โดยช่วงแรกได้ทำการจัดซื้อเรือประมง 2 ลำ (เรือส้มฟ้า) ที่ถูกคลื่นยักษ์สึนามิซัดมาเกยตื้น กลางชุมชนบ้านน้ำเค็ม บนที่ดินจำนวน 5 ไร่ ซึ่ง อบต.บางม่วง ได้จัดซื้อไว้ก่อนหน้านี้
ในระยะที่ 2 เป็นการสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งธรณีพิบัติภัยสึนามิ ซึ่งได้รับงบประมาณให้ดำเนินการในปี 2560 ผูกพัน 2561 เป็นจำนวน 64.8 ล้านบาท โดยปี 2560 จะเริ่มใช้เงินจำนวน 12.8 ล้านบาท และจะใช้อีก 52 ล้านบาทในปี 2561
ขณะนี้ได้ออกแบบตัวอาคารดังกล่าวเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยคาดว่าจะได้เริ่มรับจ้างประมาณเดือนมกราคม 2560 และจะของรับงบประมาณในการตกแต่งภายในเพื่อจัดนิทรรศการในปี 2561 อีก 30 ล้านบาท เมื่อสร้างเสร็จ จะมอบให้ทางจังหวัดพังงา และ อบต.บางม่วง เป็นผู้ดูแลแหล่งเรียนรู้ จัดกิจกรรมและเป็นแหล่งท่องเที่ยวสร้างรายได้ให้กับชุมชนต่อไป
สำหรับพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งธรณีพิบัติภัยสึนามิแห่งนี้ ไม่เพียงแต่จะเป็นอนุสรณ์สถานจากเหตุการณ์พิบัติภัยสึนามิเท่านั้น แต่จะเป็นหอเตือนภัยและพื้นที่หลบภัย ทั้งยังเป็นสถานที่จารึกรายชื่อผู้ที่ประสบภัยพิบัติในครั้งนั้นบนผนังโลหะด้านนอกอาคาร ส่วนภายในเป็นศูนย์ข้อมูลด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวของบ้านน้ำเค็ม และพื้นที่ใกล้เคียง
รวมทั้งจัดให้มีพื้นที่สำหรับร้านค้าผลิตภัณฑ์ชุมชน เพื่อเป็นการส่งเสริมอาชีพให้กับพี่น้องบ้านน้ำเค็ม ลักษณะของตัวอาคารพิพิธภัณฑ์ ได้มีการผสมผสานภูมิทัศน์วัฒนธรรมพื้นถิ่น รูปทรงอาคาร ได้แนวคิดจากอุปกรณ์ทำกินในวิถีชีวิตประจำวันของชาวบ้าน ซึ่งประกอบอาชีพประมงเป็นส่วนใหญ่
อาทิ สุ่ม ไซ รอบ การออกแบบเน้นให้อาคารมีความโปร่งโล่งแข็งแรงและสอดคล้องกับสภาพภูมิทัศน์โดยรอบและเป็นฉากหลังที่ประกอบเรื่องราวของเรือทั้งสองลำให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ทั้งนี้รูป ของพิพิธภัณฑ์แบ่งพื้นที่เป็น 3 ส่วนหลักหลัก ได้แก่
1.ส่วนจัดแสดงกลางแจ้ง โดยนำซากเรือที่พบในเหตุการณ์ภัยพิบัติมาแสดง 2.ภูมิทัศน์และพืชพรรณมีความเป็นเอกลักษณ์ ทำให้รู้สึกสงบและความเคารพในสถานที่ 3.ศูนย์บริการข้อมูล มีลักษณะเปิดโล่ง สำหรับกิจกรรมของชุมชน และเป็นแหล่งท่องเที่ยว




