วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ลิเดีย โค เมื่อถึงเวลาเปลี่ยนผ่าน

ขณะที่ปี 2016 เป็นช่วงเวลาที่ เอรียา จุฑานุกาล ผงาดขึ้นมาอยู่แถวหน้าอย่างเต็มตัว ในวงการกอล์ฟโลก

 อีกหนึ่งอัจฉริยะวัยรุ่นกำลังเผชิญบททดสอบใหม่ ในการรักษาสถานะเบอร์หนึ่งไว้ให้ได้

หลังจากประสบความสำเร็จจนขึ้นเป็นมือหนึ่งโลกคนปัจจุบัน การณ์กลับกลายเป็นว่าเครื่องยนต์ของ โค ที่กำลังพุ่งทะยานไปข้างหน้า เกิดติดขัดจนดับวูบลงไปอย่างกะทันหัน 

แม้จะยังรั้งสถานะมือหนึ่งโลกไว้ได้ หลังจบปี 2016 แต่การถูก เอรียา ปาดหน้าคว้ารางวัลสำคัญต่างๆในช่วงท้ายปี ดูเหมือนจะส่งผลกระทบต่อเจ้าตัวไม่น้อย กระทั่งนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ สำหรับโปรหญิงอันดับหนึ่งจากนิวซีแลนด์...

สะดุด?

ก.พ. 2015 โค ได้รับการบันทึกชื่อในฐานะโปรกอล์ฟหญิงอายุน้อยที่สุด ที่ขึ้นเป็นมือหนึ่งโลก ขณะอายุ 17 ปี 9 เดือน 8 วัน ต่อด้วยการเป็นนักกอล์ฟอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ ที่คว้าแชมป์รายการเมเจอร์ ในศึกเอวิยอง แชมเปียนชิพ ที่ฝรั่งเศส (18 ปี 4 เดือน และ 20 วัน) ในเดือนก.ย. ปีเดียวกัน ก่อนจบปีด้วยรางวัลผู้เล่นแห่งปี และผู้เล่นทำเงินรางวัลสูงสุดของแอลพีจีเอ

ปี 2016 โค ยังสานต่อผลงานด้วยแชมป์ เกีย คลาสสิค ในเดือนมี.ค. ต่อด้วยแชมป์เมเจอร์รายการที่สองในชีวิต เอเอ็นเอ อินสไพเรชัน ในเดือนเม.ย. ตามด้วย วอลมาร์ท อาร์คันซอส์ แชมเปียนชิพ ในเดือนมิ.ย.

แม้จะถูกท้าทายจาก เอรียา แต่ ณ เวลานั้น สถานะมือหนึ่งของ โค ยังมั่นคงดี และไม่มีใครคิดว่า มาราธอน คลาสสิค ที่เธอเพลย์ออฟ เฉือนชนะ เอรียา และ ลี มิริม ในเดือนก.ค. จะเป็นแชมป์รายการสุดท้ายของเจ้าตัวจนกระทั่งจบฤดูกาล 

เพราะนับจากนั้น โค กลับไม่ได้สัมผัสถ้วยใดๆอีกเลย เฉพาะอย่างยิ่งใน 6 รายการสุดท้าย มีถึง 3 รายการที่จบนอกท็อป 40 จนเสียรางวัลผู้เล่นแห่งปี ผู้เล่นทำเงินรางวัลสูงสุดของแอลพีจีเอทัวร์ และแชมป์ เรซ ทู เดอะซีเอ็มอี โกลบ ให้กับ เอรียา ในบั้นปลาย

แยกทาง

หลังจบฤดูกาล โค ตัดสินใจครั้งสำคัญ ด้วยการเลิกจ้าง เดวิด เลดเบทเทอร์ และ ฌอน โฮแกน โค้ชที่ร่วมงานกันมาตลอด 3 ปีหลังสุด หลังจากเพิ่งเลิกจ้าง เจสัน แฮมิลตัน แคดดีคู่ใจไป เมื่อเดือนต.ค. ทั้งที่ยังเหลือโปรแกรมอีก 3 รายการก่อนจบฤดูกาล 

“การเปลี่ยนแปลงแคดดี เป็นการตัดสินใจที่บ้ามาก ผมไม่เห็นด้วย” เลดเบทเทอร์ กล่าว

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ โค ตัดสินใจเปลี่ยนแปลง ย้อนกลับไปเมื่อ 3 ปีที่แล้ว เจ้าตัวก็เคยตัดสินใจเลิกจ้าง กาย วิลสัน โค้ชที่ดูแลเธอมานานถึง 11 ปี เพื่อมาร่วมงานกับ เลดเบทเทอร์ และ โฮแกน ทั้งที่ วิลสัน ดูแลเจ้าตัวมาตั้งแต่อายุเพียง 5 ขวบ และอยู่เบื้องหลังความสำเร็จ ตั้งแต่สมัยยังไม่เทิร์นโปร กระทั่งก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งมือ 4 ของโลกในเวลาต่อมา 

หากจะมีความแตกต่างกันระหว่างกรณีของ วิลสัน กับ เลดเบทเทอร์-โฮแกน อยู่บ้าง คือเมื่อ 3 ปีก่อน โค ตัดสินใจเปลี่ยนแปลงเพื่อยกระดับการเล่นของตน ขณะที่กรณีหลัง ถูกมองว่าเป็นเพราะผลงานที่ตกลงไปในช่วงครึ่งปีหลังสุด

มุมมองโค้ช

ในมุมมองของ เลดเบทเทอร์ ผลงานที่ตกลงไปของ โค มีหลายปัจจัยเข้ามาเกี่ยวข้อง หนึ่งในนั้น ก็คือการตัดสินใจเปลี่ยนแปลงอุปกรณ์ จาก คัลลาเวย์ เป็น พีเอ็กซ์จี รวมถึงความเหนื่อยล้าที่ต้องลงแข่งขันติดต่อกันเป็นเวลานาน นอกจากนี้ ยังมีเรื่องอื่นๆที่รบกวนสมาธิของเจ้าตัว ทั้งคอมเมนท์จากสปอนเซอร์และสื่อในเรื่องสถานะมือหนึ่งโลก ฯลฯ

“เธอไม่ใช่เครื่องจักรที่จะลงแข่งขันต่อเนื่องสัปดาห์ต่อสัปดาห์ ไม่มีทางที่เธอจะชนะในทุกรายการ นักกีฬาชั้นนำของโลกมีช่วงขาขึ้นขาลงด้วยกันทุกคน สามเดือนหลังสุดเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบาก จนพ่อของเธอเข้ามามีส่วนร่วม และพยายามแนะนำเทคนิคให้เธอ ผมไม่มีปัญหาอะไรกับพ่อแม่ของ ลิเดีย แต่คิดว่าทั้งคู่คิดอะไรตื้นๆเกินไป”  

อีกด้านของเหรียญ

ปฏิเสธไม่ได้ว่าใน 24 เดือนแรก การร่วมมือกับ เลดเบทเทอร์ และ โฮแกน เป็นส่วนสำคัญที่ผลักดันให้ โค ก้าวขึ้นมาเป็นมือหนึ่งโลกได้สำเร็จ ด้วยตำแหน่งแชมป์ 8 รายการ และหนึ่งในนั้นคือแชมป์เมเจอร์ พร้อมด้วยรางวัลและสถิติต่างๆอีกมากมาย

แต่เมื่อ โค กลับมาเริ่มซ้อมเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับฤดูกาลใหม่ ในเดือนม.ค. โฮแกน กลับติดธุระในการต้อนรับนักกอล์ฟที่เดินทางมาเยี่ยมชม เลดเบทเทอร์ อะคาเดมี ส่วน เลดเบทเทอร์  ก็ต้องปลีกตัวไปดูแล มิเชลล์ วี ที่ร่วมงานกันมานานกว่า 14 ปี 

พ่อและแม่ของ โค จึงต้องเข้ามามีส่วนดูแลและให้คำปรึกษาแก่ลูกสาว ในช่วงที่โค้ชทั้งสองไม่สามารถทำหน้าที่ได้ จนเมื่อถึงจุดๆหนึ่ง โค ก็ตัดสินใจที่จะก้าวต่อไปด้วยตัวเอง พร้อมยืนกรานว่าการตัดสินใจเลิกจ้างโค้ชทั้งสองคน เป็นการสร้างแรงกระตุ้นใหม่ๆให้กับตัวเอง มากกว่าเพราะผลงานที่ตกลงไป

“ฉันอยากเริ่มต้นฤดูกาล 2017 ด้วยความรู้สึกใหม่ๆ เหมือนตอนเป็นรุกกีอีกครั้ง หวังว่ามันจะทำให้ฉันมั่นใจมากขึ้น” โค กล่าว

“หลายครั้งที่ฉันเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้คิดอะไร กระทั่งมีคนทักว่าอะไรที่ดีอยู่แล้ว จะไปเปลี่ยนมันทำไม? แต่ฉันไม่เคยเสียใจกับสิ่งที่ได้ตัดสินใจไปแล้ว”