วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ขีดเส้นตาย 3 เดือนมูเซอรุกป่า

ขีดเส้นตาย 3 เดือน ชาวเผ่ามูเซอรุกป่า หากผลผลิตที่ปลูกเก็บเกี่ยวแล้วเสร็จ ต้องออกนอกพื้นที่ป่าเฉลิมพระเกียรติ หากไม่ออกจะถูกจับกุมดำเนินคดี

นายจรูญ สร้อยจิต นายอำเภอปางมะผ้า ได้เรียกประชุมคณะทำงานที่เกี่ยวข้อง กรณีมีการร้องเรียนว่ามีชาวเขาเผ่ามูเซอบ้านยาป่าแหน บุกรุกป่าเฉลิมพระเกียรติ ป่าต้นน้ำลางสายถ้ำลอด ซึ่งประกอบไปด้วย 1.นายครรชิต วงศ์พระยา หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ มส.15 ( น้ำของ ) , 2.ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง , 3. ผกก.สภ.ปางมะผ้า , 4.ผบ.ร้อย ร.ฐานจ่าโบ่ , 5.กำนัน ต.ปางมะผ้า , 6.กำนัน ต.ถ้ำลอด , 7.ผญบ.บ้านยาป่าแหน หมู่ 5 ต.ปางมะผ้า , 8.ผญบ.บ้านถ้ำลอด หมู่ 1 ต.ถ้ำลอด ผลการประชุม ทางอำเภอและหน่วยงานต่าง ๆ ยืนยันที่จะให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ทำความเข้าใจกับราษฎรชาวเขาเผ่ามูเซอบ้านยาป่าแหน ที่บุกรุกเข้าไปทำกินในพื้นที่ป่าเฉลิมพระเกียรติ และให้ย้ายออกนอกพื้นที่บุกรุกอย่างเด็ดขาด โดยในที่ประชุม ทางนายอำเภอปางมะผ้าได้ตำหนิผู้นำหมู่บ้านยาป่าแหนอย่างรุนแรงที่ปล่อยให้มีการบุกรุกป่าโดยไม่มีการห้ามปราม พร้อมทั้งคาดโทษว่าหากไม่สามารถดำเนินการได้จะไม่ประเมินตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านให้ อย่างเด็ดขาด

ต่อมาเมื่อเวลา 13.30 น. เจ้าหน้าที่จาก 4 ฝ่าย ได้แก่ฝ่ายปกครอง , ตำรวจ , ทหาร และ หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ มส.15 ( น้ำของ ) ลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีได้รับการร้องเรียนเรื่องการตัดไม้ทำลายป่าบริเวณบ้านยาป่าแหน ต.ถ้ำลอด อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน โดยพบว่าได้มีราษฎรชาวเขาเผ่ามูเซอร์จำนวนมาก พากันมาดักรอเจ้าหน้าที่และต่อว่าเจ้าหน้าที่ด้วยอาการโกรธเคือง เจ้าหน้าที่โดยนายครรชิต วงศ์พระยา หัวหน้าหน่วยป้องกัน ฯ น้ำของ ได้ทำความเข้าใจกับราษฎรกลุ่มดังกล่าว ว่า เรื่องที่เกิดขึ้น เป็นเพราะทางราษฎรบ้านยาป่าแหน ที่ละเมิดข้อตกลง ทั้งนี้เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่ได้เข้ามาตักเตือน และทำความตกลงกับราษฎร ฯ แล้วว่าหากผลผลิตที่ปลูกไว้เก็บเกี่ยวเรียบร้อยแล้ว ให้ทุกคนถอนตัวออกจากพื้นที่ป่าเฉลิมพระเกียรติ และไม่หวนกลับมาบุกรุกใหม่รวมไปถึงการปลูกป่าทดแทน แต่เมื่อมีการร้องเรียนและเข้าตรวจสอบก็พบว่า ราษฎรบ้านยาป่าแหน กลับละเมิดข้อตกลงที่เคยให้ไว้กับทางการ พากันมาบุกรุกใหม่อีกครั้งและขยายพื้นที่บุกรุกออกไปนับ 1,000 ไร่ ดังนั้นจึงให้ทุกคนรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง ออกไปในทันที หากมีการฝ่าฝืน ทางเจ้าหน้าที่จะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้เป็นแบบอย่างอีกต่อไป ซึ่งราษฎรเหล่านั้นยังคงไม่ค่อยพอใจและมีการรวมตัวกันไปชี้พื้นที่ป่าในเขตบ้านถ้ำลอดและระบุว่า หากจะจับกุม ชาวบ้านยาป่าแหน เจ้าหน้าที่ต้องจับกุมผู้ที่รุกป่าทั้งหมดด้วยเพื่อความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย โดยจุดที่ราษฎรยาป่าแหนไปชี้จุดนั้น เป็นพื้นที่ทำกินตามปกติของราษฎรบ้านถ้ำลอด ไม่ได้เป็นป่าเฉลิมพระเกียรติแต่อย่างใด

นายยนตรชัย โสภาวรการ ผู้ใหญ่บ้านถ้ำลอด หมู่ 1 ต.ถ้ำลอด อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า รู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่งที่เจ้าหน้าที่หลายหน่วยงาน ร่วมกันบูรณาการเข้ามาแก้ไขปัญหาการบุกรุกป่า พื้นที่ป่าเฉลิมพระเกียรติบ้านถ้ำลอด เนื่องจากก่อนหน้านี้ ได้เคยมีการห้ามปรามแล้วแต่ไม่ฟัง และกลับมีการข่มขู่ไม่รับรองความปลอดภัย ตอบกลับมาอีกด้วย สำหรับพื้นที่ป่าที่มีการบุกรุกดังกล่าว เป็นพื้นที่ป่าต้นน้ำของแม่น้ำที่ไหลผ่านถ้ำลอด แหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง หากพื้นที่ป่าต้นน้ำถูกบุกรุกแผ้วถางไปเรื่อย ๆ ก็จะทำให้น้ำในแม่น้ำแห้งส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวและกระทบต่อราษฎรที่อยู่ปลายน้ำและอาศัยน้ำในการทำการเกษตรและเลี้ยงชีวิต ต่อไปควรที่จะมีการปลูกป่าทดแทนอย่างเป็นรูปธรรมโดยดึงราษฎรในพื้นที่ใกล้เคียงมาทำการปลูกป่าและรักษาป่าต้นน้ำอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม สำหรับการบุกรุกป่าในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีการบุกรุกในลักษณะ 2 รูปแบบคือ ชาวเขาบุกรุกเพราะไม่ได้มีการเข้าไปควบคุมอย่างใกล้ชิด และเป็นการบุกรุกเพื่อปลูกพืชผลทางการเกษตรเพื่อหาเลี้ยงชีพ แต่อีกรูปแบบหนึ่งคือคนมีเงินและมีอิทธิพล บุกรุกป่าและสร้างบ้านเรือนใหญ่โต มองเห็นเด่นบนยอดเขารอบตัวเมืองแม่ฮ่องสอน โดยเฉพาะที่บริเวณบ้านใหม่ ต.ปางหมู อ.เมือง มีเจ้าหน้าที่ส่วนราชการหลายหน่วยที่ไปออกกำลังกายบนถนนสายท่าอากาศยานแม่ฮ่องสอน กับ หมู่บ้านบ้านใหม่ ต.ปางหมู ต่างพบเห็นการบุกรุกป่าบนยอดเขาด้านทิศเหนือของท่าอากาศยานแม่ฮ่องสอน ซึ่งอยู่ห่างจากที่ตั้งสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ ที่ 1 สาขาแม่ฮ่องสอน เพียง 1 กม. โดยพบว่า เป็นการบุกรุกป่าอย่างโจ่งแจ้งและไม่มีหน่วยงานใดเข้าไปห้ามปรามหรือดำเนินการตามกฎหมายแต่อย่างใด ซึ่งสร้างความกังขาให้กับประชาชนโดยทั่วไป รวมไปถึงนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังจังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยทางอากาศยานจะเห็นได้อย่างชัดเจน