วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สาวออสซี่ดอดพบตร.กลางดึก ยันถูกรุมโทรม-บินพ้นไทยสัปดาห์หน้า

คืบหน้าคดีฉาว! สาวออสซี่วัย21 ดอดพบตร.แล้วตั้งแต่ตี2 ยันคำเดิมถูกตุ๊กตุ๊กข่มขืนรุมโทรม เผยรอผลนิติวิทยาศาสตร์พิสูจน์ จ่อบินพ้นไทยสัปดาห์หน้า

จากกรณี น.ส.เบลลา (นามสมมุติ) อายุ 21 ปี ชาวออสเตรเลีย เข้าแจ้งความร้องทุกข์พนักงานสอบสวน สน.ตลิ่งชัน ว่า ถูกโชเฟอร์รถตุ๊กตุ๊กที่เรียกใช้บริการจากถนนข้าวสารให้ไปส่งที่พัก แต่ขับพาไปที่อาคารร้างย่านตลิ่งชัน ก่อนนัดเพื่อนอีกคนมาร่วมกันลงมือทำร้ายร่างกายและข่มขืนกระทำชำเรา เบื้องต้นตำรวจได้ส่งตัวนักท่องเที่ยวสาวไปตรวจร่างกาย และเก็บหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ เหตุเกิดเมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 5 ธันวาคม ที่ผ่านมา แต่จากการสอบปากคำผู้เสียหายตั้งแต่วันเกิดเหตุยังให้การวกวน ประกอบกับกล้องวงจรปิด รวมทั้งเวลาในการก่อเหตุยังขัดแย้งกับคำให้การ ตำรวจจึงเรียกมาสอบปากคำเพิ่มเติมอีกครั้ง

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 12 ธันวาคม พ.ต.ต.เศกสิทธิ์ แพลอย สว.(สอบสวน) สน.ตลิ่งชัน กล่าวว่า ตอนนี้น.ส.เบลลา ไม่ได้เดินทางมาพบพนักงานสอบสวน เนื่องจากได้เดินทางมาให้ปากคำเพิ่มเติมตั้งแต่เมื่อช่วงเช้ามืดเวลาประมาณ 02.00 น. ที่ผ่านมาแล้ว ซึ่งคดีดังกล่าวพนักงานสอบสวนได้เร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อคลี่คลายคดีให้เร็วที่สุด ตามคำสั่งของ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ซึ่งจากการสอบปากค น.ส.เบลลา ที่ให้การกับพนักงานสอบสวนเมื่อคืนที่ผ่านมานั้น ก็ไม่ต่างจากครั้งแรก คือ ยืนยันว่าคนขับรถตุ๊กตุ๊กกระทำชำเราจริง

อย่างไรก็ตาม ต้องรอผลการตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ จากโรงพยาบาลศิริราช ซึ่งจะสามารถชี้ชัดและบอกได้ว่าถูกกระทำชำเราตามที่ผู้เสียหายแจ้งหรือไม่

พ.ต.ต.เศกสิทธิ์ กล่าวอีกว่า สำหรับรายละเอียดอื่นๆไม่สามารถเปิดเผยต่อสื่อมวลชนได้ เพราะอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน เบื้องต้นมีการรวบรวมพยานหลักฐานทั้งกล้องวงจรปิดในระแวกที่เกิดเหตุ ตามเส้นทางตั้งแต่ถนนข้าวสาร มายังจุดเกิดเหตุ และสอบปากคนขับรถตุ๊กตุ๊กต้องสงสัย 2 คัน รวมทั้งสอบพยานแวดล้อมไปแล้วกว่า 10 ปาก

อย่างไรก็ตาม น.ส.เบลลา จะเดินทางกลับประเทศออสเตรเลียภายในสัปดาห์หน้า ฉะนั้นเจ้าหน้าตำรวจจะต้องเร่งสืบสวนสอบสวนให้ความจริงกระจ่างโดยเร็ว เนื่องจากเป็นคดีที่สังคมให้ความสนใจ และยืนยันว่าไม่หนักใจในการทำงาน ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย คนผิดต้องได้รับโทษ แต่หากเป็นการกุเรื่องสร้างความเสื่อมเสียให้กับประเทศก็ต้องดำเนินการแจ้งความเท็จต่อไป