วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

นักท่องเที่ยวแห่ชม 'ตีคลีไฟ' กีฬาโบราณ

นักท่องเที่ยวร่วมเทศกาลช่วงฤดูหนาว ชมตำนานเมืองคนไม่กลัวไฟ รอชมตีคลีไฟต้นแบบกำเนิดกีฬาฮ้อกกี้ ต้อนรับเทศกาลท่องเที่ยวอเมซิ่งไทยแลนด์

เมื่อวันที่ 14 ธ.ค.59 นายชูศักดิ์ตรีสารผู้ว่าราชการ จ.ชัยภูมิ พร้อมด้วยผู้นำตัวแทนองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น 124 แห่ง แถลงเตรียมจัดกิจกรรมเทศกาลต้อนรับการท่องเที่ยวช่วงฤดูหนาว และส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดชัยภูมิ ซึ่งจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 16-17 ธ.ค.2559 นี้โดยสโลแกนปีนี้ คือ มหัศจรรย์อเมซิ่งไทยแลนด์ สืบสานกีฬาโบราณตีคลีไฟแห่งเดียวในโลกที่ชัยภูมิ โดยเปิดงานอย่างเป็นทางการวันที่16 ธ.ค. 59 สำหรับกีฬาตีคลีไฟ เป็นประเพณีโบราณที่มีมานานนับร้อยปี โดยจัดขึ้นช่วงหลังวันออกพรรษา ซึ่งเป็นต้นฤดูหนาว ช่วงการท่องเที่ยวที่สำคัญของจ.ชัยภูมิ โดยกำหนดจัดงานที่ลานวัดแจ้งสว่างบ้านหนองเขื่อง หมู่ 16 ต.กุดตุ้ม อ.เมือง จ.ชัยภูมิ

นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ประเพณีตีคลีไฟของชาวตำบลกุดต้ม ถือว่าเป็นการอนุรักษ์ ฟื้นฟู ประเพณีและวัฒนธรรมของท้องถิ่น เป็นการละเล่นที่ถือเป็นกีฬาโบราณ ที่รุ่นปู่ย่า ตายาย ของคนที่นี่จะนำมาเล่นกันในช่วงหน้าหนาว หรือช่วงหลังเทศกาลวันออกพรรษา ในช่วงใกล้ค่ำทุกวัน หลังเสร็จจากไร่นาจะมาร่วมตัวกันรอคิวลงอาบน้ำที่บึงหนองเขื่อง ที่มีแห่งเดียวในชุมชน ก็เริ่มมีการใช้เวลาว่างระหว่างรอคิวลงอาบน้ำ ก็พากันก่อไฟผิง เพื่อช่วยคลายหนาว และเล่นกีฬาตีคลีไฟ

ในอดีตชาวบ้านจะตัดต้นงิ้วที่ยืนต้นตาย ตัดแต่งให้เหมือนลูกฟุตบอล แล้วใช้เหง้าไม้ไผ่ที่มีลักษณ์หัวงอเหมือนตะขอยาวไม่เกิน 1 เมตรมาใช้ตีแข่งกัน โดยแบ่งเป็นทีมๆละไม่เกิน 7 คน และมีผู้รักษาประตูเหมือนกีฬาฟุตซอลหรือฮอกกี้ และมีกติกาเหมือนกีฬาฮอกกี้ที่ต้องมีไม้มาใช้เตะลูกแทนเท้า กติกาสำคัญจะช่วยให้เกิดความปลอดภัยได้ดีคือการยกไม้ของผู้เล่นจะบังคับไม่ให้ยกสูงเกินหัวเข่า

ประเพณีตีคลีไฟพบแห่งเดียวในโลก ที่จ.ชัยภูมิ ที่มีการเริ่มฟื้นฟูกีฬาโบราณอย่างจริงจัง หลังจากปี 2546 ประเพณีนี้เริ่มหายไปจากชุมชน ชาวบ้านจึงเริ่มเกิดการร่วมแรงร่วมใจ เพื่ออนุรักษ์กีฬาโบราณตีคลีไฟแห่งนี้กลับมาคืนมา การจัดงานทุกปียังจะมีชาวต่างชาติเดินทางมารอชมและให้ความสนใจอีกเป็นจำนวนมาก รวมทั้งโดยเฉพาะจากประเทศญี่ปุ่นได้เคยให้ความสนใจ ลงมาเก็บข้อมูลไปทำวิจัยทางการศึกษาภายในท้องถิ่น จุดเด่นของแต่ละมาประเทศทั่วโลกมาแล้ว และที่สำคัญกิจกรรมนี้ยังช่วยกระตุ้นส่งเสริมการท่องเที่ยวในช่วงฤดูหนาว

“นอกจากนี้มีการเปิดลานแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม ของแต่ละชุมชนท้องถิ่นจากทั่วทั้งจังหวัดมารวมไว้ด้วยกัน เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในช่วงอเมซิ่งไทยแลนด์ และช่วยกระตุ้นการแผนเตรียมรับนักท่องเที่ยว ท่ามกลางการบรรยากาศการออกร่วมแรงร่วมใจของภาคประชาชนในพื้นที่ทั้ง 18 หมู่บ้าน เพื่อช่วยกันต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ทั้งช่วยสร้างเสริมรายได้ในจังหวัดด้วย” นายชูศักดิ์กล่าว