วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

รวบ 'พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์' ผู้ต้องโทษประหาร ซ่อนตัวชายแดนเมียนมา

ตร.เพชรบุรี ตามรวบแล้ว "พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์" ผู้ต้องโทษประหาร ขณะซ่อนตัวแนวชายแดนเมียนมาเกือบแรมปี ด้านผบ.ตร.ประสานให้ช่วยจับกุม

รายงานข่าวจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ช่วงสายของวันนี้ (20 ธันวาคม) ตำรวจชุดสืบสวนจังหวัดเพชรบุรี รายงานผลการสืบสวนคลี่คลายคดีตามลำดับชั้น โดยแจ้งว่าชุดสืบสวนได้ติดตามสะกดรอยบุคคลใกล้ชิดของ พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ เลาหะวัฒนะ อดีตอายุรแพทย์ โรงพยาบาลตำรวจ ที่หลบหนีคำพิพากษาประหารชีวิตของศาลจังหวัดเพชรบุรี โดยชุดสืบสวนสะกดรอยคนใกล้ชิดของอดีตนายตำรวจคนดัง ไปถึง อ.แม่สอด จ.ตาก จากนั้นพบว่าคนใกล้ชิดใช้ช่องทางธรรมชาติข้ามไปยังแนวชายแดนประเทศเมียนมา เพื่อพบกับอดีตนายตำรวจคนดัง

รายงานข่าวระบุว่าหลังจากที่ชุดสืบสวนพบตัวอดีตนายตำรวจคนดังนายนี้ และทราบจุดที่พักอาศัย จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น ซึ่งหลังจากที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้รับรายงาน จึงประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทางประเทศเมียนมาเพื่อให้ช่วยควบคุมตัวอดีตนายตำรวจคนดังนายนี้ ซึ่งระยะเวลาไม่นานเจ้าหน้าที่ทางการประเทศเมียนมา ก็สามารถควบคุมตัวได้ ทาง พล.ต.อ.จักรทิพย์ อยู่ระหว่างประสานงานเพื่อขอตัวกลับมาดำเนินคดีตามกฏหมาย

สำหรับคดีของ พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ ศาลจังหวัดเพชรบุรี นัดอ่านคำพิพากษาที่อัยการเป็นโจทก์ พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ เลาหะวัฒนะ อดีตอายุรแพทย์ ร.พ.ตำรวจ จำเลยที่ 1 นายอัคร เลาหะวัฒนะ จำเลยที่ 2 และนายเอก เลาหะวัฒนะ จำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นบุตรชาย พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ ฐานความผิดร่วมกันฆ่า ผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ร่วมกันฝัง ปิดบังซ่อนเร้นศพ เพื่อปิดบังการตาย หรือเหตุแห่งการตายและกระทำการใดๆ แก่ศพ ก่อนมีการชันสูตรพลิกศพเพื่อการอำพรางคดี

โดยคดีดังกล่าวเกิดขึ้น เมื่อพ.ศ. 2555 นายสว่าง นุ่มจุ้ย เจ้าของไร่สับปะรดใน จ.เพชรบุรี และน.ส.วิมล บุตรสาวได้ไปแจ้งความที่สภ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี ว่าพบรถกระบะโตโยต้า ไทเกอร์ สีเทา ของนายสามารถ นุ่มจุ้ย กับ น.ส.อรษา เกิดทรัพย์ ลูกชายและลูกสะใภ้ที่หายไปพร้อมรถยนต์นานกว่า 3 ปี จอดอยู่ที่บ้านร้างของพ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ ที่จ.นนทบุรี

ต่อมา มีการสืบสวนขยายผลตรวจค้นบ้านพักในไร่ของพ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ ที่บ้านท่ามะริด ต.กลัดหลวง อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี พบโครงกระดูกมนุษย์ 3 รายถูกฝังอยู่โดย 1 ในนั้นมีร่องรอยกระสุนปืนที่กะโหลกศีรษะ เมื่อตรวจพิสูจน์ทางดีเอ็นเอแล้ว พบว่าเป็นโครงกระดูกของนายอีต้า แรงงานชาวพม่าที่สูญหายไป เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงติดตามตัว และจับกุมตัว พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ ก่อนแจ้ง ข้อกล่าวหา 3 คดีคือค้ามนุษย์ ลักทรัพย์ และฆ่าผู้อื่นโดยปิดบังอำพรางศพ โดยพ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ ได้ขอประกันตัวสู้คดี

ต่อมาวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา ศาลเพชรบุรีนัดพิจารณาคดีฆ่าผู้อื่น แต่พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ ไม่ได้มาศาลทั้งยังไม่ได้ให้ตัวแทนมาแสดงเหตุผลต่อศาลว่าผิดนัดด้วยเหตุใด ศาลจึงออกหมายจับ และให้ยึดหลักทรัพย์ประกันขอปล่อยตัวชั่วคราวจำนวน 3 ล้านบาท และอ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลย ซึ่งศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานทั้งของโจทก์และจำเลย รวมทั้งพยานคือนายสรพงษ์ หรือกะลา และนายโย่ง ชาวพม่า คนงาน ในไร่พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ ให้การตรงกันว่า เหตุการณ์ฆาตกรรมนายอีต้า เกิดเมื่อ ประมาณเดือนก.พ.2547 เนื่องจากพ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ ไม่พอใจที่นายอีต้าสนิทสนมกันนางวิลสา จันทรบัญชร ภรรยาคนที่ 3 ของตัวเอง จึงให้นายกะลาจับกุมนายอีต้าไปไว้ในไร่แล้วใช้อาวุธปืนจ่อยิงก่อนขุดหลุมฝัง โดยมีนายเอกร่วมอยู่ในเหตุการณ์ ส่วนนายโย่งหลบหนีมาได้ ทั้งนี้ศาลพิจารณา ว่าคำให้การของนายอีต้าและนายโย่งสอดคล้องกัน

นอกจากนี้ผลการตรวจสอบนิติวิทยา ศาสตร์พบว่า กะโหลกที่ขุดพบในจุดที่นายกะลา ชี้ว่าฝังศพนายอีต้า มีรอยกระสุนปืนและพบเศษชิ้นส่วนกระสุนปืน เมื่อนำกะโหลกไปตรวจสอบดีเอ็นเอเทียบกับ บิดาและลูกชายนายอีต้าพบว่าตรงกัน จึงยืนยันว่าเป็นกะโหลกของนายอีต้า ที่ถูกฆาตกรรมโดยการยิงที่ศีรษะตรงกับคำให้การนายกะลา

ศาลจึงพิพากษาให้ประหารชีวิต พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ เลาหะวัฒนะ และนายเอก เลาหะวัฒนะ บุตรชายข้อหาร่วมกันฆ่าแรงงานชาวพม่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ร่วมกันฝัง ปิดบัง ซ่อนเร้นศพเพื่อปิดบังการตาย หรือเหตุแห่งการตายและการกระทำใดๆ แก่ศพก่อนมีการชันสูตรพลิกศพเพื่อการอำพรางคดี ส่วนนายอัคร เลาหะวัฒนะ บุตรชายอีกคนที่ร่วมก่อคดี ขณะเกิดเหตุอายุ 19 ปีเศษยังไม่บรรลุนิติภาวะ ศาลลดโทษให้กึ่งหนึ่ง พิพากษาลงโทษจำคุก 25 ปี 3 เดือน