วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

แกนนำกลุ่มอุลตร้าฯเข้าพบตร.-พร้อมขอความเป็นธรรม

"แกนนำกลุ่มอุลตร้าไทยแลนด์" เข้าให้ปากคำกับตำรวจ ยันไม่เกี่ยวข้องกับการจุดพลุแฟลร์ในสนาม-ขอให้การในชั้นศาล พร้อมยื่นประกันตัว 5 หมื่นบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 16.00 น. วานนี้ (23ธ.ค.) นายประพจน์ โพธิ์ปาน แกนนำกลุ่มอุลตร้าไทยแลนด์ หนึ่งในผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับพร้อมทนายความ และกลุ่มแฟนบอลจำนวนหนึ่ง ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนสน.หัวหมาก โดยนายประพจน์สวมเสื้อสีดำ คลุมด้วยสูทสีเทา สวมหน้ากากอนามัยและแว่นตาดำ เพื่ออำพรางปิดบังใบหน้า ก่อนจะเดินเข้าห้องสอบสวนในทันที 

อย่างไรก็ตาม ภายหลังการสอบสวน พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. กล่าวว่า หลังสอบปากคำผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ โดยรับว่าเป็นผู้นำในการเชียร์เท่านั้น แต่ไม่มีส่วนในการจุดพลุ ส่วนรายละเอียดอยู่ระหว่างการสอบสวน ทั้งนี้ผู้ก่อเหตุดังกล่าวไม่ใช่อาชญากร เพียงแค่ทำในสิ่งที่กฏหมายไม่ให้ทำ และทำให้ภาพลักษณ์บ้านเมืองเสียหาย ดังนั้นอยากเตือนไปถึงกองเชียร์กลุ่มต่าง ๆ ว่าขอให้เชียร์อยู่ในกรอบที่ถูกต้อง หลังจากพูดคุยกันนายประพจน์ยังยืนยันว่าจะยังเชียร์ต่อไป และรับปากว่าจะไม่เกิดขึ้นอีกแน่นอนล้านเปอร์เซ็นต์ ส่วนข้อหานั้นทางเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสอบปากคำจะเป็นผู้ดำเนินการแจ้งข้อหาตามความผิดประมวลกฎหมายอาญา

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายประพจน์ ได้แจกเอกสารขอความเป็นธรรมให้กับสื่อมวลชน โดยมีข้อความระบุว่า "ตามหมายเรียกที่อ้างถึงพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลหัวหมาก ได้มีหมายเรียกให้ข้าพเจ้าไปพบเพื่อสอบสวนปากคำ กรณีการจุดพลุแฟร์ภายในสนามราชมังคลากีฬาสถาน โดยให้ไปพบพนักงานสอบสวนในวันที่ 22 ธ.ค. เวลา 16.00 น. ต่อมาข้าพเจ้าได้มอบหมายให้ทนายความโทรศัพท์แจ้งกับพนักงานสอบสวนที่เกี่ยวข้องเพื่อเลื่อนการเข้าพบ เนื่องจากตามวันเวลาที่นัดหมาย ข้าพเจ้าติดภารกิจที่ต่างจังหวัด โดยมีได้เจตนาที่จะหลีกเลี่ยงหรือมิให้ความร่วมมือกับพนักงานสอบสวนแต่อย่างใด ภายหลังเมื่อเกิดเหตุการณ์ ข้าพเจ้ากลับตกเป็นจำเลยของสังคม โดยมีสื่อมวลชนบางแห่งกล่าวหาว่าเป็นแกนนำในการจุดพลุแฟร์และลงภาพถ่ายของข้าพเจ้าให้ปรากฎตามหน้าทีวีโทรทัศน์และหนังสือพิมพ์รายวัน รวมทั้งสื่อสังคมออนไลน์ ทำให้ได้รับความเสียหายต่อชื่อเสียง อาชีพการงานและวงศ์ตระกูล 

ดังนั้นข้าพเจ้าจึงขอชี้แจงรายละเอียดที่เกิดขึ้นพร้อมทั้งขอความเป็นธรรมกับพนักงานสอบสวนในการดำเนินคดีนี้อย่างเป็นธรรมโดยยึดหลักความถูกต้องไม่เอนเอียงไปตามกระแสข่าวที่เกิดขึ้น โดยขอชี้แจงข้อเท็จจริงตามลำดับดังต่อไปนี้ 

1. วัตถุประสงค์ของกลุ่ม อุลตร้าไทยแลนด์ เกิดจากคนที่รักฟุตบอลทีมชาติไทย โดยมีแนวทางการเชียร์ที่เสียงดัง กระตุ้น ปลุกเร้าอย่างเสียงดังตลอด 90 นาที มีการโบกธงตลอด 90 นาที มีป้ายผ้าให้กำลังใจ โดยมีแฟนบอลชาวไทยทั่วประเทศทุกสาขาอาชีพ ทุกอายุตั้งแต่เยาวชนถึงผู้สูงอายุ เข้าไปเชียร์ด้วยกันโดยมีสื่อกลางให้ข้อมูลเกี่ยวกับวันเวลาและสถานที่ในการแข่งขันผ่านทางเพจเพซบุ๊ก อุลตร้าไทยแลนด์ ตั้งแต่ปี 2555 เป็นต้นมา จนเริ่มมีสมาชิกจนถึงปัจจุบันที่ชอบแนวทางนี้ร่วมเชียร์ในสนามกว่า 1,000 คน ในบางแมตช์การแข่งขัน และมีผู้กดติดตามในเพจเฟซบุ๊กมากกว่า 30,000 คน ซึ่งเมื่อพิจารณาในภาพรวมของกลุ่มแล้วจะเห็นได้ว่าเป็นกลุ่มที่สนับสนุนและให้กำลังใจทีมชาติไทยอย่างเหนียวแน่น ไม่ได้รวมตัวกันโดยมีเจตนาที่ไม่ดีต่อประเทศชาติแต่อย่างใด 

2. อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาปฎิเสธไม่ได้ว่า มีคนในกลุ่มบางคนใช้พลุแฟร์และควันสีในการร่วมเชียร์ด้วย ซึ่งข้าพเจ้าไม่อาจทราบถึงการกระทำหรือห้ามปรามผู้ใดได้ โดยในการร่วมเชียร์กับทางกลุ่ม ข้าพเจ้าก็เป็นเพียงคนหนึ่งในการร่วมเชียร์ทีมชาติไทย ซึ่งข้าพเจ้าได้ทำหน้าที่เป็นเพียงผู้นำร้องเพลงเชียร์ของกลุ่มเท่านั้น ไม่เคยสนับสนุนให้ผู้ใดนำพลุแฟร์มาใช้ในการร่วมเชียร์ ทั้งยังเคยแจ้งเตือนแฟนบอลสมาชิกผ่านทางเฟซบุ๊กว่า "ทางกลุ่ม อุลตร้าไทยแลนด์ ไม่สนับสนุนการกระทำผิดกฎหมายทุกชนิดในราชอาณาจักรไทย" เพื่อสื่อสารทำความเข้าใจให้ทุก ๆ คนที่มาร่วมเชียร์ในกลุ่มได้รับทราบ ซึ่งที่ผ่านมาข้าพเจ้าและทางกลุ่ม อุลตร้าไทยแลนด์ ได้ช่วยกันดูแลสอดส่องไม่ให้มีการจุดพลุแฟร์ในสนามอย่างดีที่สุดแล้ว 

ดังนั้นการที่มีบุคคลใดนำพลุแฟร์เข้าไปจุดในสนามราชมังคลากีฬาสถานในวันเกิดเหตุ ข้าพเจ้าและทางกลุ่มไม่มีส่วนเกี่ยวข้องรู้เห็นหรือให้การสนับสนุนด้วย อีกทั้งยังไม่เคยมีเจตนาจะทำลายภาพลักษณ์หรือชื่อเสียงของประเทศชาติแต่อย่างใด จึงขอให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสืบสวนหาบุคคลผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายต่อไป

ต่อมาเวลา 20.15 น.วานนี้ (23ธ.ค.) พ.ต.ท.นพพร ศรีสุชาติ รองผกก.สอบสวน สน.หัวหมาก เปิดเผยว่า เบื้องต้นจากการสอบปากคำกว่า 4 ชั่วโมง ผู้ต้องยังให้การภาคเสธโดยระบุว่าจะขอให้การในชั้นศาลเท่านั้น พนักงานสอบสวนจึงอนุญาตให้ประกันตัวด้วยเงินสด 5 หมื่นบาท ซึ่งหลังจากทางพนักงานสอบสวนจะเรียกพยานบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องกับคดีมาสอบปากคำเพิ่มเติมอีกครั้ง แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าพยานที่จะเรียกมาสอบปากคำเพิ่มเติมนั้นมีจำนวนกี่คน ขึ้นอยู่กับชุดสืบสวนที่มีการส่งข้อมูลมาให้ทางฝ่ายสอบสวนหลังจากนั้นก็จะทำการเรียกมาสอบสวนเป็นระยะๆ โดยการที่พนักงานสอบสวนอนุญาตให้นายประพจน์ประกันตัวนั้น ก็มีข้อบังคับว่าจะต้องมารายงานตัวอีกครั้งในช่วงระยะเวลา 1 เดือนหลังจากวันนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่นาย ประพจน์ เดินทางออกจากห้องสอบสวนก็ได้รีบขึ้นรถยนต์ที่มีผู้มาจอดรอรับอยู่บริเวนลาดจอดรถหน้าสถานี โดยไม่ให้สื่อมวลชนสัมภาษณ์แต่อย่างใด